บทที่ 3 จำได้ไม่ลืม
7 ชั่วโมงต่อมา
ไฟสีแดงหน้าห้องผ่าตัดดับลง พร้อมกับเสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกของทีมแพทย์และพยาบาล
“สัญญาณชีพคงที่แล้วครับคุณหมอ”
นพัทธ์พยักหน้ารับเบา ๆ ขณะถอดถุงมือยางออกด้วยท่าทีเรียบเฉย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้ร่องรอยของความเหน็ดเหนื่อย ทั้งที่ยืนระยะผ่าตัดมาราธอนมาหลายชั่วโมง “ที่เหลือฝากย้ายเข้า ICU และสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดด้วยนะ”
“ครับคุณหมอ”
ศัลยแพทย์หนุ่มก้าวเดินออกจากโรงพยาบาลในเวลาเกือบเที่ยงคืน สายฝนด้านนอกเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งจนทัศนวิสัยบนท้องถนนพร่ามัวไปหมด ชายหนุ่มเอื้อมมือปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตออกหนึ่งเม็ดเพื่อระบายความอึดอัด ก่อนจะบังคับพวงมาลัยรถหรูฝ่าความเงียบงันของกรุงเทพฯ ในยามดึกด้วยคุ้นชิน
ทว่าในจังหวะนั้นเอง
เอี๊ยด!
เสียงล้อรถบดขยี้กับผิวถนนเปียกชื้นดังสนั่นจนเขาเกือบเอาไม่อยู่ นพัทธ์กระทืบเบรกกะทันหันจนตัวโก่ง เมื่อร่างของหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งตัดหน้ารถอย่างไม่คิดชีวิต!
“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วย!”
เสียงหวีดร้องแหบพร่าดังแข่งกับสายฝน ร่างบางล้มคว่ำลงกลางถนนในสภาพสะบักสะบอม เสื้อผ้าตัวบางเปียกปอนแนบไปกับผิวเนื้อ ใบหน้าหวานซีดเผือดฉายแววหวาดกลัวสุดขีด และห่างออกไปไม่ไกล... มีชายฉกรรจ์ท่าทางคุกคามสองคนกำลังวิ่งตามมาติด ๆ
“จับมันไว้! อย่าให้มันหนีไปได้!”
นพัทธ์สบถในลำคอ ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความขัดใจ ก่อนจะเปิดประตูและก้าวลงจากรถฝ่าสายฝนทันที
“เห้ย หยุดนะ!”
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจและเย็นเฉียบเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้าไปยืนขวางหน้าหญิงสาวเอาไว้ ชายฉกรรจ์ทั้งสองชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่อเห็นรถหรูราคาแพงลิบลิ่วบวกกับท่าทางที่ไม่ธรรมดาของชายตรงหน้า
“เรื่องของพวกกู! มึงอย่าเสือกหาเรื่องใส่ตัวดีกว่าไอ้หน้าหล่อ!” หนึ่งในนั้นตวาดลั่นพลางขยับเข้าหา
แต่นพัทธ์ไม่แม้แต่จะขยับถอย สายตาของเขาจับจ้องคนร้ายหน้านิ่ง
“ส่งตัวมันมา แล้วมึงจะไม่เดือดร้อน!”
ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกหนัก หญิงสาวที่หลบอยู่ข้างหลังเขาตัวสั่นเทาจนน่าสงสาร นิ้วเรียวเล็กอันสั่นระริกและเย็นเฉียบเอื้อมมากำชายเสื้อของเขาไว้แน่น ราวกับเขาเป็นที่ยึดเหนี่ยวเพียงสิ่งเดียวในชีวิตที่กำลังจะจมดิ่ง
และในวินาทีนั้นเอง... สายลมพัดพาเอากลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่ผสมปนเปไปกับกลิ่นละอองฝนโชยเข้าจมูก... มันเป็นกลิ่นที่คุ้นเคยอย่างประหลาด กลิ่นที่ฝังลึกอยู่ในความทรงจำของเขามาตลอดตั้งแต่วันนั้น!
หัวใจของเขากระตุกวูบอย่างรุนแรง!
ชายหนุ่มรีบเอี้ยวตัวหันกลับไปมองใบหน้าของคนที่กำชายเสื้อเขาไว้ชัด ๆ เป็นครั้งแรก...
