บทที่ 2 ครั้งแรกของหนู

กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในห้องตรวจที่เคยสะอาดหมดจด ธันวายังคงรักษาท่าทีสงบเยือกเย็นตามแบบฉบับของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ภายในใจของเขากำลังสั่นสะท้าน ภาพน้ำอสุจิสีขุ่นข้นที่ปนเปื้อนกับหยาดเลือดสีสดใสบนแผ่นรองซับ ตอกย้ำความจริงที่อยู่ตรงหน้า และคำสารภาพแผ่วเบาของขวัญรวินทร์ยิ่งฉุดกระชากสติของเขาให้ดำดิ่ง

“หนูได้ป้องกันหรือเปล่า” เขาเอ่ยถาม เสียงของเขาแหบพร่ากว่าที่คิด พยายามควบคุมโทนเสียงไม่ให้แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมา แต่ความผิดหวังปนความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้

“เปล่าค่ะ” ขวัญรวินทร์เอ่ยเสียงสั่น พยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอ ใบหน้าอ่อนเยาว์แดงก่ำด้วยความอับอายและความเจ็บปวด ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ทำไมละเลยแบบนี้ล่ะ ถ้าท้องขึ้นมาจะว่ายังไง” น้ำเสียงของเขาเจือความตำหนิเล็กน้อย แต่แฝงด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด

“หนูขอโทษค่ะ” ขวัญรวินทร์สะอื้นเบาๆ

“ครั้งแรกใช่มั้ย” ธันวาถามอีกครั้ง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่แดงก่ำของเธอ พยายามอ่านความจริงจากแววตาที่สั่นไหวคู่นั้น

“ค่ะ… ตอนแรกหนูไม่ได้ตั้งใจจะ… แต่ภูริชเค้าพยายามจะเอาเข้าไปให้ได้…” เสียงของขวัญรวินทร์ขาดห้วงไป ภาพความเจ็บปวดจากค่ำคืนนั้นฉายชัดในแววตา

“หนูเจ็บมากค่ะ มันก็เลยเข้าไปได้นิดเดียว แบบนี้หนูจะท้องมั้ยคะ อาหมอ” คำเรียกขานที่คุ้นเคยหลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม ในอดีตเขาสนิทกับครอบครัวของขวัญรวินทร์จนกระทั่งบิดาของเธอซึ่งเป็นรุ่นพี่ของธันวาได้เสียชีวิตไป ปัจจุบันขวัญรวินทร์อยู่กับมารดาเพียงลำพัง แต่เขากลับรู้สึกดีกับสรรพนามที่สนิทสนมที่เธอเรียกมาตั้งแต่เด็ก ๆ

“ก็อาจมีเปอร์เซ็นต์ท้องได้” ธันวาตอบเสียงเรียบ พยายามรวบรวมสติ

“เพราะฝ่ายชายไม่ได้ป้องกัน”

“แต่ภูเค้าหลั่งข้างนอกนะคะ...อาหมอ”

“ก่อนที่จะดึงออกมาหลั่งข้างนอก อาหมอว่ามีการหลั่งข้างในบ้างส่วนแล้วล่ะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ราวกับตอกย้ำความจริงที่เด็กสาวต้องเผชิญ แสงไฟในห้องตรวจส่องกระทบใบหน้าของธันวา เผยให้เห็นเงาแห่งความวิตกกังวลที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสุขุม

“แบบนี้หนูต้องทำยังไงคะ” ขวัญรวินทร์ถามอย่างร้อนรน ใบหน้าซีดเผือด

“หนูก็ต้องกินยาคุมฉุกเฉิน” ธันวาตอบ ก่อนจะสังเกตเห็นร่องรอยความเจ็บปวดบนใบหน้าของเธอชัดเจนขึ้น เขาเอื้อมมือไปหยิบผ้าก๊อซสะอาดซับเลือดเบาๆ ที่ซึมออกมาอีกครั้ง

“เจ็บมากไหม” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอย่างไม่รู้ตัว

“เจ็บมากเลยค่ะ จริง ๆ มันเข้าไปได้แค่นิดเดียว เลือดมันก็ไหลออกมาเยอะเลยค่ะ แล้วก็ซึมออกมาเรื่อย ๆ ไม่หยุดเลย จนหนูเลยต้องใส่ผ้าอนามัยไว้ แล้วมันก็ซึมออกมาเรื่อยๆ จนต้องมาโรงพยาบาลนี่แหละค่ะ” เธอหอบหายใจ ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาอย่างแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน

“หนูได้บอกภูริชหรือยัง”

“ยังเลยค่ะ อาหมอ หนูไม่กล้าบอกภูเค้าเลยค่ะ...หนูอาย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป