บทที่ 1 ตอนที่ 1 คืนมืดมิด

ตอนที่ 1 คืนมืดมิด

ภายในโกดังร้างท้ายซอยลึก กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสนิมเหล็กคละคลุ้งไปทั่วชั้นบรรยากาศที่มืดสลัว ร่างเล็กของ ‘พลอยไพลิน’ ในชุดนักศึกษาที่เปรอะคราบฝุ่นถูกมัดมือมัดเท้าติดกับเก้าอี้ไม้เก่าๆ นัยน์ตากลมโตสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว แต่เธอก็พยายามเม้มริมฝีปากแน่นไม่ยอมร้องไห้ให้พวกมันเห็น

“ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันไม่รู้เรื่องเงินกู้ของพ่อจริงๆ” เสียงหวานเอ่ยร้องขออย่างอ้อนวอน

“ไม่รู้เรื่องเหรออีหนู? แต่พ่อของมึงเอาชื่อมึงมาค้ำประกันไว้!” ไอ้หน้าบาก หัวหน้าแก๊งทวงหนี้ยืนสูบบุหรี่พ่นควันโขมง

“เงินตั้งห้าล้าน พ่อมึงหนีหัวซุกหัวซุนไปแล้ว ถ้าไม่จับมึงมาขัดดอก พวกกูจะเอาเงินที่ไหนไปส่งนาย”

“แต่ฉันเป็นแค่เด็ก ยังเรียนอยู่เลย จะไปหาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหน”

“หน้าตาสะสวย ผิวพรรณผู้ดีแบบมึง... ส่งไปขายที่คลับหรูคืนเดียวก็ได้หลายหมื่นแล้ว ฮ่าๆ”

พวกลูกกระจ๊อกสามสี่คนพากันหัวเราะร่า สายตาโลมเลียที่มองมาทำให้หญิงสาวยิ่งรู้สึกหวาดกลัว เธอพยายามดิ้นรน ทว่าเชือกที่มัดอยู่กลับถูข้อมือไปมาจนเจ็บแสบ

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงปืนนับสิบนัดดังขึ้นมาจากด้านนอกโกดัง พร้อมกับเสียงกรีดร้องและเสียงของตกกระแทกพื้นอย่างรุนแรง บรรยากาศสนุกสนานเมื่อครู่สะดุดลงทันที พวกทวงหนี้ต่างพากันชักปืนออกมาด้วยท่าทางที่ลนลาน

“เห้ย!! เกิดอะไรขึ้นวะ!” ไอ้หน้าบากตะโกนเสียงดังลั่น

โครม!

ประตูเหล็กบานยักษ์ของโกดังถูกแรงกระแทกจนหลุดกระเด็นออกจากบานพับ ฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า แต่ทรงพลังจนน่าขนลุก

‘ภิภัทร’ มาเฟียหนุ่มใหญ่วัย 35 ปี เดินถือปืนพกเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย นัยน์ตาคมกริบกวาดมองขยะสังคมตรงหน้าด้วยความสมเพช ข้างกายของเขามี ‘ธันวา’ มือขวาคนสนิทและลูกน้องติดอาวุธครบมืออีกนับสิบคน

“มึงเป็นใคร! บุกมาที่นี่ทำไม!” ไอ้หน้าบากเอ่ยถาม พยายามเล็งปืนไปที่ชายหนุ่มทันที

ภิภัทรไม่แม้แต่จะชายตามองปากกระบอกปืนนั้น เขาเอ่ยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“ที่นี่เป็นเขตของกู แต่พวกมึงกลับมาเปิดบ่อนและปล่อยเงินกู้นอกระบบข้ามเส้น สะเออะไม่ดูรุ่น”

“คะ... คุณภิภัทร!” ไอ้หน้าบากหน้าซีดเผือดเมื่อจำใบหน้าของมังกรแห่งเมืองหลวงได้

“พวกผมขอโทษครับ! พวกผมไม่รู้ว่านี่คือเขตของคุณภิภัทร”

“รู้ตอนนี้น่ะ...” ภิภัทรยกปืนขึ้นเล็งช้าๆ “มันก็สายไปแล้ว”

ปัง!

“อ๊าก!!”

กระสุนเจาะเข้าที่เข่าของไอ้หน้าบากจนมันล้มลงไปนอนร้องครวญคราง ลูกกระจ๊อกที่เหลือเห็นหัวหน้าโดนยิงก็สติหลุด ต่างพากันโยนปืนทิ้งแล้วคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตทันที

“ล้างบางธุรกิจมันให้หมด ส่วนไอ้พวกนี้ ส่งให้ตำรวจจัดการตามกฎหมาย อย่าให้เหลือซากในเขตของฉัน” ภิภัทรเอ่ยสั่งน้ำเสียงเรียบ

“ครับนาย” ธันวารับคำสั่งทันที

ในขณะที่ลูกน้องกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ สายตาคมของภิภัทรก็ไปสะดุดเข้ากับร่างเล็กที่ถูกมัดอยู่มุมห้อง แสงไฟสลัวจากด้านบนส่องกระทบใบหน้าเนียนใส นัยน์ตากลมโตคู่นั้นกำลังเบิกกว้างมองตรงมาที่เขาด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว

ชายหนุ่มก้าวเท้าเดินเข้าไปหาเธอช้าๆ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนดังขึ้นเป็นจังหวะ ยิ่งสร้างความกดดันให้พลอยไพลินจนเธอต้องหดคอหนี

เขาย่อตัวลงตรงหน้าเด็กสาวเอื้อมมือหนาไปเชยคางมนขึ้นมาอย่างพิจารณา

“เด็กใจแตกที่ไหนล่ะเนี่ย? ถึงได้เอาตัวเองมาพัวพันกับพวกสวะแบบนี้” ภิภัทรเอ่ยถามทันทีที่สบสายตาเธอ

“หนู... หนูไม่ได้ใจแตกนะคะ!” คนตัวเล็กเอ่ยน้ำเสียงกล้าๆ กลัวๆ “พวกมันจับหนูมาเพราะพ่อของหนูติดหนี้ต่างหาก”

ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูง นึกแปลกใจที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ขนาดนี้กล้าสบตาและต่อปากต่อคำกับเขา

“หึ! เถียงคำไม่ตกฟาก” เขายกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย “คิดว่าพูดแบบนี้แล้วฉันจะสงสารงั้นเหรอ? โลกนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับคนอ่อนแอหรอกนะสาวน้อย”

“หนูไม่ได้ขอให้คุณมาสงสาร!” พลอยไพลินเม้มริมฝีปากแน่น เบือนหน้าหนีจากฝ่ามือหนา “ถ้าคุณเป็นมาเฟียเหมือนพวกมัน จะฆ่าจะแกงก็เชิญเลยค่ะ”

“ปากดี!” ภิภัทรกระตุกยิ้มร้าย นัยน์ตาคมฉายแววความสนใจเธอเป็นพิเศษ

“คิดว่าฉันไม่กล้าหรือไง?”

“นายครับ” ธันวาเดินเข้ามาขัดจังหวะพร้อมส่งเอกสารสัญญาเงินกู้ที่ยึดมาได้ให้ภิภัทร “นี่เป็นสัญญากู้เงินของพ่อเธอครับ เธอชื่อ ‘พลอยไพลิน’ อายุยี่สิบปี เป็นนักศึกษาทุนของมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังครับ”

ภิภัทรรับกระดาษมาขยำทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันกลับมามองใบหน้าหวานที่ตอนนี้มีรอยเปื้อนฝุ่นแต่ก็ไม่อาจลดทอนความสวยงามตามวัยสาวได้เลย

“อายุยี่สิบ... หนี้ห้าล้าน” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางปัดเศษฝุ่นออกจากกางเกง “น่าขำสิ้นดี น้ำหน้าอย่างเธอ ทำงานพาร์ตไทม์ทั้งชีวิตก็ไม่มีปัญญาชดใช้หนี้ก้อนนี้หรอก”

“หนูจะหามาคืนให้ได้! ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม” พลอยไพลินตะโกนไล่หลังอย่างเด็ดเดี่ยว

ภิภัทรชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาสบตากับสายตาที่เต็มไปด้วยความอวดดี

“งั้นลองเปลี่ยนเจ้าหนี้ดูหน่อยเป็นไง?” มาเฟียหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม “หนี้ห้าล้านของพ่อเธอ... ฉันจะจ่ายให้เอง”

“...?” เธอนิ่งเงียบ

“คนอย่างฉันไม่เคยทำบุญกับใครฟรีๆ พลอยไพลิน” ภิภัทรสาวเท้าเดินกลับมาใกล้เธอ “ห้าล้าน... แลกกับร่างกายและอิสรภาพของเธอตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป”

“หมายความว่ายังไง...”

“เธอต้องมาเป็น ‘เมีย’ ของฉัน” ภิภัทรเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงเผด็จการ “เมียแต่งในนามที่ต้องทำตามคำสั่งของฉันทุกอย่าง จนกว่าฉันจะเบื่อ”

“ไม่! หนูไม่ทำ!”

“ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ” ภิภัทรยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะหันไปสั่งมือขวาของเขาทันที “ธันวา แก้มัด แล้วพาตัว ‘เมียเด็ก’ ของฉันขึ้นรถกลับคฤหาสน์”

“ครับนาย”

“ปล่อยนะ! บอกให้ปล่อยไง!!” พลอยไพลินโวยวายเมื่อเชือกถูกตัดออก แต่เธอกลับไม่มีแรงแม้แต่จะยืนจนร่างบางเกือบทรุดลงกับพื้น

ภิภัทรมองภาพนั้นด้วยสายตาเย็นชา ปากหนาขยับพ่นคำพูดร้ายตบท้ายก่อนจะเดินนำออกไป

“อยู่ที่บ้านของฉัน ห้ามส่งเสียงน่ารำคาญแบบนี้อีก... จำใส่หัวเอาไว้ว่าเธอเป็นแค่ของซื้อของขาย อย่าคิดว่าฉันจะใจดีด้วย!”

เธอมองตามแผ่นหลังกว้างของมาเฟียหนุ่มด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองและหวาดกลัวในใจ การที่เขาปรากฏตัวในที่นี้ มันไม่ได้ช่วยให้เธอหลุดพ้นจากเรื่องที่เลวร้ายเลยแม้แต่น้อย

แต่เขากลับกำลังเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตเธอเองตั้งหาก

บทถัดไป