บทที่ 6 บทที่ 5 โทษของการก้าวร้าว
บทที่ 5 โทษของการก้าวร้าว
ดวงตาสีนิลทอดมองร่างกายบอบบางเปลือยเปล่าที่นอนคว่ำหนาไปกับหมอนใบโตแผ่นหลังบอบบางแดงช้ำเป็นจุด ๆ ข้อมือบางถูกพันธนาการล็อกไว้ด้วยกุญแจมือติดกับหัวเตียง ยังคงมีเสียงสะอื้นไห้ดังเคล้าคลอไปกับเสียงเพลงสากลเบา ๆ ที่เขาเปิด
มือหนาควงแก้วบรั่นดีสีเข้มในมือ ญานิดาขยับตัวและหันมามองเขาด้วยน้ำตานองหน้า ริมฝีปากอวบอิ่มสั่นระริกและขบเม้มมันไว้กลั้นเสียงสะอื้น
“รู้ไหมว่าโทษที่โดนวันนี้เพราะอะไร?”
“นิดา ฮึก...จะไม่ก้าวร้าวคุณวินแล้ว” เสียงกุญแจมือเสียดสีกับหัวเตียงนอน และนั่นก็ทำให้ญานิดาหวาดกลัวจนหัวสมองขาวโพลน
“รู้ก็พูดออกมา...ฉันอยากรู้ว่าเธอรู้ความผิดของเธอจริงไหม?”
“ฮึก ฮื่อ พะ...เพราะนิดาว่าคุณวินต่อหน้าคนอื่น ต่อหน้าเพื่อนคุณ” เนวินเหยียดยิ้ม และก้าวเดินเข้ามาหาหญิงสาวด้วยท่าทีคุกคาม
“เธออวดดีกับฉันได้นิดา...แต่มันจะต้องไม่ใช่สภาพนี้ เธอคิดจะสู้แล้ว ต้องเอาชนะฉันให้ได้ เพราะถ้าเธอก้ำกึ่งแบบนี้ ฉันจะบี้เธอจนกว่าเธอจะตาย!” แก้วบรั่นดีถูกยื่นมาตรงหน้าเธอ น้ำสีเหลืองอำพันกระฉอกหกลงบนผ้าห่มที่คลุมร่างเปลือยเปล่าเอาไว้
“ฮึก” มือบางรับแก้วนั่นมาด้วยความจำใจ หญิงสาวสะอื้นไห้ออกมาและพยายามบังคับมือตัวเองไม่ให้สั่น
ริมฝีปากอวบอิ่มสั่นระริกเธอหลับตาลงและยกแก้วบรั่นดีกลิ่นแรงในมือกระดกดื่ม นิ้วมือเรียวยาวดันตูดแก้วจนทำให้หญิงสาวกลืนน้ำขมปร่าลงคอไม่ทัน เธอสำลักจนเหล้าไหลออกจากปากและจมูก
ญานิดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตาย เธอเอากำปั้นทุบอกตัวเองทั้งที่น้ำตานองหน้า เธอแสบร้อนไปทั้งจมูกและลำคอ ในท้องก็เช่นกันหญิงสาวรู้สึกเหมือนลำไส้จะขาดและเธอต้องการน้ำเปล่า
“แค่ก!” ความหวาดกลัวร่างสูงที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ แค่เพียงเขายื่นมือมาจับข้อแขนเธอ ตัวเธอก็สั่นสะท้านไปทั้งร่างแล้ว
“หึ!” เนวินพุ่งเข้าหาหญิงสาวที่กึ่งนั่งกึ่งนอนมองเขาด้วยแววตาหวาดกลัว นัยน์ตาสีน้ำตาลฉายแวววิตกกังวล
กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งเคล้าคลอไปกับเสียงสะอื้นไห้ของผู้หญิงอวดดี หญิงสาวกรีดร้องเสียงหลงเมื่อมือหนาผลักร่างเธอให้นอนลง และเขาก็ทาบทับกักกันเธอเอาไว้
“ถ้าเธอไม่ดื้อ...ฉันจะให้เธอท้อง” คนใต้ร่างที่ดีดดิ้นเมื่อครู่โอนอ่อนลงในทันที
“คุณพูดจริงเหรอคะ” ญานิดาถามออกไปด้วยน้ำเสียงขาดห้วง หยดน้ำตาไหลรินออกหางตา
“ฉันไม่ใช่คนกลับกลอกอย่างเธอญานิดา!” ดวงตาสุกสกาวน้ำตาจะนองหน้าจ้องมองเขาอย่างไม่เชื่อถือในสิ่งที่เขาพูดออกมา
ปลายจมูกโด่งสันคลอเคลียแก้มใสที่ชื้นไปด้วยน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าของเธอ เขาหัวเราะเหมือนได้ทำอะไรที่สนุกครื้นเครง ร่างบอบบางนุ่มนิ่มไม่ไหวติง มีเพียงเปลือกตาที่กะพริบมองเขาด้วยแววตาหวาดหวั่น
มือหนาสอดฝ่ามือลูบไล้แผ่นหลังนวลเนียน ก่อนจะกดจูบลงกึ่งกลางเต้าอวบอิ่ม ริมฝีปากหนาครอบครองปลายถันและขบเม้มจนหญิงสาวเผลอยืดกายตอบรับสัมผัสกระด้างด้วยความสั่นไหว