วินาทีนั้น โลกทั้งใบของ ม.ร.ว. นพัทธ์ เหมือนหยุดหมุนไปโดยสิ้นเชิง
ผู้หญิงคนนี้... คือเธอ! ผู้หญิงคืนเดียวคนนั้นที่หายสาบสูญไปจากชีวิตเขาเมื่อหนึ่งปีก่อน!
แม้ใบหน้าหวานจะซีดเซียวไร้สีเลือด แม้เรือนผมยาวสลวยจะเปียกชื้นแนบแก้มเนียน แต่ดวงตากลมโตคู่นั้น... เป็นดวงตาคู่เดียวที่เขาจำได้ขึ้นใจและไม่มีวันลืมเลือน
“คุณ...” นพัทธ์เผลอหลุดปากเรียกเสียงแผ่วในลำคอ นัยน์ตาสั่นไหวด้วยความโหยหา
ทว่า... หญิงสาวกลับมองสบตาเขาด้วยแววตาตื่นตระหนกและว่างเปล่า ราวกับคนตรงหน้าเป็นเพียงคนแปลกหน้าคนหนึ่ง... เธอจำเขาไม่ได้เลยสักนิด!
ยังไม่ทันที่นพัทธ์จะได้เค้นหาคำตอบ
พลั่ก!
หมัดหนัก ๆ ของชายฉกรรจ์พุ่งเข้าใส่ใบหน้าหล่อเหลาเต็มแรงจนชายหนุ่มเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง สัญชาตญาณดิบถูกปลุกเร้า นพัทธ์ตวัดสายตากลับมา สวนหมัดฮุกเข้าใส่ใบหน้าคนร้ายจนมันล้มคว่ำลงไปกองกับพื้นถนน ทว่าคนร้ายอีกคนกลับอาศัยจังหวะนั้นคว้าท่อนไม้หนาขยับเข้าวงใน
“ระวังค่ะ!”
เสียงหวานร้องเตือนเสียงหลง นพัทธ์เบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ แต่มันกลับช้าเกินไปในระยะกระชั้นชิด ท่อนไม้ขนาดใหญ่กำลังเหวี่ยงลงมาหมายจะกระแทกศีรษะของเขา!
แต่ในเสี้ยววินาทีวิกฤตนั้น... ร่างเล็กบางกลับพุ่งตัวเข้ามาขวางหน้าเขาไว้!
ปึก!
เสียงวัตถุเนื้อแข็งกระทบเข้ากับบางอย่างดังอย่างน่ากลัว
“อ๊ะ...!”
แรงกระแทกส่งผลให้เลือดสีแดงสดไหลทะลักอาบใบหน้าหวานทันที นพัทธ์เบิกตากว้าง หัวใจแทบหยุดเต้น
“คุณ!”
ร่างบางค่อยๆ ร่วงหล่นลงในอ้อมแขนแกร่งทันที ในเวลาเดียวกัน เสียงไซเรนของรถตำรวจดังก้องกังวานมาจากปลายถนน ชายฉกรรจ์ทั้งสองหันมองหน้ากันก่อนจะสบถอย่างหัวเสียแล้วรีบวิ่งหนีหายไปกับความมืด
แต่นพัทธ์ไม่สนใจพวกมันอีกต่อไปแล้ว สายตาและสมาธิทั้งหมดของเขาจดจ่ออยู่เพียงร่างนุ่มนิ่มที่ชุ่มไปด้วยเลือดและน้ำฝนในอ้อมกอด
“ลืมตาสิคุณ! ลืมตามองผมก่อน!” มือหนาประคองใบหน้าเปื้อนเลือดขึ้นมาอย่างทะนุถนอม น้ำเสียงที่เคยนิ่งสนิทดุจน้ำแข็งบัดนี้กลับสั่นเครืออย่างควบคุมไม่ได้ “อย่าหลับนะ... ได้ยินที่ผมพูดไหม! ผมบอกอย่าหลับ!”
เปลือกตาบางขยับไหวเล็กน้อย พยายามจะปรือตาขึ้นมองเขา นัยน์ตาที่พร่ามัวสบเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาที่ฉายแววเจ็บปวดเจียนตาย... ใบหน้าที่เธอรู้สึกคุ้นเคยในส่วนลึกของหัวใจอย่างประหลาด ก่อนที่สติรับรู้ทั้งหมดของเธอจะดับวูบลงไปอีกครั้ง
