บทที่ 10 คำสารภาพ
“มีค่ะ...” เธอสารภาพออกมาในที่สุด เสียงนั้นเบาหวิวคล้ายเสียงกระซิบของสายลม แต่มันกลับกึกก้องชัดเจนที่สุดในใจของคนฟัง
ชายหนุ่มนิ่งงันไปทันที หัวใจที่ตึงเครียดและอัดอั้นมาตลอดทางเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นช่วยคลายปมออกช้าๆ อย่างน้อย... ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เขาก็ไม่ได้เป็นไอ้บ้าที่หวงแหนความทรงจำนั้นอยู่เพียงลำพัง
นพัทธ์ยกมือขึ้นเกลี่ยน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสของเขาอ่อนโยนจนพิมพ์พิศาแทบจะละลายไปกับอกเขา “ในเมื่อมันมีค่า... แล้วทำไมถึงทิ้งผมไป ทำไมถึงหายไปโดยไม่บอกแม้แต่คำลา”
คำถามนั้นเปรียบเสมือนหนามแหลมที่ทิ่มแทงความจริง พิมพ์พิศาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด เธอจะบอกเขาได้อย่างไร... จะบอกได้อย่างไรว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอนั้นมัวหมองเพียงใด เขาคือหมอท่านชาย นพัทธ์ วรากร ผู้สูงส่ง เพียบพร้อมด้วยฐานันดรและเกียรติยศ ส่วนเธอ... เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในธุรกิจมืดของพ่อเลี้ยงทรงพล เป็นลูกที่ถูกตราหน้าว่าเกิดจากเมียน้อย เป็นเพียงสิ่งของที่รอวันถูกกำจัดเท่านั้นเอง
“เพราะฉันรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้...” เธอเค้นคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก
“อะไรที่เป็นไปไม่ได้” นพัทธ์หรี่ตาลง น้ำเสียงเริ่มมีความกรุ่นโกรธเจือปน
“เรื่องของเรา... ทุกอย่าง” พิมพ์พิศาเบือนหน้าหนี “คืนนั้นมันควรจบแค่คืนนั้น”
บรรยากาศในห้องพลันเย็น นพัทธ์จ้องมองเธอเนิ่นนานจนเธอเริ่มใจคอไม่ดี ก่อนที่เขาจะหัวเราะออกมาเบาๆ แต่รอยยิ้มนั้นกลับดูเจ็บปวดเสียจนเธออยากจะดึงเขาเข้ามากอด
“แต่ผมไม่เคยคิดให้มันจบแม้แต่วินาทีเดียว” เขาพูดพลางโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากแตะชิดกับหน้าผากของเธอ ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงไม่แพ้กัน “คุณรู้ไหมพิมพ์... หลังจากคืนนั้น ผมไม่เคยมองผู้หญิงคนไหนอีกเลย”
ลมหายใจของพิมพ์พิศาสะดุดกึก เธอเงยหน้ามองเขาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา แต่แววตามุ่งมั่นของเขาบอกให้รู้ว่าทุกคำที่หลุดออกมาคือความสัตย์จริง
“ผมตามหาคุณไปทุกที่... ย้อนกลับไปที่เดิมซ้ำๆ ทั้งที่ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อจริงของคุณ ไม่รู้ว่าคุณเป็นใครมาจากไหน แต่ความรู้สึกในคืนนั้นมันชัดเจนจนผมยอมปล่อยให้ใครเข้ามาแทนที่ไม่ได้จริงๆ”
คำสารภาพของนพัทธ์ทำให้หัวใจของพิมพ์พิศาสั่นคลอนจนแทบแหลกสลาย เธอไม่เคยรู้เลยว่าความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนจะกลายเป็นพันธนาการที่เหนี่ยวรั้งผู้ชายที่สมบูรณ์แบบคนนี้ไว้ได้นานขนาดนี้
“คุณมันบ้า...” เธอพึมพำทั้งน้ำตาที่นองหน้า
“ใช่ ผมก็คงบ้าไปแล้วจริงๆ ที่ตกหลุมรักผู้หญิงที่จำได้แม้กระทั่งกลิ่นกายแต่ไม่รู้จักชื่อมาเป็นปี” นพัทธ์กระตุกยิ้มบาง ปลายนิ้วไล้เบาๆ ที่ข้างแก้ม ก่อนสายตาคมจะเลื่อนลงมาหยุดที่ริมฝีปากสีกุหลาบระเรื่อที่เขายังจำรสชาติได้ติดตรึงใจ
แรงดึงดูดบางอย่างที่ยากจะต้านทานทำให้ทั้งคู่ขยับเข้าหากันโดยสัญชาตญาณ นพัทธ์ค่อยๆ ขยับเข้าไปหาช้าๆ อย่างอ่อนโยน ทว่าเต็มไปด้วยความโหยหาที่อัดแน่นมาตลอดหนึ่งปี ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด พิมพ์พิศาหลับตาลงน้อมรับโชคชะตาที่กำลังจะเกิดขึ้น...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังรัวและแรงจนทั้งคู่สะดุดจากภวังค์ นพัทธ์ชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในทันที ก่อนที่เสียงเลขาฯ ส่วนตัวของเขาจะดังลอดเข้ามาด้วยความร้อนรนจนเสียงสั่น
“คุณนพคะ! แย่แล้วค่ะ... คนของคุณทรงพลอยู่ด้านล่างค่ะ พวกมันกำลังตรงขึ้นมาที่ชั้นนี้!”
วินาทีนั้น พิมพ์พิศาหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ความจริงอันโหดร้ายพุ่งกลับมาตอกย้ำเธออีกครั้ง... ว่านรกที่เธอพยายามหนีมาตลอด บัดนี้มันได้ตามมาถึงที่แล้ว และที่แย่กว่านั้น คือเธอกำลังจะดึงนพัทธ์ลงเหวไปพร้อมกับเธอ!
นพัทธ์ผละออกจากเธอทันที แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่เลือนหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเย็นชาและแววตาอันตรายแบบที่พิมพ์พิศาเห็นครั้งแรกในคืนที่เขาช่วยเธอไว้
“อยู่ในห้องนี้ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด” น้ำเสียงทุ้มต่ำสั่งการเด็ดขาดจนเธอเผลอพยักหน้าตามโดยอัตโนมัติ
“แต่...”
“พิมพ์” เขาเรียกชื่อเธอเสียงเข้ม ก่อนจะโน้มลงมาสบตาในระยะประชิด “ฟังผม... ถ้าผมยังไม่กลับเข้ามา ไม่ว่าใครจะเรียกก็ห้ามเปิดประตู เข้าใจไหม”
สายตาคมกริบของเขาจริงจังเสียจนเธอเริ่มหวาดกลัว พิมพ์พิศารีบพยักหน้าอีกครั้ง นพัทธ์จ้องเธออยู่ชั่วครู่ มือหนายกขึ้นแตะแก้มเธอเบาๆ ราวกับจะปลอบโยน แต่สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจแผ่วแล้วเดินออกจากห้องไปทันที