นิ้วมือเย็นเยียบสอดสางเข้าในกลุ่มผมรองทรงสั้นของคนเหนือร่างอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ขาข้างหนึ่งของเธอถูกเข่าเขาฉีกให้อ้าออกจากกัน ความอุ่นร้อนถูไถปากทางร่องรัก ความเสียวซ่านที่เธอได้รับมาพร้อมกับริมฝีปากร้อนที่ดูดกลืนปทุมถันเธออย่างเอาเป็นเอาตาย
“อื้อ คุณวิน...” ญานิดาพยายามกลั้นเสียงร้องน่าเกลียดที่หลุดรอดออกมาจากลำคอ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยเลย
“นิดาเจ็บ” เธอโดนฉุดรั้งลากให้ไปนอนกลางเตียง สองขาเรียวถูกยกขึ้นพาดบ่าแกร่ง ข้อมือข้างที่ถูกพันธนาการยืดจนสุดแขน ส่วนมืออีกข้างก็ดันหน้าท้องเป็นลอนสวยงามของเขาไว้
เอ็นอุ่นร้อนผงาดตระการตาต่อหน้าเธอ ใบหน้านวลเห่อร้อนจนต้องเบนสายตามองไปทางอื่นแต่เขาก็จับปลายคางเธอออกแรงบีบให้หันกลับมาสบตามองเขา
“มองฉัน” ญานิดาจิกมือขยุ้มผ้าปูที่นอนและกรีดร้องอยู่ในลำคอ
จุดอ่อนไหวเธอเต้นระรัวเพียงแค่เขากดปลายนิ้วโป้งสัมผัสและวนมันเบา ๆ ความแข็งขึงสอดใส่เข้ามาอย่างเนิบนาบ ร่างบอบบางสะดุ้งเฮือกเมื่อเขาดันเอวสอบเข้ามาจนสุดความยาวของมัน สะโพกผายกระถดหนีอย่างไร้หนทางจะต่อสู้...
เสียงเนื้อหนั่นแน่นกระทบกระแทกจนเกิดเสียงดัง สัมผัสรุนแรงที่เขามอบให้ญานิดาไม่ได้รู้สึกสุขสมเลยสักครั้ง เธอหวาดกลัวจนไม่กล้าที่จะทำอะไรนอกจากร้องไห้ออกมา เพียงแค่เขามองเธอนิ่งในขณะที่ยังแทรกซึมภายในร่างกายเธอ
ริมฝีปากร้อนกดจูบลงมาที่ริมฝีปากอวบอิ่ม ยังคงมีความขมปร่าของแอลกอฮอล์ที่ติดอยู่ปลายลิ้น เรียวลิ้นสากของเขาตวัดเข้าในโพรงปากควานหาความหอมหวานไร้เดียงสาของคนใต้ร่าง
“จูบฉัน” ลมหายใจอุ่นร้อนคลอเคลียอยู่แถมสันกราม ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ
มือข้างหนึ่งของเขาบีบเคล้นเต้าอวบอิ่มนวดเฟ้นจนหญิงสาวรู้สึกแปลกใหม่ ยามเขาใช้ปลายนิ้วสะกิดที่ตุ่มไต่อ่อนนุ่มของเธอมันก็แข็งเป็นไตสู้นิ้วมือเขาแล้ว
“เรียกชื่อฉัน” ความรู้สึกภายในร่องรักมันรัดแน่นจนเนวินแทบจะเสียประสาท ดวงตากลมโตที่จ้องมองเขาและกัดริมฝีปากอย่างไม่รู้ว่าตัวเธอเองต้องการอะไร
“คุณวิน” เสียงครางผะแผ่วดังออกมาจากลำคอเธอ ขาเรียวถูกยกขึ้นกว้างด้วยความรู้สึกจากจิตใต้สำนึกในอารมณ์พิศวาสที่เขาเป็นคนนำทางเธอมา
เล็บคมจิกลงบนท่อนแขนแกร่งยิ่งเขากระแทกความใหญ่โตเข้ามาในกายเธอลึกแน่นเท่าไหร่ ญานิดาก็ตอบรับโดยการรุมรัดเขาแน่นมากเท่านั้น
“อืม” เอวสอบสวนใส่ร่างเล็กจนหัวสั่นหัวคลอน ใบหน้าคมคายก้มลงคลอเคลียเต้าอวบอิ่มทั้งสองข้างขบเม้มจนเกิดรอยไม่เหลือที่ว่าง
ความรู้สึกแปลกใหม่เกิดขึ้นจนเธอวูบวาบในท้องน้อยไปหมด ร่างกายทั้งเธอร้อนรุ่มเหมือนไฟแผดเผา หยดเหงื่ออุ่นร้อนไหลโทรมกาย อ้อมแขนเรียวเล็กโผกอดเขาแนบแน่นและคางเธอเกยอยู่บนบ่ากว้าง
ยิ่งได้ยินเสียงหอบหายใจถี่ ๆ พร้อมกับกลิ่นแอลกอฮอล์จากร่างหนา หัวสมองเธอเบาโหวงจนรู้สึกเหมือนร่างกายลอยล่องเหนืออากาศ ก่อนจะกระตุกเกร็งอีกทั้งยังโอบกอดเขาไว้แนบแน่น
ญานิดารู้สึกถึงความอุ่นร้อนที่สาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนหน้าท้อง เสียงก๊อกแก๊กที่ข้อมือเธอรับรู้ว่าเขาปลดปล่อยเธอแล้ว แต่แรงที่จะอ้าปากถามมันไม่มี…
โซ่แซ่กุญแจมือ เฮือกกกก
