บทที่ 11 ปกป้อง

ปัง!

เมื่อประตูปิดลง ความเงียบก็เข้าปกคลุมห้องพักฟื้นอีกครั้ง พิมพ์พิศากำผ้าห่มแน่นจนมือสั่น หัวใจเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก คนของอานนท์มาที่นี่แล้ว... นั่นหมายความว่าพ่อเลี้ยงรู้แล้วว่าเธอรอดชีวิต และคนอย่างอานนท์ ถ้าคิดจะปิดปากใคร เขาจะไม่มีวันหยุดจนกว่าคนนั้นจะหายไปจากโลกนี้

และตอนนี้ นพัทธ์กำลังเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงอันตรายเพราะเธอ

“บ้าจริง...” พิมพ์พิศาพึมพำเสียงสั่น เธอควรจะหนีไปตั้งแต่ตอนนี้ ควรหายไปจากชีวิตเขาอีกครั้งเพื่อความปลอดภัยของเขาเอง แต่เพียงแค่คิดว่าจะไม่ได้เจอหน้าผู้ชายคนนี้อีก หัวใจกลับเจ็บแปลบจนแทบทนไม่ไหว

ก๊อก!

                เสียงเคาะประตูดังขึ้นกะทันหันจนเธอสะดุ้งสุดตัว

“คุณพิมพ์คะ ดิฉันเองค่ะ” เสียงพยาบาลดังลอดเข้ามาทำให้เธอพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก หญิงสาวลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนจะเดินไปแง้มประตูเพียงนิด พยาบาลสาวยืนอยู่พร้อมถาดยาในมือ “คุณหมอสั่งยาไว้ให้ค่ะ”

พิมพ์พิศารับมาเงียบๆ แต่ยังไม่ทันจะปิดประตู เสียงเอะอะจากปลายทางเดินก็ดังขึ้นเสียก่อน

“บอกแล้วไงว่าเข้าไม่ได้!” “หลีกไป!” เสียงชายฉกรรจ์ตวาดกร้าว

หัวใจของพิมพ์พิศาหล่นวูบ เธอจำเสียงนั้นได้แม่น... หนึ่งในลูกน้องมือดีของอานนท์

“คุณพิมพ์!” พยาบาลตกใจเมื่อเห็นเธอหน้าซีดเผือด แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงโครมครามจากการปะทะกันด้านนอกก็ดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงร้องตกใจของพยาบาลคนอื่นๆ

พิมพ์พิศารีบปิดประตูลงกลอนทันที หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก พวกมันมาถึงแล้วจริงๆ เธอเดินพล่านไปรอบห้องอย่างลนลาน จะหนีไปทางไหนได้? แล้วถ้านพัทธ์เป็นอะไรไปเพราะเธอจะทำยังไง?

กึก...

เสียงฝีเท้าหนักๆ หยุดลงที่หน้าห้อง พิมพ์พิศาชะงักลมหายใจ มือบางยกขึ้นปิดปากตัวเองแน่นเพื่อไม่ให้มีเสียงเล็ดลอดออกไป

“เปิดประตู” เสียงผู้ชายคนเดิมดังขึ้น “คุณหนูพิมพ์ครับ... นายใหญ่ให้พวกผมมารับกลับบ้าน อย่าดื้อเลยครับ”

น้ำเสียงนั้นดูสุภาพ แต่น่าขนลุก พิมพ์พิศารู้ดีว่าถ้าเธอเปิดประตูออกไป เธอจะไม่มีวันได้กลับออกมาในสภาพที่มีลมหายใจอีกแน่ เสียงลูกบิดเริ่มถูกบิดหมุนอย่างแรงจนเธอต้องถอยร่นหนีด้วยความกลัว

แต่ในจังหวะนั้นเอง...

“ใครอนุญาตให้พวกคุณขึ้นมาชั้นนี้”

น้ำเสียงทุ้มเย็นเฉียบดังขึ้นจากทางเดิน พิมพ์พิศารีบชะโงกมองผ่านช่องกระจกเล็กๆ ตรงประตู นพัทธ์ยืนอยู่ตรงนั้น เขาถอดเสื้อกาวน์ออกเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำที่พับแขนขึ้นลวกๆ บรรยากาศรอบตัวเขาตอนนี้ดูน่ากลัวกว่าตอนที่สวมชุดหมอหลายเท่า

ชายฉกรรจ์สองคนหันกลับไปเผชิญหน้า “พวกเราแค่จะมารับคุณหนูกลับบ้าน”

“กลับบ้าน?” นพัทธ์แค่นหัวเราะในลำคอ แต่แววตากลับเย็นเยียบจนคนมองต้องเสียวสันหลัง “พกปืนในโรงพยาบาลผมขึ้นมาเนี่ยนะ เรียกว่ามารับ?”

“อย่ายุ่งเรื่องนี้จะดีกว่าครับหมอ” ชายคนเดิมพูดเสียงแข็ง “นายใหญ่ของพวกผมไม่อยากมีปัญหากับตระกูลวรากร”

ดวงตาของนพัทธ์วาวโรจน์ขึ้นทันที “แต่ตอนนี้พวกคุณกำลังมีปัญหากับผมอยู่”

บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ ลูกน้องของทรงพลก้าวเข้าไปหาเขาอย่างคุกคาม “ผู้หญิงคนนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ”

“ผิดแล้ว...” นพัทธ์ตอบเสียงเรียบ “เธอเกี่ยวกับผมทุกอย่าง”

หัวใจของพิมพ์พิศากระตุกแรง เธอจ้องมองแผ่นหลังของเขาด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งที่รู้ว่าเขาพูดเพื่อปกป้องเธอตามสถานการณ์ แต่เธอกลับรู้สึกว่าตัวเองสำคัญกับเขาจริงๆ

“งั้นก็อย่าหาว่าไม่เตือน!”

ชายฉกรรจ์คนนั้นชักปืนออกมาจากเอว พิมพ์พิศาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “คุณนพ!”

เธอเผลอร้องเตือนเสียงดัง และวินาทีนั้นเอง นพัทธ์ก็ขยับตัวอย่างรวดเร็ว เขาพุ่งเข้าหาแล้วผลักอีกฝ่ายกระแทกกำแพงเต็มแรงจนปืนหลุดมือ

ปัง!

เสียงปืนลั่นสนั่นไปทั่วชั้นจนพยาบาลกรีดร้องด้วยความตระหนก ความวุ่นวายเกิดขึ้นในชั่วอึดใจ แต่นพัทธ์กลับดูนิ่งจนน่ากลัว เขาซัดหมัดเข้าที่หน้าคู่ต่อสู้อย่างแม่นยำ ก่อนจะกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายขึ้นมาด้วยอารมณ์ดุดันแบบที่พิมพ์พิศาไม่เคยเห็นมาก่อน

“กลับไปบอกนายมึง...” เขาเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน “ถ้ายังกล้ายุ่งกับ ผู้หญิงของผม อีกครั้งเดียว...”

นพัทธ์ยกยิ้มช้าๆ มันเป็นรอยยิ้มที่อำมหิตจนแม้แต่ลูกน้องอานนท์ยังหน้าเสีย

“ผมจะทำให้รู้ว่า นรกของจริงมันเป็นยังไง”

แรงปะทะที่รุนแรงและความโกรธจัดที่แผ่ออกมาจากตัวนพัทธ์ทำให้ลูกน้องของอานนท์ถึงกับขวัญผวา พวกมันรีบพยุงร่างที่สะบักสะบอมถอยร่นกลับไปทางลิฟต์ทันทีที่เห็นท่าไม่ดี ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่ปกคลุมทางเดินยาว นพัทธ์ยืนนิ่งอยู่พักใหญ่เพื่อระงับอารมณ์พลุ่งพล่าน ก่อนจะรีบหมุนตัวกลับมาที่ห้องพักฟื้น

เขากระชากประตูเปิดออกแล้วก้าวเข้าไปหาพิมพ์พิศาที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างเตียง ชายหนุ่มรวบตัวเธอเข้ามากอดแนบอกแน่นจนแทบไร้ช่องว่าง พิมพ์พิศาซุกหน้าลงกับแผ่นอกกว้างที่ยังคงกระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจรัวเร็วของเขา ความกลัวในใจค่อยๆ จางหายไปเมื่อถูกโอบล้อมด้วยอ้อมกอดที่เปี่ยมไปด้วยสัญชาตญาณของการปกป้อง

“ไม่เป็นไรแล้วพิมพ์” เขาพึมพำชิดกลุ่มผมของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำกลับมาอ่อนโยนอีกครั้ง “ตราบใดที่ผมยังอยู่ตรงนี้... จะไม่มีใครหน้าไหนแตะต้องคุณได้อีก ผมสัญญา”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป