บทที่ 8 ผู้ร้ายปากแข็ง

พิมพ์พิศารู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ

ภายในห้องเงียบสงัดจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตัวเอง ดวงตาคมปลาบของนพัทธ์ยังคงตรึงเธอไว้ไม่วางตา ราวกับกำลังกดดันให้เธอเป็นฝ่ายเปิดเผยความจริงออกมาเอง

“ผมจะถามคุณแค่ครั้งเดียว” น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นนิ่งสนิท ทว่ากลับให้ความรู้สึกบีบคั้นอย่างรุนแรง “เมื่อคืนก่อนที่คุณจะโดนทำร้าย... คุณไปเห็นอะไรมา”

พิมพ์พิศากำผ้าห่มแน่น ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนผุดซ้อนขึ้นมาในหัว ทั้งเสียงหัวเราะกร้านหู กลิ่นควันบุหรี่ฉุนกึกปนกลิ่นเหล้า และประโยคที่พังทลายชีวิตเธอจนไม่เหลือชิ้นดี

‘ล็อตนี้ส่งเข้าท่าเรือคืนวันศุกร์... อาวุธพวกนั้นต้องผ่านศุลกากรให้ได้ เรื่องตำรวจเดี๋ยวผมจัดการเอง’

เธอจำได้แม่นยำเกินไป... รวมทั้งใบหน้าของพ่อเลี้ยงอานนท์ที่บิดเบี้ยวด้วยความเหี้ยมเกรียมในตอนที่รู้ว่าเธอแอบฟังอยู่ ผู้ชายที่สังคมยกย่องว่าใจบุญและสุภาพ แท้จริงแล้วกลับเป็นเอเย่นต์ค้าอาวุธเถื่อนรายใหญ่ที่พร้อมจะสั่งฆ่าปิดปากแม้กระทั่งคนในครอบครัว

“ฉัน...” เธอพยายามเค้นเสียงที่สั่นเครือให้มั่นคง “ฉันจำไม่ได้ค่ะ”

นพัทธ์เงียบไป เขาไม่ได้รีบร้อนคาดคั้น ทว่าความเงียบที่ลากยาวนั้นกลับทำหน้าที่บีบหัวใจคนฟังได้ดียิ่งกว่าคำพูดใดๆ สุดท้ายชายหนุ่มก็ถอนหายใจออกมาแผ่วเบา

“คุณนี่ดื้อจริงๆ”

เขาบ่นพึมพำคล้ายพูดกับตัวเอง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาข้างเตียง พิมพ์พิศาเผลอเฝ้ามองเขาเงียบๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าฉายชัดบนใบหน้าสมบูรณ์แบบนั้น ตั้งแต่พบกันอีกครั้ง เขาดูเหมือนคนที่ควบคุมทุกอย่างได้เสมอ แต่ตอนนี้... แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความหนักใจบางอย่าง

“คุณไม่จำเป็นต้องเข้ามาเสี่ยงเรื่องของฉันก็ได้ค่ะ” เธอพูดขึ้นเสียงเบา “คนพวกนั้นอันตรายมาก”

นพัทธ์เงยหน้าสบตาเธอทันควัน “แล้วคุณคิดว่าผมกลัว?”

“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น...”

“แต่ผมหมายความแบบนั้น” เขาตัดบทเสียงเรียบ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาเธอ “ตั้งแต่วินาทีที่ผมช่วยคุณขึ้นมาจากถนนคืนนั้น คุณก็กลายเป็นปัญหาของผมไปแล้ว”

หัวใจของพิมพ์พิศากระตุกแรง ไม่รู้ว่าสั่นไหวเพราะน้ำเสียงจริงจัง หรือเพราะสายตาที่มองมาเหมือนเธอคือสิ่งที่เขายอมละทิ้งทุกอย่างเพื่อปกป้อง

“คุณไม่ควรเอาตัวเองมาเสี่ยง”

“แต่ผมทำไปแล้ว” คำตอบสั้นๆ ทำเอาเธอใบ้กิน

นพัทธ์เอนหลังพิงโซฟาพลางคลายเนกไทช้าๆ ท่วงท่าที่ดูเหนื่อยล้าทว่ายังคงสง่างามอย่างประหลาด “แม่ใหญ่ส่งคนไปสืบเรื่องของคุณแล้ว”

พิมพ์พิศาหน้าเสียทันที “อะไรนะคะ!”

