บทที่ 2 ความจน
ยอดเงินจำนวนมาก แบบที่เพิ่งจะเคยได้สัมผัสเป็นครั้งแรก ในชีวิต ถูกนับเป็นครั้งที่สาม ท่ามกลางสายตา อ่อนโยน ของคนตรงหน้า ที่มองมาด้วยความสนใจ ผิวขาวจัด และ ใบหน้าเล็กๆ ที่ดูน่ารักน่าเอ็นดู มากกว่าจะสวยสะดุดตา ดวงตากลมโต คิ้วเรียงเป็นเส้นสวยตามธรรมชาติ และจมูกที่เป็นสัน โด่งแบบไม่ได้ดูแหลม แต่น่ามอง
"เรียนปีไหนแล้ว "
เจ้าของร้านถามไถ่ ชวนคุยไปเรื่อย
"ปี4แล้วค่ะ จะจบแล้ว "
"สนใจมาทำงานกับพี่ไหม " มือที่กำลังยัดเงิน ในซองสีน้ำตาล ชะงัก แล้วหันไปมองคนพูดอีกครั้ง
"พี่รับสมัครงานอยู่ แล้วน้อง ก็ดูฉลาดพูดจาฉะฉาน "
"หนู ไม่มีความรู้เรื่องกระเป๋าเลยค่ะ เพราะหนูเรียนบัญชี "
"พี่จ้างพนักงาน เดือนละ 30k ถ้าน้อง "
"สมัครค่ะ "
คนที่ไม่เคยได้รับโอกาสแบบนี้ เดินออกจากห้างดังตรงไปที่สถานีรถไฟฟ้า นามบัตรของ เจ้าของร้าน ยังอยู่ในกระเป๋าผ้าที่ใช้ใส่หนังสือเรียน เงินแสนกว่าบาทที่ได้รับมาในวันนี้ ยังไม่คบจำนวน ที่จะไปชำระหนี้ แต่การที่เธอ จะได้เข้าทำงาน ในร้านใหญ่โตแบบนั้น ก็ทำให้เธอ โล่งใจ ไปได้ อีกอย่าง พนักงานพาสไทม์ ที่หาเงิน เรียนหนังสือ และใช้ชีวิตมาด้วยความยากลำบาก สอนให้อรวีร์ อดทน คนจน ถ้าไม่สู้ ก็รอวันอดตาย แต่ถ้าคิดจะสู้ กับคนที่เขา มีอะไรเหนือกว่า ตัวเองมากๆ ก็ต้องยอมแพ้ แพ้ตั้งแต่ยังไม่ต้องสู้ ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ มันไม่ได้สวยงาม อย่างที่ใครต่อใครบอกหรอก
รองเท้าผ้าใบคู่เก่า ถอดวางอยู่หน้าบ้าน คนที่เพิ่งกลับมาถึง เปิดประตูบ้านเข้าไป พร้อมกับ มองหาคนที่อยู่ในนั้น
ร่างบอบบางของหญิงชรา นอนคุดคู้อยู่ข้างโซฟาตัวเก่า และ ชายวัยกลางคน ก็เดินเข้ามา พร้อมกับไม้ในมือ
เสียงกรีดร้องและเสียงข้าวของในบ้าน ร่วงหล่นลงบนพื้น มือบางกำสายกระเป๋าเอาไว้แต่ก็ไม่อาจต้านทานได้
เงินนับแสนบาท ร่วงหล่นกระจายออกมาเต็มไปพื้น พร้อมกับ เสียงร้องด้วยความดีใจ ที่ได้เงินมหาศาล จากหลานสาวที่ตัวเองเลี้ยงดูมา ตั้งแต่ พ่อแม่ ของหลาน เสียชีวิตไป เมื่อสิบกว่าปีก่อน
เงินหลายหมื่นบาท ที่ถูกแย่งไปจากมือ พร้อมกับเสียงกรีดร้องของอรวีร์ ที่แทบจะตั้งสติไม่ได้ ชายวัยกลางคน ที่พร่ำบอกว่าเป็นผู้มีพระคุณของเธอ มักจะใช้กำลังกับสิ่งของในบ้านหลังนี้ อยู่เสมอ แต่ทว่า ไม่มีครั้งไหนเลย ที่เขา ขะเข้ามาประชิดตัวเธอ และแย่งกระเป๋าของเธอไป
