บทที่ 10 คุณแม่ไม่ปลื้ม
ค่ำคืนนั้นที่คฤหาสน์หรูของคุณอรุณรัศมีมารดาของ พญ.กาต์ชนก โต๊ะอาหารใหญ่ถูกจัดวางอย่างประณีต อาหารเลิศรสส่งกลิ่นหอมอบอวล แต่บรรยากาศกลับดูตึงเครียดกว่าที่ธันวาคาดเอาไว้ คุณอรุณรัศมี มารดาของหมอแพร เธออยู่ในชุดผ้าไหมดูภูมิฐาน ใบหน้าแม้จะดูอ่อนโยน แต่แววตากลับแฝงไว้ด้วยความเคร่งขรึมและเย็นชา ธันวานั่งตรงข้ามเธอ ส่วนหมอแพรนั่งอยู่ข้างๆ เขา
เสียงหัวเราะเบาๆ และบทสนทนาดังขึ้นเป็นระยะจากโต๊ะอาหาร ธันวาดูมีความสุขเป็นพิเศษเมื่อมีหมอแพรนั่งเคียงข้าง ดวงตาคมกริบของธันวาแอบเหลือบมองแฟนสาวอยู่เป็นระยะ ทว่า...ในใจกลับรู้สึกสับสนปนเปกับอ้อมกอดของเด็กสาวในคืนฝนพรำที่ยังคงตราตรึงอยู่ในห้วงแห่งความทรงจำ
“ป้านวลนี่ฝีมือไม่ตกเลยนะครับ ผมมาทานกี่ครั้งก็ยังอร่อยเหมือนเดิม” ธันวาเอ่ยชมป้านวลแม่ครัวฝีมือดีของคฤหาสน์หลังงาม หญิงสูงวัยยิ้มรับอย่างอบอุ่น
“จริงเหรอคะ คุณธันวา ถ้าชอบเมนูไหนเป็นพิเศษ คราวหน้า...ก็บอกป้าไว้ได้นะคะ” คุณหมอหนุ่มยิ้มกว้าง
“ขอบคุณครับ”
ระหว่างการรับประทานอาหารมื้อค่ำดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง คุณอรุณรัศมีก็เอ่ยถามบุตรสาวถึงเรื่องการทำงานและวกมาที่เจ้าของโรงพยาบาลอย่างคุณคณิน ธันวารู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป ไม่นานนักเสียงโทรศัพท์ของหมอแพรก็ดังขึ้น หล่อนหยิบขึ้นมาดูก่อนจะหันมาทางแฟนหนุ่มที่นั่งรับประทานอาหารอยู่ข้าง ๆ
“ธันคะ...เดี๋ยวแพรมานะคะ” กานต์ชนกยิ้มให้ธันวาก่อนจะลุกออกจากโต๊ะเพื่อเดินไปรับโทรศัพท์ด้านนอก
“เดี๋ยวนี้!!!...ยัยแพรเค้ารับโทรศัพท์บ่อยค่ะ คุณคณินเค้าโทรมาหาเป็นประจำทุกวันเลย” คุณอรุณรัศมีเอ่ยขึ้นด้วยเสียงราบเรียบ ทว่า..คำพูดของเธอนั้นก็ทำให้หัวใจของนายแพทย์หนุ่มต้องชะงัก เขารู้ดีว่า 'คุณคณิน' ที่ถูกกล่าวถึงคือทายาทเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนรายใหญ่ที่กำลังตามจีบแฟนสาวอยู่ และเป็นคนที่คุณอรุณรัศมีแม่ของเธอเชียร์จนออกนอกหน้า
ทันทีที่ร่างของลูกสาวเดินคุยโทรศัพท์ออกไปจนลับสายตา คุณอรุณรัศมีก็หันมาเผชิญหน้ากับธันวา ดวงตาของเธอดุดันขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แววตาคมกริบราวกับพยายามเจาะทะลุเข้ามาในหัวใจของเขา
“คุณธันวาคะ ดิฉันขอพูดตรงๆ นะคะ” เสียงของคุณอรุณรัศมีราบเรียบแต่แฝงด้วยความเฉียบขาดและเยือกเย็น
“คุณกับลูกสาวของฉันก็คบหากันมานาน ดิฉันก็เห็นใจ แต่ดิฉันอยากให้คุณเห็นแก่อนาคตของยัยแพรบ้าง”
ธันวานั่งนิ่ง ปล่อยให้คุณอรุณรัศมีพูดต่อ เขารู้ดีว่าเรื่องนี้ต้องถูกหยิบยกขึ้นมาพูดจนได้ และนี่คือบทสนทนาที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด
“ยัยแพรเป็นลูกสาวคนเดียวของดิฉัน หัวอกคนเป็นแม่ย่อมอยากให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต” คุณอรุณรัศมีพูดเน้นย้ำทุกคำราวกับตอกย้ำความจริงที่โหดร้าย
