บทที่ 6 ตอนที่ 6 ชนวนร้าว

ตอนที่ 6 ชนวนร้าว

คำพูดดูถูกที่หลุดออกจากปากมาเฟียหนุ่มในห้องอาหารค่ำวันนั้น ยังคงก้องอยู่ในหัวสมองของพลอยไพลิน แม้กระทั่งยามที่เธอกลับขึ้นมานั่งอยู่ลำพังบนเตียงนอนกว้าง สายตากลมโตจ้องมองหน้าจอโน้ตบุ๊กที่ตั้งอยู่บนตัก หน้าจอแสดงไฟล์เอกสารแปลภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษความยาวหลายสิบหน้า

พลอยไพลินถอนหายใจออกมาเบาๆ นิ้วเรียวยาวพิมพ์แป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่วและแม่นยำ เธอเป็นนักศึกษาทุนที่สอบได้อันดับหนึ่งของคณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ และมีความสามารถด้านการแปลเอกสารทางกฎหมายและธุรกิจขั้นสูง งานรับแปลเอกสารชิ้นนี้เธอได้รับการแนะนำมาจาก ‘พี่นนท์’ ประธานรุ่นปีสี่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นรุ่นพี่สายรหัสและเป็นผู้ประสานงานรับงานฟรีแลนซ์จากสำนักงานแปลภาษาต่างประเทศ

เงินค่าจ้างจากการแปลเอกสารชุดนี้สูงถึงห้าหมื่นบาท ซึ่งถือเป็นเงินกู้ก้อนแรกที่จะถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัว

“ห้าล้านบาท...” พลอยไพลินพึมพำกับตัวเองเบาๆ พร้อมมองยอดเงินในบัญชีธนาคารที่มีอยู่เพียงหลักหมื่นต้นๆ “ต่อให้ต้องแปลเอกสารจนตาแฉะ หรืออดนอนทุกคืน ฉันก็จะต้องหาเงินห้าล้านมาปาใส่หน้าคนปากร้ายอย่างเขาให้ได้”

เธอยึดมั่นในศักดิ์ศรีของตัวเองอย่างที่สุด การเซ็นสัญญาเป็น ‘เมียแต่งขัดดอก’ อาจจะเป็นทางออกเดียวในตอนนั้นเพื่อเอาชีวิตรอดจากพวกหนี้นอกระบบ แต่เธอไม่เคยคิดที่จะพึ่งพาเงินทองหรือการเสวยสุขบนความร่ำรวยของภิภัทรไปตลอดชีวิต ทันทีที่เธอเรียนจบในอีกสี่ปีข้างหน้า หนี้สินทั้งหมดจะต้องถูกชำระ และสัญญาบังหน้าจะถูกฉีกทิ้งทันที

หญิงสาวก้มหน้าก้มตาพิมพ์งานต่อจนกระทั่งเกือบตีสาม แสงสว่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่องกระทบใบหน้าเนียนที่เริ่มปรากฏรอยอิดโรย ทว่าดวงตาคู่นั้นยังคงสะท้อนความมุ่งมั่นอย่างไม่ถดถอย

เช้าวันรุ่งขึ้น

บรรยากาศภายในคฤหาสน์กลับมาเคร่งเครียดอีกครั้ง ภิภัทรอยู่ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มเนี๊ยบทุกระเบียบนิ้ว นั่งจิบกาแฟดำอยู่ที่โต๊ะอาหาร สายตาคมเข้มจ้องมองร่างเล็กที่เดินลงมาจากชั้นสองด้วยสีหน้าบึ้งตึง

หญิงสาวอยู่ในชุดนักศึกษาที่ถูกระเบียบ กระโปรงพลีทยาวเลยเข่า ใบหน้าหวานไร้เครื่องสำอางจัดจ้านเหมือนเมื่อวาน แต่ขอบใต้ตาของเธอหมองคล้ำอย่างเห็นได้ชัดจากการอดนอนทำงานตลอดทั้งคืน

“สภาพดูไม่ได้” ภิภัทรพ่นคำพูดแรกทันทีที่เธอเดินมาหยุดยืนอยู่ที่โต๊ะอาหาร “แอบไปทำอะไรมาทั้งคืน? หน้าตาอดอาลัยตายอยากเหมือนคนไม่ได้นอน หรือว่าแอบคุยโทรศัพท์กับไอ้ประธานรุ่นนั่นจนสว่าง”

พลอยไพลินสูดหายใจเข้าลึกๆ ข่มอารมณ์ในอก เธอเลือกที่จะไม่สวนกลับตรงๆ แต่ยกยิ้มมุมปากเรียบๆ แล้วเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามเขา

“หนูอ่านหนังสือเรียนค่ะ นักศึกษาทุนอย่างหนูต้องรักษาเกรดเฉลี่ยให้อยู่ในระดับเกียรตินิยม ไม่ได้มีเวลาว่างมานั่งจับผิดคนอื่น หรือระแวงเรื่องไร้สาระเหมือนผู้ใหญ่บางคนหรอกค่ะ”

“พลอยไพลิน!!” ภิภัทรวางแก้วกาแฟลงบนจานรองเสียงดัง นัยน์ตาสีเข้มฉายแววหงุดหงิดที่โดนย้อน “ฉันตักเตือนในฐานะสามีที่ถูกต้องตามกฎหมาย และในฐานะคนที่จ่ายเงินห้าล้านแทนเธอ! อย่ามาทำเป็นปากดีใส่ฉัน”

“ค่ะ คุณเจ้าของเงินห้าล้าน” พลอยไพลินเอ่ย สบตาเขาตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว “ถ้าคุณภัทรกลัวว่าหนูจะทำเรื่องเสื่อมเสียให้ตระกูลของคุณ ก็สบายใจได้เลยค่ะ หนูรู้หน้าที่และศักดิ์ศรีของตัวเองดี และหนูก็ไม่เคยคิดจะเอาชีวิตไปผูกติดกับใครนานเกินความจำเป็นด้วย”

ภิภัทรชะงักไปเล็กน้อย คำว่า ‘ไม่เคยคิดจะเอาชีวิตไปผูกติดกับใครนานเกินความจำเป็น’ สร้างความขุ่นเคืองขึ้นมาในหัวใจของมาเฟียหนุ่มทันที เขาเหยียดยิ้มเย็นชาออกมาเล็กน้อย

“พูดให้มันจริงเถอะ อย่าให้ฉันเห็นว่าเธอคันจนทนไม่ไหว แอบไปเสนอตัวให้ผู้ชายคนอื่นในมหาวิทยาลัย ไม่งั้น... ไม่ใช่แค่เธอที่เดือดร้อน แต่ไอ้หน้าไหนที่เข้าใกล้เธอ ฉันจะไม่มีวันปล่อยมันแน่”

“เชิญตามสบายค่ะ ถ้าคุณภัทรคิดว่าการใช้อำนาจข่มขู่คนอื่นมันทำให้คุณดูมีอำนาจมากขึ้น” พลอยไพลินลุกขึ้นยืน รวบกระเป๋าหนังสือขึ้นสะพายไหล่ “หนูขอตัวไปเรียนก่อนนะคะ เดี๋ยวสาย”

เธอเดินผ่านโต๊ะอาหารออกไปทันทีโดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง ภิภัทรกัดฟันแน่นจนสันกรามขึ้น มือหนากำหมัดแน่นบนโต๊ะจนเส้นเลือดปูดโปน

“ไอ้ธัน!” มาเฟียหนุ่มตะโกนเรียกมือขวาคนสนิทเสียงดังลั่น

“ครับนาย” ธันวารีบก้าวเข้ามาในห้องอาหารทันทีด้วยท่าทางสำรวม

“ส่งคนไปเฝ้าดูยัยเด็กนั่นที่มหาวิทยาลัยตลอดทั้งวัน! ดูว่าวันๆ เธอไปคุยกับใคร ไปกับใคร โดยเฉพาะไอ้ประธานรุ่นปีสี่นั่น... ถ้ามันกล้าแตะเนื้อต้องตัวพลอยไพลินแม้แต่นิ้วเดียว รายงานฉันทันที!”

“รับทราบครับนาย” ธันวารับคำสั่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่นัยน์ตาแอบฉายแววหนักใจ รู้ดีว่าเจ้านายของตัวเองกำลังตกหลุมที่ตัวเองขุดไว้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น

มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง

บรรยากาศใต้ร่มไม้ใหญ่หน้าคณะมนุษยศาสตร์เต็มไปด้วยความคึกคัก พลอยไพลินนั่งอยู่ที่โต๊ะม้านั่งหินอ่อน พร้อมกับโน้ตบุ๊กและเอกสารกองโต ตรงข้ามเธอคือ ‘นนท์’ รุ่นพี่ปีสี่ ชายหนุ่มหน้าตาดี แต่งตัวเรียบร้อย อุปนิสัยอบอุ่นและเป็นกันเอง

“งานแปลส่วนนี้เก่งมากเลยนะพลอย” นนท์เอ่ยชมพลอยไพลิน ขณะกวาดสายตาอ่านเนื้อหาภาษาอังกฤษบนหน้าจอ “สำนวนเป๊ะมาก ทางสำนักงานแปลตกลงเพิ่มค่าจ้างให้อีกหนึ่งหมื่น ถ้าพลอยสามารถแปลเอกสารชุดสัญญาการค้าใหม่นี้เสร็จภายในสิ้นเดือน”

ดวงตากลมโตของพลอยไพลินทอประกายความหวังขึ้นมาทันที

“จริงเหรอคะพี่นนท์ พลอยรับทำค่ะ ต่อให้ต้องอดนอนอีกกี่คืนพลอยก็ไหว ขอบคุณพี่นนท์มากเลยนะคะที่ช่วยหางานดีๆ แบบนี้ให้พลอย”

“ไม่เป็นไรเลยพลอย พี่รู้ว่าพลอยกำลังลำบากเรื่องค่าใช้จ่าย” นนท์ยิ้มอบอุ่น เอื้อมมือไปแตะที่ไหล่บางของเธอเบาๆ ด้วยความเอ็นดูในฐานะรุ่นน้อง “มีอะไรให้พี่ช่วย บอกได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ”

พลอยไพลินยิ้มตอบด้วยความตื้นตันใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่า ห่างออกไปไม่กี่เมตร รถยนต์กระบะสีดำฟิล์มมืดสนิทกำลังจอดซุ่มอยู่ และภาพที่นนท์แตะไหล่ของเธอ ถูกบันทึกด้วยเลนส์กล้องความละเอียดสูงเรียบร้อยแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป