บทที่ 11 ผลข้างเคียง
ในจังหวะนั้นเอง กานต์ชนกที่คุยโทรศัพท์เสร็จเรียบร้อยก็เดินกลับมาที่โต๊ะอาหารอีกครั้ง ใบหน้าของเธอยังคงยิ้มแย้ม แต่เมื่อสายตาเธอเหลือบเห็นท่าทางที่ดูผิดปกติของธันวา รอยยิ้มนั้นก็จางหายไป
“ธัน!!!...คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมรีบอิ่มจัง” คุณหมอสาวเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
ธันวาส่งยิ้มบางๆ ให้เธอ ก่อนจะพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“อ๋อ!!!..ไม่มีอะไรหรอกครับแพร คือว่าถ้าผมทานเยอะแล้วผมจะง่วงน่ะ กลางดึกคืนนี้ผมมีผ่าคลอดอีกเคสน่ะ” นายแพทย์หนุ่มอ้างได้อย่างแนบเนียนแต่เขาไม่ได้โกหก เพราะคืนนี้เขามีเคสผ่าคลอดจริง ๆ และอีกอย่างธันวาก็ไม่ต้องการให้กานต์ชนกต้องเป็นกังวล หรือต้องมาเลือกข้างระหว่างเขากับแม่ของเธอ
ยังไม่ทันที่หมอแพรจะซักไซร้ต่อ โทรศัพท์ของธันวาก็ดังขึ้น เขามองหน้าจอ พบว่าเป็นเบอร์ของพยาบาลประจำห้องคลอด
“สวัสดีครับ...ครับ...ได้ครับ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้” ธันวารีบตอบสั้นๆ ก่อนจะวางสายไป แล้วหันมามองหมอแฟนสาวและมารดาของเธอ
“ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ ตอนนี้มีเคสด่วนต้องผ่าคลอดฉุกเฉิน” ธันวากล่าวจบก็รีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกเหมือนได้รับโอกาสให้หลุดพ้นจากสถานการณ์ที่อันอึดอัดนี้
“ด่วนขนาดนั้นเลยเหรอคะ” กานต์ชนกเอ่ยอย่างผิดหวัง
“ครับ “ ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ลึกๆ แล้ว เขากลับรู้สึกโล่งใจ และการที่ต้องนั่งเผชิญหน้ากับความจริงอันขมขื่น ที่มันยากเกินกว่าตัวเองจะรับไหว มันเป็นอะไรที่ทรมานสุด ๆ ในชีวิต
ธันวารีบยกมือไหว้บอกลาคุณอรุณรัศมี ก่อนจะรีบเดินออกจากคฤหาสน์หลังงามไป ทิ้งให้ความเงียบและความรู้สึกบางอย่างให้อยู่ในใจของกานต์ชนกแฟนสาว
ธันวาขับรถออกมาจากคฤหาสน์ที่เต็มไปด้วยความอึดอัดและคำพูดเชือดเฉือนจากคุณอรุณรัศมีมารดาของกานต์ชนกแฟนสาว โดยเขาอ้างเหตุผลเรื่องเคสผ่าคลอดฉุกเฉิน ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นเพียงข้ออ้างที่เขาใช้หลบหนีจากความอึดอัดที่ไม่อาจทนอยู่ต่อได้ เสียงโทรศัพท์จากพยาบาลที่โทรมาเตือนเรื่องเคสกลางดึก เป็นเพียงการย้ำเตือนเท่านั้น ไม่ได้มีเคสเร่งด่วนถึงขนาดต้องรีบกลับอย่างที่เขาบอก
รถหรูเคลื่อนตัวไปตามท้องถนนที่เริ่มคึกคักขึ้นเรื่อย ๆ ยามค่ำคืน แสงไฟจากป้ายโฆษณาข้างทางสะท้อนเข้ามาในรถเป็นระยะ หัวใจยังคงเต็มไปด้วยความขุ่นมัวจากคำพูดของคุณอรุณรัศมีที่ตอกย้ำถึงความไม่คู่ควรของเขากับลูกสาวของเธอ
ธันวากำพวงมาลัยแน่นขณะรถเคลื่อนไปตามถนนที่เริ่มเงียบสงัดในยามดึก เขายังคงรู้สึกถึงแรงกดดันจากบทสนทนาที่โต๊ะอาหาร แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ดึงเขาออกจากห้วงความคิด ธันวาเหลือบมองหน้าจอ เป็นสายจากวนิดา พยาบาลหน้าห้องตรวจของเขาเอง
“สวัสดีค่ะ...หมอธัน...เมื่อสักครู่” เสียงวนิดาฟังดูลังเลในตอนแรก ก่อนจะเอ่ยต่อ
“คือดาจะโทรมาสอบถามน่ะค่ะ” ธันวาอมยิ้มเล็กน้อย เขารู้ทันทีว่าวนิดากำลังสงสัยเรื่องอะไร
“อ๋อ...ขอโทษทีครับ คุณวนิดา พอดีที่ผมต้องพูดแบบนั้นเพราะผมมีเหตุผลบางอย่างครับ” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ” วนิดาตอบรับ
“ขอบคุณที่เข้าใจนะครับ”
“ดาว่าแล้วคุณหมอจะต้องโกหกอะไรสักอย่าง ถึงได้พูดมาแบบนั้น” เธอหัวเราะเบาๆ ซึ่งทำให้ธันวารู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย วนิดาเป็นพยาบาลที่ทำงานด้วยกันมานาน เธอเข้าใจธันวาดีในหลายๆ เรื่อง
“แต่คืนนี้ตอนตีหนึ่งเก้านาที คุณหมออย่าลืมนะคะ คนไข้ต้องการผ่าคลอดเวลานั้นเป๊ะ ๆ” วนิดาย้ำเสียงจริงจัง ธันวานึกยิ้มกับตัวเอง คนไข้รายนี้เชื่อเรื่องหมอดูจนเกินเหตุ จนต้องนัดผ่าคลอดในเวลานั้น
“ครับคุณวนิดา ขอบคุณที่เตือนครับ” ธันวาตอบรับ เขาเหลือบมองนาฬิกาบนคอนโซลรถ ยังเหลือเวลาหลายชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาผ่าคลอดตามฤกษ์ของคนไข้
ระหว่างที่รถของนายแพทย์หนุ่มจอดติดไฟแดงเสียงแจ้งเตือนไลน์ก็ดังขึ้นมาจากโทรศัพท์ที่วางอยู่บนแท่นชาร์ทข้างคนขับ ธันวาเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาดู หน้าจอแสดงชื่อ 'ขวัญรวินทร์' เป็นข้อความสั้นๆ ที่เธอส่งมา
'อาหมอ แวะมาหาหนูที่หอได้มั้ยคะ หนูมีเรื่องจะปรึกษา' ข้อความเพียงไม่กี่คำนั้นราวกับกระแสไฟฟ้าที่วิ่งเข้าสู่หัวใจของธันวา เขาไม่รอช้า พอขึ้นสัญญาณไฟเขียว เท้าของเขาก็กระแทกคันเร่งทันที ปลายทางคือหอพักของขวัญรวินทร์ แรงขับเคลื่อนในใจตอนนี้มีเพียงสิ่งเดียวคือความห่วงใยที่ท่วมท้น เขาต้องรีบไปหาเธอ...ต้องไปอยู่ข้างๆ เธอในเวลาที่ย่ำแย่เช่นนี้
ความเงียบสงัดของค่ำคืนที่โรยตัวลงมาอย่างช้าๆ ธันวา ขับรถยนต์คันหรูมาจอดสนิทที่หน้าหอพักของ ขวัญรวินทร์ แสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าส่องกระทบผิวกระจกสะท้อนภาพเงาของเขาที่นั่งอยู่ภายในรถ
เขาเหลือบมองไปยังตัวอาคารของหอพัก เบื้องหลังหน้าต่างบานหนึ่ง เขารู้ดีว่าขวัญรวินทร์กำลังอยู่ในนั้น ก่อนจะรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ แล้วพิมพ์ข้อความสั้นๆ ส่งหาเธอ
'อาหมอ...ถึงแล้วนะหนู'
เพียงไม่กี่วินาที เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น ข้อความตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
'ค่ะ..อาหมอ หนูเห็นรถแล้วค่ะ รอแป๊บนะคะ หนูกำลังลงไป' เด็กสาวรีบลงมารับเขายังด้านล่าง
รอยยิ้มของธันวาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย เขามองไปยังประตูทางเข้าด้านล่างของหอพัก ราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง... หรืออาจจะแค่รอให้หัวใจที่กำลังปั่นป่วนของเขาสงบลง
“หนูมีอะไรหรือเปล่า” น้ำเสียงของเขาเอ่ยขึ้นอย่างห่วงใย เมื่อเด็กสาวเดินออกมาหา
“ตั้งแต่ที่อาหมอให้หนูกินยาคุมฉุกเฉินไป เมนส์หนูมันก็ไหลไม่หยุดมาหลายวันแล้ว หนูจะทำยังไงดีคะ” เธอพูดเสียงเบามากจนเกือบจะเป็นกระซิบ
“อืม…” ธันวาทำเสียงในลำคอ พยายามใช้ความคิดอย่างรวดเร็ว
“อาการเลือดออกผิดปกติหลังทานยาคุมฉุกเฉินเป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยอยู่นะ หนูไม่ต้องกังวลไปหรอก”
“แต่ว่ามันแย่มาก ๆ เลยค่ะ หนูต้องคอยเปลี่ยนผ้าอนามัยเกือบทุกสองชั่วโมงเลย”