“ไม่ต้องตกใจ” เขาเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ผมสั่งคนของผมไว้แล้วว่าห้ามให้ข้อมูลอะไรทั้งนั้น”

“แต่ถ้าพวกเขารู้ตัวจริงของฉันขึ้นมา...”

“ผมจะไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้น”

น้ำเสียงหนักแน่นนั้นทำให้เธอชะงัก ผู้ชายคนนี้... ทำไมถึงยอมแลกขนาดนี้ ทั้งที่ความจริงเขาควรจะผลักเธอออกไปให้ไกลที่สุดนับตั้งแต่รู้ว่าเธอกำลังนำพาหายนะมาสู่เขา

“ทำไมคะ...” เธอถามออกไปแผ่วเบา “ทำไมคุณต้องช่วยฉันขนาดนี้”

นพัทธ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “อะไรนะ”

“ทำไมต้องช่วยฉัน ทั้งที่คุณควรจะเกลียดฉันด้วยซ้ำ”

เขานิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาคมมองเธอเงียบๆ คล้ายกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่างในใจ ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ “ผมก็สงสัยตัวเองเหมือนกัน... ทั้งที่ปกติผมไม่ใช่คนใจดีขนาดนั้น”

พิมพ์พิศาเผลอเม้มริมฝีปาก ใช่... เธอรู้ดีว่านพัทธ์ไม่ใช่ผู้ชายอ่อนโยน เขาเย็นชา นิ่งขรึม และอันตราย ทว่าในความร้ายกาจนั้น เขากลับดูแลเธอดีเกินไป

“หรืออาจจะเป็นเพราะ...” เขาพูดขึ้นช้าๆ พลางจ้องเธอนิ่ง “ผมยังคงคิดถึงเรื่องของเราในคืนนั้น”

หัวใจของพิมพ์พิศาหล่นวูบ เธอรีบหลบสายตาทันทีเมื่อเขาวกกลับมาเรื่องที่หัวหิน “ฉันไม่เข้าใจว่าคุณหมายถึงอะไร”

“อย่างนั้นหรือ...”

นพัทธ์ขยับยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับทำเอาเธอใจสั่นยิ่งกว่าเดิม “คุณรู้ไหมพิมพ์... ผมเกลียดคนโกหกที่สุด”

หญิงสาวกำผ้าห่มจนปลายนิ้วซีดขาว

“แต่ที่น่าแปลก...” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาหยุดอยู่ชิดขอบเตียง เขาโน้มใบหน้าลงมาหาช้าๆ จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของกันและกัน “ทั้งที่รู้เต็มอกว่าคุณกำลังโกหก... ผมกลับยังปล่อยคุณไปไม่ได้จริงๆ”

หัวใจของพิมพ์พิศาสั่นไหวอย่างรุนแรง เธอควรผลักเขาออก ควรหยุดวงจรนี้เสียก่อนที่มันจะถลำลึกไปมากกว่าเดิม ทว่าเมื่อเผลอสบตากับคนตรงหน้า กำแพงความเข้มแข็งที่เธอพยายามสร้างขึ้นกลับพังทลายลงอย่างง่ายดาย

เพราะสายตาที่เขามองมาในตอนนี้... มันไม่ใช่การแสดงละครตบตาแม่ใหญ่ แต่มันคือความจริงที่เขาซ่อนไว้มาตลอดหนึ่งปี

“คุณนพ...” เสียงของเธอสั่นแผ่วและพร่าเลือน

นพัทธ์เลื่อนสายตาลงมาที่ริมฝีปากอิ่มช้าๆ สายตาแบบนั้นทำให้พิมพ์พิศาแทบหยุดหายใจ เธอจำได้ดี... คืนที่หัวหิน ก่อนที่เขาจะโน้มลงมามอบรสจูบที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล เขาก็มองเธอแบบนี้

สายตาของคนที่กำลังสะกดกั้นอารมณ์... ทั้งที่ข้างในอยากจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว

“อย่ามองฉันแบบนั้น...”

เธอเผลอหลุดปากออกไปเบาๆ โดยไม่ทันตั้งตัว นพัทธ์ชะงักไปทันที ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อยอย่างจับสังเกต

“แบบไหน?”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป