บทที่ 6 จับผิด
ใบหน้าของหญิงสาวซีดเผือดลงทันที นพัทธ์เห็นทุกปฏิกิริยา แม้กระทั่งปลายนิ้วที่เริ่มสั่นเทา
“คุณรู้... รู้เรื่องพวกเขา?” เสียงเธอเบาหวิว
ชายหนุ่มก้าวเข้าไปหยุดยืนข้างเตียง “ผมรู้แค่ว่าเมื่อคืนมีคนพยายามฆ่าคุณ... และผมไม่ชอบให้ใครมาแตะ ‘ของของผม”
ประโยคสุดท้ายทำให้พิมพ์พิศาเงยหน้าขึ้นมองทันที หัวใจเต้นแรงเกินจะควบคุม “ของของคุณ?”
นพัทธ์โน้มตัวลงมาหาช้าๆ จนเธอได้กลิ่นลมหายใจอุ่น “คุณเป็นคู่หมั้นผม... ก็ต้องเป็นของผม”
แก้มของพิมพ์พิศาร้อนวาบ ทั้งที่รู้ว่าเขาปั้นเรื่องโกหก แต่ไม่รู้ทำไมหัวใจเธอกลับสั่นไหวไปกับคำพูดนั้น ทั้งสายตา น้ำเสียง และสัมผัสจากปลายนิ้วที่เฉียดผ่าน ทุกอย่างกำลังดึงเธอกลับไปสู่ค่ำคืนนั้น... คืนที่เธอเผลอใจให้คนแปลกหน้าเข้ามาใกล้ชิดเกินไป
“หมอนพคะ” เสียงเลขาฯ ดังขึ้นอีกครั้งจากหน้าประตู “คุณหญิงขึ้นลิฟต์ส่วนตัวมาแล้วค่ะ”
บรรยากาศในห้องพลันเย็นเฉียบลงทันที นพัทธ์ถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนจะกำชับเสียงหนัก “อีกเดี๋ยวแม่ใหญ่จะเข้ามา จำสิ่งที่ผมบอกไว้ให้ดี... ไม่ว่าท่านจะถามอะไร คุณคือคู่หมั้นของผม”
พิมพ์พิศาเม้มริมฝีปากแน่น เธอควรปฏิเสธ ควรบอกความจริง หรือหาทางหนีไปจากสถานการณ์บ้าๆ นี้เสีย ทว่ายังไม่ทันได้ขยับตัว
แกร๊ก!
ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างแรง หญิงสูงวัยในชุดผ้าไหมสีเข้มก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม ดวงตาคมกริบภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยกวาดมองพิมพ์พิศาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
เพียงแค่วินาทีแรกที่สบตา พิมพ์พิศาก็รู้ซึ้งในทันทีว่า... ผู้หญิงคนนี้ไม่มีวันต้อนรับเธอแน่ๆ
บรรยากาศภายในห้องเย็นเยียบลงในพริบตา
พิมพ์พิศาเผลอกำผ้าห่มแน่นโดยไม่รู้ตัว ขณะที่หญิงสูงวัยตรงหน้ายังคงจับจ้องเธอนิ่ง สายตานั้นไม่ใช่ความเกลียดชังที่เปิดเผย แต่มันคือสายตาของคนที่กำลัง "ประเมิน" ราวกับเธอกลายเป็นสิ่งของไร้ราคาที่ไม่คู่ควรจะวางอยู่ในห้องนี้
“คนนี้อย่างนั้นหรือ...”
น้ำเสียงของคุณหญิงดารินทร์เรียบสนิท ทว่ากลับสร้างแรงกดดันจนคนฟังหายใจติดขัด นพัทธ์ขยับมายืนข้างเตียงทันที ร่างสูงใหญ่ของเขาบังเธอเอสไว้
“ครับ” “ผู้หญิงที่แกยืนยันจะแต่งงานด้วย?” “ใช่ครับ”
ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อยในน้ำเสียงนั้น พิมพ์พิศาเผลอมองแผ่นหลังกว้างของเขาด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ผู้ชายคนนี้กำลังปกป้องเธอ... ทั้งที่เธอเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่เจอกันแค่คืนเดียว
หรือบางที... สำหรับเขา เธออาจไม่ใช่คนแปลกหน้ามาตั้งแต่ต้น
ภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นแล่นกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง รสจูบเร่าร้อน และสายตาที่เขามองเธอราวกับเธอเป็นผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในโลก...
“นพัทธ์” เสียงของคุณหญิงดารินทร์กดต่ำลง “แกกำลังทำเรื่องไร้สาระ”
ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆ “การแต่งงานของผมมันไร้สาระตรงไหนครับ”
“ผู้หญิงคนนี้เป็นใครมาจากไหนก็ไม่มีใครรู้” ดวงตาคมกริบของหญิงสูงวัยตวัดกลับมาที่พิมพ์พิศาอีกครั้ง “แถมยังมาความจำเสื่อมเอาดื้อๆ”
พิมพ์พิศาใจหายวาบ สายตาของผู้หญิงตรงหน้าน่ากลัวเกินไป เหมือนพร้อมจะกระชากหน้ากากของเธอออกทุกเมื่อ
“หมอยืนยันว่าเธอกระทบกระเทือนทางสมอง” นพัทธ์ตอบอย่างใจเย็น “แกกลายเป็นคนเชื่อง่ายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักครู่หนึ่ง พิมพ์พิศาเม้มริมฝีปากแน่น เธอรู้ดีว่าคุณหญิงดารินทร์ไม่เชื่อเธอเลยแม้แต่นิดเดียว และที่สำคัญ... อีกฝ่ายกำลังขุ่นเคืองที่นพัทธ์เลือกเธอ
“หรือว่า...” หญิงสูงวัยยกยิ้มเย็น “แกกำลังประชดฉันเรื่องหนูรินทร์”
นัยน์ตาของนพัทธ์เย็นวาบลงทันที “ผมไม่ได้ประชดใคร”
“แล้วจะอธิบายเรื่องนี้ยังไง”
“ผมรักเธอ”
คำบอกรักที่หลุดออกมาจากปากของเขาทำเอาพิมพ์พิศาเบิกตากว้าง แม้จะรู้เต็มอกว่ามันคือการโป้ปดเพื่อเอาชนะ แต่ไม่รู้ทำไมน้ำเสียงที่ฟังดูจริงจนน่าประหลาดนั่นกลับทำให้เธอเจ็บแปลบในอก
คุณหญิงดารินทร์เงียบไปอึดใจก่อนจะแค่นหัวเราะ “รักอย่างนั้นหรือ?”
หญิงสูงวัยสาวเท้าเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าพิมพ์พิศา “ถ้าอย่างนั้นเธอลองบอกฉันหน่อยสิ...”
“...”
“ว่าลูกชายฉันแพ้อะไร”
หัวใจของพิมพ์พิศาหล่นวูบ คำถามเรียบง่ายทว่าต้อนเธอจนมุม เพราะเธอไม่รู้เรื่องส่วนตัวของเขาเลยสักอย่าง ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันจนได้ยินเสียงแอร์
คุณหญิงดารินทร์ยิ้มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า “เห็นไหมนพัทธ์...”
“เธอความจำเสื่อมครับ” ชายหนุ่มแทรกขึ้นทันควัน
“งั้นหรือ...” หญิงสูงวัยหรี่ตาประเมินพิมพ์พิศาอีกครั้ง ก่อนจะทิ้งระเบิดลูกสุดท้าย “แต่แปลกนะ... คนที่ความจำเสื่อมจริงๆ มักไม่แสดงสีหน้าตระหนกได้รวดเร็วขนาดนี้”
พิมพ์พิศาหน้าเสียทันที นพัทธ์เองก็หรี่ตามองแม่ใหญ่ด้วยแววตาที่อ่านยาก บรรยากาศเริ่มตึงเครียดจนถึงขีดสุด