เงินที่ร่วงหล่นที่พื้น กระจัดกระจายไปบน เศษซากของความเสียหาย ที่ตอนนี้ไม่มีอะไรเหลือให้เห็นว่า เคยเป็นอะไรมาก่อน เสียงสะอื้นของหญิงชรา ทำให้ อรวีร์ รีบขยับเข้าไป โอบกอดผู้มีพระคุณตัวจริง ของเธอเอาไว้
"ย่า ไม่เป็นอะไรแล้วย่า " มือสั่นสะท้าน โอบกอดหญิงชราเอาไว้ พร้อมกับ บอกกับตัวเองไปพร้อมๆกัน
" ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่เป็นไร " ความเสียใจ ความโกรธแค้น มันฝังลงไปในหัวใจของเธอ ร่างบอบบางของหญิงชรา ค่อยๆ ขยับตัวออกมาอย่างช้าๆ แล้วหยิบถุงผ้า ออกจาก เสื้อของตัวเอง
ถุงเงินออมที่เก็บออมมานานหลายปี ตั้งแต่สมัยยังแข็งแรง ถูกหยิบออกมา หยิบยื่นให้
"ย่าไม่ให้มัน มันเลยโกรธ "
น้ำตาที่พยายามจะทำให้มันหาย กลับพังทลายลงมาอีกครั้ง เด็กกำพร้า ที่มีเพียงย่า เป็นโลกทั้งใบ จับมือหยาบกร้าน ของย่าเอาไว้ แล้วก็จูบเบาๆ
"ย่า เราไปจากที่นี่ กันดีไหม อรทนไม่ไหวแล้ว ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ "
หญิงสาวในชุดแบรนด์เนม ราคาแพงทั้งตัว มองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยสายตา ดุดัน เงินสดที่เหลือมีเพียงไม่กี่หมื่นบาทเท่านั้น ทำให้คนที่ตั้งใจว่า จะได้เงินมากกว่านี้กลับไป โกรธจัดขึ้นมาทันที ยอดเงิน ที่น่าจะได้มันต้องมากกว่านี้
"ฉันจะแจ้งความแก อีกข้อหา โทษฐานยักยอกเอาเงินไป มันไม่มีทาง ที่จะขายได้เท่านี้ "
"น้อง เอาเงินที่เหลือ คืนมาเถอะ อย่าให้มันเป็นเรื่องราวใหญ่โต จะหมดอนาคต "
ชายที่นั่งอยู่ ตรงหน้าจอโน๊ตบุ้ก บอกด้วยรอยยิ้มเหยียดหยัน ก่อนจะหันไปสบตา กับหญิงสาว ที่เป็นคู่กรณีของเธอ
"มีเท่านี้ เท่านี้จริงๆค่ะ " อรวีร์ บอกด้วยเสียงสั่นเครือ มองภาพตรงหน้า จดจำความรู้สึกเจ็บช้ำเอาไว้ แล้วลุกขึ้นยืน
"ฉันไม่หนี ไม่โกง และ ไม่คิดจะเอาของของใคร ไปฟรีๆแน่ ฉันจะทำงานหาเงิน มาใช้หนี้ที่มันโคตรจะเฮงซวย แต่ขอเวลาหน่อย ขอให้ฉัน มีทางเดินต่อไปได้ไหม "
มือบางหยิบบัตรนักศึกษาออกมาวาง และผลการเรียนของตัวเอง
"ฉันจะทำงาน หาเงินมาได้แน่นอนค่ะ "