“อนาคตของลูกสาวฉันกำลังจะไปได้สวย หากเธอได้ลงเอยกับคุณคณิน ดิฉันไม่อยากให้ยัยแพรต้องเป็นกังวลและรู้สึกผิดต่อคุณ ยัยแพรไม่เหมาะกับชีวิตที่ต้องดิ้นรนแบบคุณหรอกค่ะ...คุณช่วยปล่อยลูกสาวฉันไปได้มั้ยคะ ถือว่าฉันขอร้อง”
คำพูดของคุณอรุณรัศมีราวกับคมมีดที่กรีดแทงลงบนแผลเดิมที่ยังไม่หายดีของธันวา ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นแปลบเข้ามาในใจของนายแพทย์หนุ่ม
เขาอุตส่าห์พยายามสร้างอนาคตทุกอย่าง เก็บหอมรอมริบตั้งแต่ทำงานเดือนแรก ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจเพื่อสร้างฐานะให้มั่นคงที่สุด หวังว่าวันหนึ่งตนเองจะคู่ควรกับแฟนสาว แต่คนตรงหน้ากลับไม่มีแม้แต่จะเห็นใจในความพยายามทั้งหมดที่เขาทุ่มเทลงไปเลยสักนิด
คุณอรุณรัศมีกำลังบอกให้เขาปล่อยมือจากคนที่เขารัก เพียงเพราะเขายังไม่รวยพอ ในสายตาของเธอ ความรู้สึกน้อยใจและคับแค้นใจตีตื้นขึ้นมาในอก ธันวาได้แต่กัดฟันข่มอารมณ์ เขารู้สึกเหมือนความรักและความพยายามของเขาไร้ค่าสิ้นดีในสายตาของหญิงสูงวัยตรงหน้า
“ถือว่าดิฉันขอโอกาสให้ลูกสาวเถอะนะคะ...คุณธันวา ถ้าคุณรักยัยแพรจริง ได้โปรดปล่อยลูกสาวดิฉันไปเถอะค่ะ ให้ยัยแพรได้ไปเจออนาคตที่ดี หวังว่าคุณคงจะเข้าใจหัวอกของคนเป็นแม่นะคะ” คุณอรุณรัศมีมองตรงมาที่เขา ดวงตาคมกริบฉายแววแน่วแน่ ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อยในถ้อยคำของเธอ ราวกับเธอกำลังตัดสินชะตาชีวิตของเขาและลูกสาวไปพร้อมกัน
แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมอ่อนข้อให้เลยแม้แต่น้อย ไม่มีความลังเลใด ๆ ในถ้อยคำของเธอ ราวกับว่าคุณอรุณรัศมีกำลังกำหนดชะตาชีวิตของลูกสาวเธอ สำหรับตัวเขาเองนั้นไม่ได้ยากเย็นอะไร ขอเพียงแค่แฟนสาวบอกเขาตรง ๆ ว่าได้หมดรักเขาแล้ว เขาก็พร้อมที่จะเดินออกไปจากชีวิตของเธอ
“ครับคุณท่าน ผมเคารพในการตัดสินใจของแพรทุกอย่างอยู่แล้วครับ ขอเพียงแค่เธอบอกผมมาตรงๆ ผมจะไม่รั้งเธอเอาไว้เลย” เขาเอ่ยพลางสบตากับคุณอรุณรัศมีอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตาของเขาสื่อสารอย่างชัดเจนว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยมือจากแฟนสาว หากไม่ใช่เพราะความต้องการของเธอเอง คุณอรุณรัศมียิ้มเย้ยหยันก่อนจะเอ่ยต่อไปอย่างไม่ยอมแพ้
“คุณก็รู้ว่าลูกสาวของฉันจะต้องรู้สึกผิด และถ้าเป็นฉันละก็ แค่เห็นคนรักกำลังมีอนาคตที่สดใส ฉันจะไม่รั้งเค้าไว้หรอกค่ะ” เธอพูดย้ำราวกับกำลังชี้นำและบีบบังคับทางอ้อมให้ธันวาเป็นฝ่ายเสียสละ
“ครับ” ธันวาตอบสั้นๆ เพียงคำเดียว ก่อนจะนั่งนิ่งปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมรอบโต๊ะ เขารู้ดีว่าการโต้เถียงไปก็ไม่มีประโยชน์ใดๆ ในเมื่ออีกฝ่ายได้ตัดสินใจไปแล้ว การแสดงความเยือกเย็นและสุขุมออกมา กลับยิ่งทำให้คุณอรุณรัศมีรู้สึกไม่พอใจมากยิ่งขึ้น ธันวารวมช้อนส้อมเสร็จก็ยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ปล่อยคำพูดเหล่านั้นไหลลงคอไปพร้อมกับน้ำ
