บทที่ 13 บทที่ 4 ซาตานจอมเถื่อน (A)
4
ซาตานจอมเถื่อน
ศิรศักดิ์รู้สึกปวดร้าวไปถึงก้นบึ้งหัวใจ นาทีนี้ความรู้สึกผิดประเดประดังเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน รู้สึกผิดจนไม่อยากให้อภัยตัวเองที่เขาทำกับเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวไปได้อย่างไร เขาทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจที่วิลาสินีมีให้ด้วยน้ำมือของเขาเอง
“ไอ้เลวเอ๊ย ทำไมไม่หักห้ามใจบ้างวะ คราวนี้มึงไม่เหลือใครแล้ว ไอ้ศักดิ์เอ๊ย ไอ้เลว” เขาสบถด่าตัวเองขณะยืนรอรถอยู่ที่ป้ายรถเมล์เพื่อกลับไปยังที่พักในช่วงเช้าตรู่ของวันนี้
แม้ในใจเขาจะรู้สึกสับสนปวดร้าวมากแค่ไหน แต่ก็กลับถึงห้องด้วยความปลอดภัย ชายหนุ่มรีบอาบน้ำและแต่งตัวไปทำงาน แม้ตลอดทั้งวัน การทำงานของเขาจะไม่ค่อยมีสมาธินัก เพราะมัวคิดถึงแต่เรื่องวิลาสินี
“ป่านนี้จะหยุดร้องไห้หรือยังนี...” เขาพึมพำออกมาด้วยความเป็นห่วง ขณะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า กดเบอร์เพื่อนสาว แต่ก็ปล่อยให้ส่งเสียงดังตั้งนานสองนาน ก็ไม่มีวี่แววว่าเจ้าตัวจะรับสาย
“ทำไมไม่รับสายนะนี... เป็นห่วงนะรู้ไหม” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง
ว่าแล้วเขาก็ส่ายหน้าอย่างหงุดหงิดหัวเสีย เงยหน้ามองนาฬิกา ก็ใกล้พักเที่ยง ไม่นานพรรคพวกก็มายืนรอบโต๊ะชวนไปกินข้าว
เขาก็ไป แต่ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ที่ไหน ในใจเขาก็คิดถึงแต่วิลาสินี ไหนจะภาพเรือนร่างงดงามผุดผ่องที่ติดตาตรึงใจเขานั่นอีก อยากคว้าร่างน้อยนุ่มนิ่มเข้ามากอดปลอบ เขาจะรักและถนอมเพื่อนคนนี้ไปตลอดกาล ขอเพียงเพื่อนยกโทษให้เขา คิดแล้วก็เพียรโทรหาแต่ก็ยังเหมือนเดิม คือไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก
“ถ้าเป็นแบบนี้ สงสัยเลิกงานต้องบุกไปที่ห้องอีกรอบ คราวนี้ถ้าไม่ยกโทษให้ ศักดิ์จะไม่ไปไหนทั้งนั้นนะนี” เขาพึมพำความตั้งใจของเขา
ความกังวลใจกึ่งรู้สึกผิด จู่ๆ ก็นำพาให้ศิรศักดิ์ย้อนคิดถึงช่วงเวลาในวัยเยาว์ ภาพต่างๆ ในวันวานต่างก็ผุดวาบขึ้นมาในสมอง วันที่วิลาสินีเคยเอื้อไมตรีต่อเขาหลั่งไหลมาอย่างพรั่งพรู ยิ่งภาพเหล่านั้นปรากฏในมโนสำนึก เขาก็ยิ่งทวีความรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไปอย่างไม่ยั้งคิด
“ผมทำผิดต่อคุณอย่างไม่ควรให้อภัย... นี... ผมขอโทษ” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองด้วยความรู้สึกผิดบาป
ทันทีที่ก้าวขาเข้ามาภายในบ้าน สายตาเขามองเห็นคมกริชกำลังนั่งเซ็นเอกสารแฟ้มใหญ่ๆ ที่น้ำมนต์ เลขานุการสาวหน้าตาดีระดับพริตตี้งานแสดงรถยนต์หอบเอามาให้เขาเซ็นแต่เช้าก่อนเข้าบริษัท เพราะคนเป็นเจ้านายจะทำยังไงก็ได้นี่
“แกหายหัวหายหนวดไปไหนมาวะไอ้ศักดิ์ ไม่รู้จักกลับบ้านกลับช่อง” เสียงคมกริชทักทายคนเป็นน้องเสียงดังลั่นห้องโถงของคฤหาสน์หรู ท่าทางของคมกริชนั้นดูเข้มขึงก็จริง แต่เขาก็รักและเอ็นดูน้องชายนอกไส้คนนี้ตั้งแต่วันแรกที่ครอบครัวนี้รับอุปการะศิรศักดิ์มาแล้ว ด้วยรู้อยู่เต็มอกว่า น้องชายคนนี้มันขาดที่พึ่งแม้นิสัยติดจะดื้อเงียบไปสักหน่อย พร่ำบอกอะไรก็เอาแต่รับคำครับๆ แต่ไม่ยักจะทำตามก็มีเยอะแยะ แต่คนที่บอกแล้วเจ้าศักดิ์มันจะยอมฟังทุกคำก็คงจะมีแต่ผู้เป็นบิดาเท่านั้น
“ผมก็กลับมาแล้วไง” ผู้เป็นน้องชายเสเพลตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“ยังจำทางกลับบ้านได้อีกเรอะ” คมกริชมิวายพูดเหน็บ เขาไม่เข้าใจน้องคนนี้นัก บางทีก็เอางานเอาการเป็นผู้เป็นคน แต่บางอารมณ์... ผีเข้าผีออกมันก็ติสต์แตกอย่างที่เห็น
ทำตัวเร่ร่อนลอยไปลอยมาอย่างกับสัมภเวสี สงสัยอิหรอบนี้มีเรื่องมากระทบความรู้สึกของไอ้ซาตานหัวใจบางอย่างมันเข้าอีกกระมัง
ไอ้พวกลัทธิบูชาความรักเอ๊ย จะเป็นจะตายก็ความรักนี่ล่ะ
“โธ่เฮีย...” คนเป็นน้องลากเสียงยาว น้ำเสียงส่อแววว่าเจ้าตัวกำลังมีปัญหา
“แกไปมุดหัวอยู่ที่ไหน?” แม้การทำตัวเป็นนกขมิ้นเหลืองอ่อนไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องของน้องชาย จะกลายเป็นเรื่องปกติ แต่เขาก็อยากรู้ว่ามันไปมุดหัวที่ไหนมาบ้าง จะว่าไปเขาก็อยากรู้ผู้หญิงคนไหนที่ทำมันหลงใหลโงหัวไม่ขึ้นแบบนี้ เพราะชื่อว่าเพลย์บอยมันก็เปลี่ยนผู้หญิงของมันไปเรื่อย รู้เอาไว้บ้างเผื่อเกิดอะไรขึ้น พี่ชายอย่างเขาจะได้รู้ว่าจะไปตามตัวมันที่ไหน
“ผมไปค้างกับนีมา” ศิรศักดิ์ตอบตรงอย่างมิมีอ้อมค้อม เพราะพี่ชายรู้ดีว่าเขากับวิลาสินีนั้นเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก สนิทมากแค่ไหนแทบจะเคยแก้ผ้าอาบน้ำฝนโตมาด้วยกันซะละมั้ง
