บทที่ 5 ตอนที่2.3 ข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ 3
"สิ่งที่ผมต้องการคือลูก ลูกที่มาจากวิธีธรรมชาติ หลังจากที่คุณคลอดเด็กออกมา คุณมีหน้าที่แค่พักฟื้น พอร่างกายแข็งแรงแล้วก็รับเงิน แล้วออกจากชีวิตของผมกับลูกไปตลอดกาล"
ได้ยินถึงตรงนี้แก้วอัปสรเกิดเสียวหัวใจ เธอพอเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้หญิงคนอื่นถึงได้ปฏิเสธ
นอกจากต้องนอนกับนายจ้างแล้ว ธรรมชาติของคนเป็นแม่ย่อมรักลูกเป็นธรรมดา เงื่อนไขของภวิศนับว่าสะเทือนใจมากสำหรับผู้หญิงที่ต้องอุ้มท้องนานถึงเก้าเดือน
"คุณไม่คิดเหรอ ว่าความต้องการของคุณมันดูโหดร้าย"
แก้วอัปสรไม่มีเจตนาต่อว่าอีกฝ่ายใจอำมหิต เพียงแต่ความต้องการของเขามันมีเส้นบางๆ ที่ขวางกั้นระหว่างอำนาจเงินกับความเจ็บปวด
แน่นอนว่า ใครจะอยากทำเรื่องบ้าๆ นี้
แต่กับเธอนั้น…อาจจะไม่ใช่
แก้วอัปสรชั่งน้ำหนักทางเลือกของเธอโดยคำนึงถึงความเสี่ยงและความคุ้มค่า ตัวเลือกที่อยู่ตรงหน้าเธอนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่ลึกๆ แล้วเธอเชื่อว่าตัวเองไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นแม่ของใคร ลำพังตัวเองก็ยังแทบเอาตัวไม่รอด จะอยากแย่งเด็กออกมาจากกองเงินกองทองทำไมกัน ถ้ารักลูกจริงปล่อยให้อยู่กับพ่อที่ร่ำรวยมันก็ถูกแล้วไม่ใช่หรือ
เธอเพิ่งผ่านความตาย แล้วกำลังก้าวข้ามความสิ้นหวังไปได้แล้วเช่นนี้ ข้อเสนอที่ภวิศยื่นให้จึงเป็นเหมือนเส้นชีวิตที่ใช้ต่อลมหายใจในความหวังอันริบหรี่
แก้วอัปสรสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ตัดสินใจตอบเดี๋ยวนั้น
"ตกลงฉันรับข้อเสนอ ตอนนี้ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว"
ใช่ มันจะมีอะไรต้องเสียอีกกัน ในเวลาที่จนตรอกเช่นนี้หากจะมีแสงสว่างส่องมา เธอก็ควรยื่นมือให้แสงสาดส่องมากกว่าจะมาเล่นตัว เพราะชีวิตของแต่ละคนใช่ว่าศักดิ์ศรีอยู่ค้ำโลก หากแต่เป็นเรื่องปากท้องต่างหากที่ต้องคำนึงถึงเป็นสิ่งแรก
"แน่ใจดีแล้วใช่ไหม?"
ภวิศเหลือบมองหญิงสาว พอไม่เห็นท่าทีลังเลใจของอีกฝ่าย แววตาของเขาก็เต็มไปด้วยความโล่งใจ
"ก็อยากจะแน่ใจให้เกินร้อยอยู่หรอกค่ะ" แก้วอัปสรเม้มปากแน่นหลังจากพูดประโยคนั้นจบ
"ฉันจะแน่ใจได้ยังไง ว่าคุณจะไม่ชักดาบ"
ด้วยความรอบคอบของแก้วอัปสรเธอเอ่ยถามขึ้นทันที ต่อให้รับปากไปแล้ว แต่ถ้าไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับข้อตกลง เธอก็คงต้องถอนตัว
"คุณกลัวอะไร?" เขาหันมองมา สายตาคู่นั้นดูเหมือนมีแววยิ้มเยาะอยู่ในที "คุณกลัวว่าผมจะหลอกมีเซ็กซ์กับคุณแค่พอเอามัน แล้วชิงหนีเหรอครับ"
แก้วอัปสรจ้องตาเขาตอบ เธอไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนพูดเรื่องบนเตียงได้อย่างไม่กระดากปากกับคนที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรก เขาทำเหมือนเป็นชายเจ้าสำราญที่กำลังต่อรองกับอีหนูอย่างไรอย่างนั้น
"หรือฉันไม่ควรกลัว...อย่างนั้นเหรอคะ?"
เธอย้อนเขาอย่างไม่อยากเชื่อใจนั่นแหละ
"โอเค ผมเข้าใจ"
ภวิศหันกลับไปมองเส้นทางเบื้องหน้าต่อ สายฝนเริ่มเทกระหนำแรงขึ้นมาอีกหน
"ผมจะให้ทนายจัดการเรื่องเอกสารสัญญาให้ ขอเบอร์คุณเอาไว้ก็แล้วกัน ถ้าสัญญาเรียบร้อยแล้วจะติดต่อไป"
พอได้ฟังข้อเสนอมาแบบนั้นแก้วอัปสรค่อยเบาใจขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยสัญญาก็ยังเป็นหลักฐานสำคัญที่อีกฝ่ายจะไม่กล้าเบี้ยว
"นานหรือเปล่า หมายถึง...ที่จะให้ฉันรอเริ่มงาน ฉันจะได้ไปหาสมัครงานก่อน อย่างที่รู้ฉันเพิ่งจะโดนไล่ออกมา"
"อย่ากังวลไปหน่อยเลย เพียงคุณตกลงรับงานนี้ ก็ไม่ต้องดิ้นรนหางานทำแล้ว ขอแค่..."
"อะไรคะ?"
เขาเว้นช่วงไปจนเธอต้องเอ่ยถาม
แต่คนต้องตอบก็เลิกพูดถึงเรื่องที่ค้างไว้นั่นราวกับว่าเขาลืมไปแล้วว่าต้องพูดสิ่งใด แก้วอัปสรเห็นเขาหักพวงมาลัยรถเข้าสู่เส้นทางใจกลางเมือง สักประเดี๋ยวความเงียบก็ถูกคนเป็นเจ้าของรถทำลายขึ้น
"ตอนนี้คุณสนใจแค่เรื่องเดียวพอ ทันทีที่เซ็นสัญญาเสร็จ ผมต้องการให้คุณย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านด้วย เพื่อที่จะได้มั่นใจว่าคุณจะไม่ไปนอนกับผู้ชายคนอื่น...เพื่อมาย้อมแมวกัน"
"นี่คุณ มากไปหน่อยมั้งคะ ฉันไม่มีแฟน ไม่มีสามี ทำแต่งานไม่ต่างกับคุณหรอก" หญิงสาวโวยขึ้นทันที ก็แน่ล่ะคำพูดของเขาราวกับดูถูกเธออยู่อย่างนั้น
"ก็แค่ต้องการความแน่ใจ ถ้าไม่ได้ทำก็ไม่เห็นจะต้องเดือดร้อนอะไร"
"จะไม่เดือดร้อนได้ยังไง คุณพูดเหมือนว่าฉันเป็นคนไม่มีหัวคิด"
"หึ" ภวิศเหยียดริมฝีปากส่งเสียงหัวเราะอยู่ในลำคอ พฤติกรรมของเขาอยู่ในสายตาของแก้วอัปสรตลอด เธออยากจะต่อว่าเขาแต่สุดท้ายก็ทำเพียงแค่นั่งฟังเขาพูดต่อมา
"เอาเป็นว่าผมต้องการให้คุณไปอยู่ที่บ้าน เพื่อที่จะดูแลได้อย่างดีที่สุด ส่วนเรื่องเงินผมมีให้ แต่จะเอาไปใช้จ่ายตามอำเภอใจไม่ได้ ยังไงเดี๋ยวจะใส่รายละเอียดไว้ในสัญญา วันเซ็นก็อ่านให้รอบคอบก็แล้วกัน"
"ฉันไม่เรื่องมากอยู่แล้ว ขอแค่คุณทำตามที่พูดไว้ก็พอ ฉันต้องการล้างมลทินเรื่องที่ถูกใส่ร้าย เพื่อที่
จะได้ไปทำงานที่อื่นได้สะดวกไม่ต้องมีประวัติติดตัว"
"ผมจะสั่งคนไปจัดการวันพรุ่งนี้เลย ขอแค่คุณให้ข้อมูลมา ส่งมาทางไลน์ก็ได้ เพิ่มเบอร์โทรศัพท์มาได้เลย และทันทีที่คุณท้องผมจะโอนเงินห้าล้านให้ พอหลังคลอดคุณจะได้ส่วนที่เหลือทีหลัง โอเคไหม"
นาทีนี้ไม่มีคำว่าไม่โอเคอยู่แล้วสำหรับแก้วอัปสร เธอต้องการล้างสีที่ถูกสาดใส่โดยบริษัท ต้องแลกมาด้วยอะไรก็ยอมทั้งนั้น
เพราะมัวคิดเรื่องของตัวเอง แก้วอัปสรจึงไม่ทันมองว่าคนที่ยื่นข้อเสนออ่อนไหวนี้มีสีหน้าเปลี่ยนไป
ภวิศกำลังคิดถึงเรื่องหนึ่ง เรื่องที่เขาไม่เคยสลัดมันออกจากหัวได้เลยมาหลายปีแล้ว
เขาคิดว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับต่อไป ไม่พูดถึงให้คนข้างตัวได้รู้ แต่จะแสดงออกด้วยการกระทำแทน
หวังว่าทุกอย่างจากนี้มันจะเป็นไปอย่างที่เขาตั้งใจ
