บทที่ 7 ความจริงเพียงหนึ่งเดียว
“ฉันไม่สนว่าเธอจะเป็นใคร” คุณหญิงดารินทร์เอ่ยต่อพลางกดสายตามองเธอราวกับเป็นธาตุอากาศ “แต่จำไว้ว่าการจะก้าวเข้ามาเป็นสะใภ้วรากรมันไม่ง่าย โดยเฉพาะผู้หญิงที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเธอ”
พิมพ์พิศากำผ้าห่มจนนิ้วซีดขาว ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะอ้าปากตอบโต้...
“พอได้แล้วครับ”
น้ำเสียงเย็นเฉียบของนพัทธ์ตัดฉับจนทุกอย่างเงียบกริบ ชายหนุ่มขยับมาบังร่างของพิมพ์พิศาไว้เต็มตัว
“เธอเป็นคนของผม” นพัทธ์จ้องตากับผู้เป็นแม่อย่างไร้ความหวั่นเกรง “และผมจะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกเธอ... แม้แต่แม่ใหญ่ก็ตาม”
หัวใจของพิมพ์พิศาสั่นไหวอย่างรุนแรง ทั้งที่สถานการณ์รอบตัวอันตรายและเต็มไปด้วยคำลวง แต่ในวินาทีนี้... เธอกลับรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดเพียงเพราะแผ่นหลังของผู้ชายคนนี้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอนี่เอง
“เธอเป็นคนของผม”
ประโยคนั้นยังดังก้องในโสตสอดไม่ยอมจาง ทั้งที่รู้เต็มอกว่าเขาแค่แสดงละครตบตาแม่ใหญ่ แต่ไม่รู้ทำไม... คำพูดของเขากลับมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเธอรุนแรงเหลือเกิน
คุณหญิงดารินทร์จ้องหลานชายเงียบๆ อยู่อึดใจ ก่อนจะยกยิ้มเย็นที่ไปไม่ถึงดวงตา “แกกล้าขึ้นเสียงใส่ฉันเพราะผู้หญิงคนนี้?”
“ผมไม่ได้ขึ้นเสียง” นพัทธ์ตอบเรียบ “ผมแค่กำลังปกป้องคู่หมั้นของตัวเอง”
“คู่หมั้น?” หญิงสูงวัยหัวเราะหยันในลำคอ “ผู้หญิงที่เพิ่งโผล่มาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงนี่น่ะนะ” สายตาคมกริบตวัดกลับมาที่พิมพ์พิศาอีกครั้ง “เธอนี่เก่งเหมือนกันนะ”
คำชมธรรมดาที่ฟังเหมือนตบหน้ากลายๆ ทำให้พิมพ์พิศากำผ้าห่มแน่นจนนิ้วขาวซีด
“แม่ใหญ่ครับ” น้ำเสียงของนพัทธ์เย็นจัด เขาไม่ชอบสายตาดูถูกที่ย่าใช้มองพิมพ์พิศา และยิ่งไม่ชอบ... ที่เห็นคนของเขาต้องตัวสั่นเพราะแรงกดดัน “เรื่องแต่งงาน ผมจะตัดสินใจเอง”
“แล้วแกคิดว่าฉันจะยอม?” คุณหญิงสวนกลับทันควัน “นพัทธ์ อย่าลืมว่าทุกอย่างที่แกมีวันนี้... คือของวรากร”
“ผมไม่เคยลืม”
“งั้นก็เลิกเอาแต่ใจ แล้วแต่งงานกับหนูรินทร์ตามที่ฉันจัดการไว้ซะ”
บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก พิมพ์พิศาเงียบฟังอย่างสับสน ‘หนูรินทร์’ คงเป็นผู้หญิงที่เหมาะสมและถูกเลือกไว้ให้เขา แล้วเธอที่นั่งอยู่ตรงนี้ล่ะ... เธอกำลังทำอะไรอยู่กันแน่
“ผมไม่แต่ง” คำตอบหนักแน่นนั้นทำให้หญิงสูงวัยนิ่งงัน
“เพราะผู้หญิงคนนี้?” “ครับ”
ไม่มีแม้เสี้ยววินาทีที่เขาจะลังเล พิมพ์พิศาเผลอเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง ผู้ชายคนนี้โกหกเก่งจนน่ากลัว หรือบางที... เขาอาจจะไม่ได้โกหกทั้งหมดกันแน่
“แกกำลังหลงผู้หญิงจนขาดสติ”
“แล้วมันผิดตรงไหนครับ”
คุณหญิงดารินทร์หัวเราะออกมาคล้ายได้ยินเรื่องน่าขันที่สุดในโลก “หลงผู้หญิงจนเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงน่ะหรือ?”
นัยน์ตาคมของนพัทธ์หรี่ลงทันที “หมายความว่ายังไงครับ”
หญิงสูงวัยไม่ตอบ แต่กลับหยิบซองเอกสารสีครีมออกจากกระเป๋าถือแล้วโยนลงบนโต๊ะข้างเตียงดัง ปึก! นพัทธ์หยิบเอกสารขึ้นมาเปิดดู สีหน้าที่เคยนิ่งสงบกลับเย็นเยียบลงเรื่อยๆ จนน่าใจหาย
“แม่ใหญ่เอามาจากไหน” “ฉันควรถามแกมากกว่า... ว่าไปคว้าผู้หญิง ‘แบบนี้’ มาจากไหน”
หัวใจของพิมพ์พิศาเต้นระรัวจนแทบหลุดจากอก ‘ผู้หญิงแบบนี้’ อย่างนั้นหรือ? ในซองนั่นมีอะไรกันแน่ นพัทธ์ปิดเอกสารลงช้าๆ กรามคมบดเข้าหากันจนขึ้นสันนูน
“ออกไปก่อนครับ” “นพัทธ์!” “ผมบอกให้ออกไป!”
น้ำเสียงของเขาเย็นเฉียบและทรงอำนาจจนพิมพ์พิศาใจฝ่อ เธอไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน แม้แต่คืนที่เจกันครั้งแรก เขาก็ยังควบคุมตัวเองได้ดีเสมอ ทว่าตอนนี้... เขากำลังโกรธจัด
คุณหญิงดารินทร์จ้องหลานชายอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเหยียดยิ้ม “ฉันจะรอดู ว่าแกจะปกป้องเธอได้นานแค่ไหน”
สิ้นประโยค หญิงสูงวัยก็หมุนตัวก้าวออกจากห้องไปทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่แสนอึดอัด พิมพ์พิศารีบหันไปมองร่างสูงที่ยังยืนหันหลังให้เธอ
“ในนั้นมีอะไรคะ...”
นพัทธ์ไม่ตอบ เขาเอาแต่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง มือข้างหนึ่งกำเอกสารแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน บรรยากาศรอบตัวเขาตอนนี้ดูอันตรายจนเธอไม่กล้าขยับ
“คุณนพ...”
ชายหนุ่มหลับตาลงช้าๆ สูบลมหายใจลึกคล้ายพยายามข่มอารมณ์ ก่อนจะหันกลับมามองเธอ วินาทีนั้นหญิงสาวรู้สึกเหมือนหัวใจหล่นวูบ สายตาที่เขามองมามันเต็มไปด้วยความตึงเครียดและร่องรอยของความหวงแหนที่ปิดไม่มิด
“พิมพ์” นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกชื่อจริงของเธอ
“คะ...”
“ผมจะถามคุณแค่ครั้งเดียว” เขาเดินเข้ามาหยุดช้าๆ ที่ข้างเตียง ระยะห่างที่ลดลงกลับเพิ่มความกดดันจนเธอแทบหยุดหายใจ “เมื่อคืนก่อนที่คุณจะโดนทำร้าย...”
ดวงตาคมจับจ้องลึกเข้ามาในแววตาที่สั่นไหวของเธอ
“คุณไปเห็นอะไรมา”
