บทที่ 10 ตอนที่4.3 ลูกจ้างรันทด 3
"เลขาของฉันไม่ใช่แค่ทำงานเป็น แต่ต้องมีบุคลิกภาพที่ดีด้วย ซึ่งเธอ...ไม่มี"
แก้วอัปสรรู้สึกหน้าชา ราวกับถูกเขาตบเข้าที่ใบหน้า ก่อนลุกลามเป็นความเจ็บแสบจนแทบอยากกรีดร้อง ภวิศช่างเป็นคนปากคอเราะร้ายอะไรเช่นนี้
"ส่วนนี่…เงินสำหรับพกติดตัวไว้ใช้ยามฉุกเฉิน"
ภวิศวางเงินก้อนหนึ่งลงบนโต๊ะ หัวใจของแก้วอัปสรเหมือนถูกบีบรัด เธอมองเงินก้อนที่วางอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาสมเพชตัวเอง
หากเป็นเมื่อก่อนการได้เงินจำนวนเท่านี้เธอคงหัวใจพองโตด้วยความดีใจ แต่กับเงินที่ได้จากเขามันเหมือนเป็นโซ่ตรวนล่ามขา เป็นเหมือนกรงที่มีไว้ขังเธอจากอิสรภาพ
"อ่อ...หากจำเป็นต้องออกไปข้างนอก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลส่วนตัวหรืออย่างอื่น ต้องรายงานฉันก่อน แล้วฉันจะพิจารณาอีกทีว่าให้ไปหรือไม่ให้ไป"
ภวิศกล่าวเสริม คำพูดของเขาถูกพูดออกมาด้วยน้ำเสียงของผู้มีอำนาจกดขี่ข่มเหง
แก้วอัปสรต่อสู้กับแรงกดดันของกฎระเบียบที่บีบบังคับเธออย่างไร้เหตุผล เธอเข้าใจถึงความจำเป็นของขอบเขตบางข้อ แต่ในบางข้อกลับทำให้รู้สึกว่ามันมากเกินไปจนทำให้เธอต่ำต้อยเสียยิ่งกว่าผงฝุ่นใต้ฝ่าเท้าของเขา
ในเวลานี้แก้วอัปสรคิดอยากต่อรอง เธอต้องการเพียงความมีอิสระ แม้จะเป็นอิสรภาพแค่เพียงเล็กน้อยก็ยังดี
"คุณวิศคะ ขอเรื่องที่จะไปข้างนอกสักเรื่องได้ไหมคะ ถ้าไปด้วยตัวเอง แก้วไม่ต้องบอกคุณได้ไหมว่าไปไหน"
"ไม่ได้"
ชายหนุ่มตอบอย่างไม่ลังเล อีกทั้งน้ำเสียงของเขายังจะแข็งกร้าวอีกด้วย
"คุณวิศ คุณไม่คิดว่านี่คือการกักขังไปหน่อยเหรอคะ"
เขาหันมาสนใจมองเธออย่างเต็มตา "คิดจะไปไหนละถึงบอกไม่ได้"
"บางทีมันก็เป็นเรื่องส่วนตัว"
"หึ เรื่องส่วนตัวงั้นเหรอ? แล้วไอ้เรื่องส่วนตัวที่ว่านี่ คงเป็นการนัดเจอผู้ชายใช่ไหม"
"คุณวิศ!"
แก้วอัปสรแสดงออกให้อีกฝ่ายรู้ถึงความไม่พอใจ เขาพูดแรงเสียจนเธอหน้าชา คนคนนี้จิตใจต้องทำด้วยอะไรนะ ถึงกล้าดูถูกความคิดกันถึงเพียงนี้
"ไม่พอใจขนาดนั้นเลยเหรอ"
"แล้วคิดว่าคำพูดของคุณสมควรให้ฉันยิ้มรับไหมล่ะ ดูถูกกันแบบนั้นน่ะ"
เธอสวนกลับ ส่วนคนฝีปากดีก็ขยับมุมปากยิ้มเยาะ ราวกับว่าคำพูดปกป้องเกียรติของเธอเป็นเรื่องไร้สาระ
"เคยบอกไปแล้วนะคะว่าไม่มีแฟน แต่บางเรื่องก็แค่อยากให้มันเป็นเรื่องส่วนตัวบ้าง"
"งั้นเหรอ" เขาปรายตาขึ้นมองเธอ แววตาวาววับคู่นั้นคล้ายกับมีแววเย้ยหยัน "ถ้าอยากได้ความเป็นส่วนตัวนักก็รีบมีอะไรกับฉันสิ จะได้รีบๆ ท้อง ถ้าคลอดเมื่อไหร่ล่ะก็ นั่นล่ะ...คืออิสรภาพที่เธอจะได้รับ"
หญิงสาวพยายามระงับความไม่พอใจด้วยการถอนหายใจ
"เข้าใจแล้วค่ะ"
สีหน้าภวิศยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ใบหน้าของเขาสวมหน้ากากแห่งความเย็นชาฉันท์ใด ใจเธอก็ยิ่งเหน็บหนาวฉันท์นั้น
ภวิศคงภูมิใจที่สามารถอยู่เหนือผู้หญิง
ผู้หญิง...ที่ไร้เรี่ยวแรงกำลังต่อกรเพื่อศักดิ์ศรีของตัวเอง
ไม่น่าเลย... ไม่น่าไปเดินบนสะพานนั่นจนต้องเจอสุภาพบุรุษจอมปลอมเลยจริงๆ แก้วอัปสรพยายามข่มใจสุดกำลังที่จะอดทนอดกลั้นเข้าไว้
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวก่อนค่ะ"
ไม่มีเสียงตอบรับจากอีกฝ่าย เธอเองก็ขี้คร้านสนใจรีบสาวเท้าเดินออกไปจากความอึดอัดเดี๋ยวนั้น
พอพ้นห้องนั้นมาได้ อารมณ์ต่างๆ ก็พลุ่งพล่านอยู่ภายในตัวเธอ แก้วอัปสรนึกโทษตัวเองที่ยืนหยัดรับความช่วยเหลือจากผู้ชายประสาทคนนั้น!
