บทที่ 3 ตอนที่ 3 เคยมีเสียงหัวเราะ

ตอนที่ 3

เคยมีเสียงหัวเราะ

อธิชาไม่ได้ตอบใครเธอมองประตูบานนั้นนิ่ง ๆ เหมือนคนที่วิญญาณหลุดออกจากร่างไปชั่วขณะ

แปดปีแล้ว เธอคิดว่าตนหนีจากเขาพ้น คิดว่าความทรงจำเจ็บปวดคงกลายเป็นเพียงรอยแผลเป็นจาง ๆ

แต่วันนี้ชยุตม์กลับมายืนตรงหน้าเธออีกครั้ง ไม่ใช่ในฐานะผู้ชายที่เคยรักไม่ใช่ในฐานะอดีตคนรัก

แต่ในฐานะเจ้าหนี้เจ้าหนี้ที่ถือชีวิตของครอบครัวเธอไว้ในมือและที่น่ากลัวกว่านั้น...เขาไม่ได้ต้องการเพียงเงิน

อธิชารู้....รู้จากแววตา รู้จากคำพูดรู้จากความเจ็บปวดที่เขาตั้งใจซ่อนไว้ใต้ความเย็นชา

ชยุตม์ไม่ได้กลับมาโดยบังเอิญ เขาซื้อหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอ เพราะต้องการให้เธอกลับมายืนต่อหน้าเขา ให้เธอจนมุมให้เธอไม่มีทางหนี

หญิงสาวค่อย ๆ ก้มลงเก็บแฟ้มเอกสารที่หล่นอยู่บนตัก ปลายนิ้วยังสั่นไม่หยุด ฝนยังคงตกหนักด้านนอก เหมือนฟ้ากำลังร้องไห้แทนเธอ แต่อธิชาไม่มีสิทธิ์ร้องไห้ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้ เธอยังต้องกลับไปโรงพยาบาล ยังต้องบอกแม่ว่าเธอจะหาทางช่วยทุกอย่าง ยังต้องยืนให้ไหว แม้ชีวิตทั้งชีวิตกำลังถูกผู้ชายคนหนึ่งลากกลับเข้าสู่อดีตที่เธอพยายามฝังมันไว้สุดหัวใจ

อธิชาหลับตาลงช้า ๆ ในความมืดหลังเปลือกตา เธอเห็นใบหน้าของชยุตม์ในวัยยี่สิบแปดปี

ชายหนุ่มที่เคยยิ้มให้เธอใต้แสงแดด ชายหนุ่มที่เคยจับมือเธอแล้วบอกว่า

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะไม่ปล่อยมือเธอ”ริมฝีปากของหญิงสาวสั่นไหว โกหก สุดท้ายเขาก็ปล่อย หรือบางที...อาจเป็นเธอเองที่ปล่อยก่อน

อธิชาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาคู่งามแดงก่ำ แต่ไม่มีน้ำตาหยดลงมา เธอรวบแฟ้มทั้งหมดแนบอก ก่อนลุกขึ้นยืน

“คุณอธิชา จะไปไหนครับ” ทนายภพถามอย่างเป็นห่วง

“โรงพยาบาลค่ะ”

“แล้วเรื่องหนี้....”

“ฉันจะหาทางเอง”

“แต่เจ็ดวันมันเอ่อ...”

“ฉันรู้ค่ะ”

เธอหันกลับมามองห้องประชุมที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของพ่อและพนักงาน บัดนี้เหลือเพียงความเงียบและความสิ้นหวังแต่ตราบใดที่เธอยังหายใจ เธอจะไม่ยอมให้ทุกอย่างจบลงง่าย ๆ

ต่อให้เจ้าหนี้คนนั้นชื่อชยุตม์ รัตนพงศ์ไพศาล ต่อให้เขาเป็นผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเกลียดสุดหัวใจเช่นกัน เธอก็จะไม่ยอมแพ้

อธิชาเดินออกจากห้องประชุมไปท่ามกลางเสียงฝนที่ตกกระหน่ำ โดยไม่รู้เลยว่า ที่มุมหนึ่งของลานจอดรถชั้นใต้ดิน ชายหนุ่มในสูทสีเข้มยังไม่ได้ออกไปไหน

ชยุตม์ยืนอยู่ข้างรถคันหรู สายตาคมมองภาพหญิงสาวผ่านจอภาพจากกล้องวงจรปิดในแท็บเล็ตของเลขา ใบหน้าของเขาเรียบนิ่งเหมือนไม่รู้สึกอะไร

แต่ปลายนิ้วที่กำแน่นจนข้อนิ้วซีดกลับทรยศความเย็นชานั้นอย่างหมดสิ้น

“ท่านประธานครับ” เลขาหนุ่มเอ่ยอย่างระมัดระวัง “จะให้ดำเนินการตามเอกสารเลยไหมครับ”

ชยุตม์มองภาพอธิชาที่กำลังเดินฝ่าความวุ่นวายออกจากบริษัท

เธอยังเชิดหน้าขึ้นเหมือนเดิม ยังดื้อรั้นเหมือนเดิม ยังทำเหมือนตัวเองไม่เจ็บ ทั้งที่ดวงตาคู่นั้นแทบแตกสลาย แปดปีแล้ว เขาควรเกลียดเธอ

ควรสาแก่ใจที่เห็นเธอตกต่ำ ควรดีใจที่ในที่สุดคนที่เคยทิ้งเขาไว้กับความเจ็บปวด ก็ต้องกลับมายืนขอความเมตตาจากเขา แต่ทำไม...พอเห็นเธอหน้าซีด

พอเห็นมือเธอสั่นพอเห็นเธอกลืนทุกน้ำตาลงไปอย่างทรมาน หัวใจที่เขาคิดว่าตายไปแล้ว กลับเจ็บเหมือนถูกบีบจนแหลก

ชยุตม์ปิดแท็บเล็ตด้วยมือของตัวเอง แววตาเย็นชากลับมาอีกครั้ง ราวกับเขาไม่อนุญาตให้ความอ่อนแออยู่บนใบหน้านานเกินหนึ่งลมหายใจ

“ยังไม่ต้อง”

เลขาก้มหน้ารับคำ“ครับ”

ชยุตม์ก้าวขึ้นรถ ก่อนพูดเสียงต่ำ“จับตาดูเธอไว้”

“หมายถึงคุณอธิชา?”

“ใช่”

เขามองออกไปนอกกระจก ฝนยังคงไหลลงมาเป็นสาย บดบังทิวทัศน์ภายนอกจนพร่ามัว เหมือนอดีตที่ไม่ว่าเขาพยายามลืมเท่าไร ก็ยังย้อนกลับมาชัดเจนทุกครั้งที่ได้เห็นหน้าเธอ

“อย่าให้เธอหายไปจากสายตาฉันอีก”

รถคันหรูแล่นออกจากลานจอดรถอย่างเงียบเชียบ ทิ้งไว้เพียงเงาฝน ความทรงจำ และพันธะร้ายที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป