บทที่ 2 คืนแรกของสองเรา

“แฟนเหรอครับ?”

หญิงสาวส่ายหน้าช้าๆ พลันแววตาคู่สวยก็หม่นแสงลงในทันตา “ครอบครัวค่ะ...”

สายลมทะเลยามดึกพัดโชยมาอีกระลอก หอบเอาปอยผมยาวสลวยของเธอให้ปลิวไหวคลอเคล้าไปกับวงหน้าหวาน นพัทธ์จ้องมองภาพนั้นนิ่งงันอย่างไม่รู้ตัว มันช่างน่าแปลก... ทั้งที่เพิ่งรู้จักและพูดคุยกันไม่ถึงชั่วโมง แต่เขากลับรู้สึกผ่อนคลายและเป็นตัวเองเมื่ออยู่กับเธอ มากกว่าผู้หญิงทุกคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต

“งั้นคืนนี้...” หญิงสาวเอียงใบหน้ามองเขา ดวงตาหวานซึ้งที่ฉ่ำเยิ้มด้วยฤทธิ์น้ำเมาสบประสานกับนัยน์ตาคมกริบ “เรามาหนีไปด้วยกันไหมคะ”

ประโยคเชื้อเชิญแผ่วเบานั้นทำให้อากาศรอบกายคล้ายจะหยุดหมุน นพัทธ์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ สติส่วนดีร้องเตือนว่าเขาควรปฏิเสธ ควรเดินหันหลังกลับไป และรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยเหมือนอย่างที่เคยทำมาตลอดชีวิต

ทว่าหัวใจกลับทรยศ... สุดท้ายนพัทธ์กลับเป็นฝ่ายลุกขึ้นยืนก่อน พร้อมกับส่งมือหนาไปตรงหน้าเธอ

“ห้องผมอยู่ด้านบนครับ”

หญิงสาวยิ้มบางเบา เธอไม่ได้ตอบอะไรนอกจากวางธนบัตรลงบนเคาน์เตอร์ แล้ววางมือเรียวเล็กลงบนฝ่ามืออุ่นของเขา เดินตามแรงจูงไปอย่างไม่ลังเล

ภายในห้องสวีตสุดหรู บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงก้อนเนื้อในอกซ้ายของตัวเองเต้นรัว

ทว่าทันทีที่บานประตูปิดลง ความเงียบสงบก็มลายหายไป ร่างบางระหงถูกแผ่นอกแกร่งเบียดดันจนแผ่นหลังแนบชิดติดผนังห้องอย่างนุ่มนวล นพัทธ์โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาต่ำ สบสายตาในระยะประชิดจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนของกันและกัน

“ยังมีเวลาให้ถอยนะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยเตือนเสียงต่ำพร่า

แทนคำตอบ หญิงสาวกลับเงยหน้าขึ้นสบตาขรึม ก่อนจะเลื่อนปลายนิ้วเรียวขึ้นไปแตะที่ปมเนกไทของเขาช้าๆ “แล้วถ้าฉัน... เต็มใจจะเดินเข้ามาเองล่ะคะ”

ประโยคท้าทายจงใจจุดชนวนตัดสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่ของหมอหนุ่มจนขาดสะบั้น ริมฝีปากหยักร้อนจัดบดเบียดตรงเข้าครอบครองเรียวปากอิ่มในทันที รสจูบนั้นดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยกระแสความโหยหาอันรุนแรงอย่างที่นพัทธ์ไม่เคยนึกฝันว่าตัวเองจะมีมุมกักขฬะเช่นนี้มาก่อน

หญิงสาวส่งเสียงครางอื้ออึงในลำคอแผ่วเบา ยามที่ฝ่ามือหนาเลื่อนไล้ผ่านลำคอระหงขาวผ่อง ก่อนจะหยุดลงที่ชายเสื้อตัวบาง

“คุณสวยมาก...” เสียงกระซิบแหบพร่าชิดผิวแก้มทำเอาคนใต้ร่างสั่นสะท้านไปทั้งตัว

คนสองคนที่แปลกหน้าต่อกันกลับสอดประสานบทรักเข้าหากันราวกับคนหลงทางที่พยายามจะลบเลือนโลกทั้งใบ เสื้อสูทราคาแพงถูกถอดถอนแล้วโยนทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี ตามด้วยเดรสสีขาวตัวบางที่ไหลหลุดจากลาดไหล่มน แสงไฟสลัวจากด้านนอกสะท้อนผิวกายเนียนละเอียดนุ่มนิ่มจนชายหนุ่มแทบจะละสายตาไม่ได้

และในวินาทีที่ความเร่าร้อนแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย... นพัทธ์ก็ตระหนักรู้ได้ในทันทีว่า ผู้หญิงคนนี้จะประทับแน่นอยู่ในความทรงจำ และเขาจะไม่มีวันลืมเธอได้อีกเลย

เช้าวันใหม่...

แสงแดดอุ่นยามเช้าส่องลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามาภายในห้องพัก นพัทธ์ขยับกายช้าๆ พลางพลิกตัวและเอื้อมวงแขนแกร่งหมายจะดึงร่างนุ่มนิ่มของคนที่กอดมาทั้งคืนเข้ามาแนบอก

ทว่าสัมผัสที่ได้รับกลับมีเพียงความว่างเปล่าและความเย็นชืดของผ้าปูที่นอน

ชายหนุ่มลืมตาขึ้นในทันที สายตาคมกวาดมองไปรอบห้องพักที่บัดนี้เหลือเพียงความเงียบงัน ไม่มีวี่แววของหญิงสาวเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ไม่มีจดหมายลา และไม่มีแม้กระทั่งชื่อของเธอ ราวกับค่ำคืนอันแสนหวานและเร่าร้อนนั้นเป็นเพียงภาพความฝันที่เขาจินตนาการขึ้นมาเอง

ทว่า... สายตาของเขาแวบไปเห็นบางสิ่งบนโต๊ะโคมไฟข้างเตียง

ต่างหูมุกสีขาวนวลข้างหนึ่งวางนิ่งอยู่ตรงนั้น นพัทธ์หยิบมันขึ้นมากำไว้ในฝ่ามือ จ้องมองมันด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

"และนั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตของทายาทผู้สมบูรณ์แบบ... ที่หัวใจแกร่งได้รู้จักกับคำว่า 'คิดถึงจนแทบขาดใจ' ทั้งที่ยังไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อของเธอเลย"

เวลาผ่านไป 1 ปี

“คุณหมอครับ! คนไข้ห้องผ่าตัดสามมีภาวะแทรกซ้อน ด่วนครับ!”

เสียงร้อนรนของพยาบาลหน้าห้องผ่าตัดดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องพักแพทย์ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ม.ร.ว. นพัทธ์ วรากร ละสายตาจากแฟ้มประวัติคนไข้ นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นยังคงนิ่งสงบ ทรงพลัง และเยือกเย็นตามแบบฉบับของเขา

“ผมกำลังไป”

ร่างสูงลุกขึ้นเต็มความสูง เสื้อกาวน์สีขาวสะอาดสะอ้านสะท้อนภาพลักษณ์อันสมบูรณ์แบบของศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอกระดับแถวหน้าของประเทศ

ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา ชีวิตของเขากลับคืนสู่จุดเดิม... เป็นวงจรที่หมุนเวียนไปอย่างเที่ยงตรงราวกับเครื่องจักร ทำงาน ผ่าตัด และกลับคฤหาสน์วรากร ทว่าท่ามกลางความนิ่งสงบนั้น มีเพียงสิ่งเดียวที่หลุดรอดจากระบบระเบียบอันไร้ความรู้สึก

ก่อนนอนทุกค่ำคืน... มือหนาจะเปิดลิ้นชักโต๊ะหัวเตียง เพื่อทอดสายตามองต่างหูมุกสีขาวข้างนั้นอยู่เงียบ ๆ ในความมืด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป