บทที่ 8 ตอนที่4.1 ลูกจ้างรันทด 1
ตอนที่4 ลูกจ้างรันทด
เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว แก้วอัปสรย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของภวิศตามข้อตกลง เธอไม่คิดเลยว่าทันทีที่ก้าวมาถึงบ้านหลังนี้อย่างเป็นทางการจะต้องพบกับปัญหาที่ชวนอึดอัดเกินกว่าที่คิดไว้
เจ้านายตีหน้านิ่งขรึมมิต่างอะไรกับผู้คุมในเรือนจำ ไม่เพียงแค่นั้นยังไม่พูดตอบเธอด้วย เขาทำเหมือนคนหูดับไม่ได้ยินแม้กระทั่งคำกล่าวสวัสดีของเธอ จากนั้นก็เดินหายเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้แก้วอัปสรยืนเก้ออยู่นานจนกระทั่งมีแม่บ้านนำทางไปยังห้องพัก
บรรยากาศที่ค่อนข้างกดดันยิ่งตอกย้ำถึงความรู้สึกของการเป็นนักโทษเสียมากกว่าเป็นการมาทำงาน
เปรียบไปก็คงเสมือนตัวเธอเป็นนกปีกหักต้องการหาที่พักพิง เมื่อเจอก็คิดว่าตัวเองรอดตายแล้ว แต่ที่ไหนได้กลับต้องผิดหวังเมื่อถูกกักขังไว้ในกรง ไม่ได้รับการดูแลไม่พอ ยังไร้การเหลียวแลจากเจ้านายอีกด้วย
แก้วอัปสรคิดเช่นนั้นจริง
เธอคาดไม่ถึงว่าภวิศจะปฎิบัติต่อกันได้แย่มากถึงเพียงนี้
แค่บรรยากาศอึมครึมภายในบ้านหลังใหญ่โตก็ทำเอาแก้วอัปสรอยากถอดใจ การวางตัวของภวิศช่างบั่นทอนความแข็งแกร่งในใจเธอนัก
แก้วอัปสรรู้ซึ้งก็คราวนี้ เธอรู้สึกเหมือนเป็นเชลยมากกว่าลูกจ้างอย่างที่ตกลงกัน
แล้วอะไรล่ะคือชนวนที่ทำให้ภวิศเปลี่ยนไปจากวันแรกที่ยื่นมือช่วยเธอล้างมลทิน
วันนั้นเขาดูเป็นคนน่าคบหาและน่าเห็นใจอยู่มาก แล้วดูเวลานี้เถอะ นายจ้างอย่างภวิศดูจะเป็นคนไม่สนความรู้สึกหรือไม่แคร์สิ่งใด ราวกับว่าเขาแสร้งตบตาเป็นคนดีเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ เมื่อสำเร็จแล้วก็ละทิ้งหน้ากากจอมปลอม เปลี่ยนมาแสดงธาตุแท้ของตัวเอง มันเป็นแบบนั้นใช่หรือเปล่านะ
แก้วอัปสรย้อนกลับมาคิดคำเดิมซ้ำๆ
ผู้ชายคนนี้กำลังเล่นเกมอะไรอยู่?
เขาเป็นผู้ร้ายหรือคนดี?
หญิงสาวคิดทวนครั้งแล้วครั้งเล่าก็ยังไม่พบคำตอบ ดูทุกอย่างจะมืดมนไปหมด หากไม่มีเรื่องค่ามัดจำในการล้างมลทิน เธอคงฉีกสัญญาทิ้งแล้ว ไม่ขอยอมให้เขามากดขี่ความเป็นคนด้วยสถานะของคำว่าลูกจ้างต่ำต้อย ที่ดันโง่ตามืดบอดรับทำงานที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากทำ
สาวบริสุทธิ์ต่างก็อยากเก็บพรหมจรรย์ไว้ให้คนที่รัก แต่เธอกลับเอามาแลกกับเงิน เพียงเพราะไม่อยากอนาคตดับวูบ
แก้วอัปสรถอดถอนใจ ความรู้สึกของเธอตอนนี้มันมีแต่ความอึดอัดซึ่งถูกถมทับด้วยก้อนหินเท่าภูเขา หายใจแต่ละทีล้วนมีความเสียใจแทรกซึมเข้ามาด้วย
คิดผิด แต่ก็ถอยไม่ได้
คิดอยากยอมแพ้ แต่ก็กลัวอดตาย
สุดท้ายได้แต่ทำใจเดินหน้าต่อ ก็เลือกแล้วนี่นะ จะให้ทำอย่างไรได้ล่ะ
"หากคุณเก็บของเสร็จแล้ว คุณวิศสั่งเอาไว้ว่าให้คุณลงไปพบที่ห้องนั่งเล่นค่ะ"
สาวใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาบอกกับแก้วอัปสร หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยเพราะมัวคิดไปเรื่อยจนไม่ทันสังเกตว่ามีใครเข้ามาในห้อง
"อ่อ...ค่ะ"
แก้วอัปสรพยักหน้าตอบรับเสร็จ สาวใช้คนนั้นก็เดินออกไป
นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งเหมือนกันที่ตอกย้ำว่าภวิศไม่ใช่นายจ้างที่ใจดี การย้ายเข้ามาที่นี่เธอไม่มีแม้แต่สาวใช้สักคนมาคอยช่วยย้ายของหรือจัดเก็บทำความสะอาดใดเลย
แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับแก้วอัปสรหรอก ชีวิตที่ผ่านมาลำบากกว่านี้มาก แค่ขนของเข้ามาอยู่ในห้องที่หรูหราที่สุดในชีวิตพร้อมกับมีเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง และตกแต่งอย่างดีแบบนี้ ต่อให้ต้องเหนื่อยยิ่งกว่านี้เธอก็ทำไหว
"นั่งสิ" ชายหนุ่มที่นั่งอ่านข่าวสารในไอแพดเอ่ยขึ้น เมื่อเขาได้ยินเสียงเปิดประตู เขาทำเพียงแค่ชำเลืองมองมา เมื่อเห็นว่าเป็นแก้วอัปสร จึงไม่ได้ละสายตาจากหน้าจอนั่น
"มีอะไรหรือเปล่าคะ"
"ไม่มีใครไปช่วยเธอจัดของหรือยกของเลยใช่ไหม"
เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบ สรรพนามที่ใช้กับเธอก็เปลี่ยนไปด้วย
จู่ๆ เขาก็เปลี่ยนไปจาดหน้ามือเป็นหลังมือ
นี่มันอะไรกัน!
