บทที่ 3 ตอนที่ 3 ซวยตั้งแต่เริ่ม
‘T^T.แต่.ระ…รางสังหรณ์ของฉันมันบอกว่าไม่โอเคเลยอะแก’สิ่งที่พูดออกไปนั้นไม่ใช่แค่เธออยากหาข้ออ้าง..แต่มันคือความรู้สึกจริงๆที่สัญชาตญาณบางอย่างในตัวเธอมันกำลังร้องบอกแบบนั้น บวกกับเปลือกตาข้างขวาที่กระตุกยิบๆ..มันยิ่งตอกย้ำความรู้สึกหวาดหวั่นในตอนนี้เสียเหลือเกิน
ตึกๆๆๆๆ
“>.<งื้ออออ~~~ พี่เฌอแตมขา~~~..พวกหนูขอถ่ายรูปกับพี่หน่อยได้ไหมคะ”และในขณะที่เธอรีบเร่งสับขาเดินตรงดิ่งไปยังลานจอดรถที่อยู่ใต้คณะนั้นเอง พลันเสียงตะโกนเรียกของกลุ่มรุ่นน้องทั้งในคณะและต่างคณะ..ก็พร้อมใจกันส่งเสียงเรียกเธออยู่บริเวณลานกิจกรรมข้างๆตัวตึก และแม้ว่าภายในใจตอนนี้เธออยากจะทำเป็นไม่ได้ยิน..แต่ด้วยภาพลักษณ์และสิ่งที่ต้องแบกอยู่บนบ่า มันสั่งการให้เธอหยุดปลายเท้าลงและหันไปฉีกยิ้มปานน้ำผึ้งเดือนห้าส่งให้ทุกคนอย่างใจดี
“อร้ายยย~~ พี่เฌอแตม!!” และสิ่งที่เธอต้องได้เห็นเป็นประจำทุกวันจนเคยชิน..คือการที่กลุ่มแฟนคลับตัวยงของเธอพากันพุ่งเข้ามาขอถ่ายรูปและจับมือ ไม่ต่างจากเธอเป็นสัตว์หายากที่บังเอิญหลุดออกจากสวนสัตว์เขาเขียว!
แซะ!!! แซะ!!! แซะ!!! แซะ!!!
“^.^ได้กันครบหมดแล้วนะคะ วันนี้ขอโทษนร้า..พี่อยู่คุยนานไม่ได้ต้องรีบไปธุระค่ะ”เสียงหวานรื่นหูที่สามารถทำคนฟังเคลิบเคลิ้มได้อย่างง่ายดายดังขึ้น พร้อมกับที่เฌอแตมส่งโทรศัพท์กลับไปให้กับรุ่นน้องคนสุดท้าย..หลังจากยืนแจกยิ้มหวานถ่ายรูปกับทุกคนจบครบ
“^0^พี่เฌอน่ารักที่สุดเลยค่ะ..ขอบคุณสำหรับรูปนะคะ รับรองคนต้องอิจฉาพวกหนูแน่ๆที่โชคดีได้ถ่ายรูปกับพี่ค่ะ”คำชมดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย..แต่กลับไม่สามารถทำให้เฌอแตมหลงลืมตัวเองในชีวิตจริงไปได้ นั่นเพราะเธอนั้นไม่ใช่ลูกหลานตระกูลร่ำรวยมาจากที่ไหน..ครอบครัวของเธอมีเพียงแค่มารดาที่เปิดร้านขายส้มตำอยู่หน้าบ้านก็เท่านั้น ส่วนตัวเธอเอง..ก็มีรับงานรีวิวบ้างตามสถานการณ์และโอกาสที่มีเข้ามาให้ไขว่คว้าเล็กๆน้อยๆ เพราะเธอไม่อยากให้กระทบต่อการเรียน..และหากมารดารู้เรื่องเข้าคงถูกบ่นหูชาอย่างแน่นอน
“^.^งั้นอย่าลืมตั้งใจเรียนด้วยนะคะ”ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป..ไม่วายที่จะหันมาฝากฝังคำพูดนางงามทิ้งท้ายกับน้องๆเอาไว้ เสร็จแล้วก็กลับมาสวมวิญญาณนักวิ่งสี่คูณร้อยเมตร..สับขากึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังลานจอดรถของคณะแพทย์และพยาบาลทันที
ตึกๆๆๆๆ
“รับทราบค่ะ!..เพราะพวกเรามีพี่เฌอเป็นไอดอลค่ะ..!!!”แม้ไอดอลคนสวยขาของทุกคนจะจากไปแล้ว..แต่เสียงตะโกนของกลุ่มแฟนคลับตัวยงก็ยังคงดังไล่หลังมาติดๆ แต่เวลาตัดสินชีวิตเช่นนี้..จึงทำให้เฌอแตมทำได้เพียงแค่โบกไม้โบกมือส่งกลับไป จวบจนกระทั่งตัวเองหายลับเข้าไปยังลานจอดรถของคณะแพทย์
ปึกกกก!!! หมับบบบ!!!
ด้วยความไม่ทันระวังจึงทำให้เธอที่รีบเร่งฝีเท้าอย่างสุดชีวิต..เผลอชนกับกำแพงมนุษย์เข้าอย่างจัง ใบหน้าหวานราวกับตุ๊กตาฝังลงบนแผงอก..ที่รับรู้ได้ทันทีว่าเจ้าของร่างกายนี้คงจะหักโหมออกกำลังกายมาอย่างหนัก แต่วินาทีที่เร่งรีบนี้เธอคงไม่มีเวลามาวิเคราะห์ความสมบูรณ์แบบที่พระเจ้าประทานนี้หรอก เพราะความเป็นความตายของเธอ!..คือการต้องไปทันรายงานตัวก่อนเข้ารับการฝึกภาคปฏิบัติ!
“อะ!!…เจ็บชะมัด!”แต่ความเจ็บที่แผ่กระจายไปทั่วใบหน้าของเธอในตอนนี้..ทำเฌอแตมอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้ พร้อมกันนั้นก็รีบยกมือขึ้นสำรวจบริเวณที่ได้รับการกระแทกเต็มกำลัง..โดยหลงลืมคู่กรณีของตัวเองไปชั่วขณะหนึ่ง
“=*=ใครกันแน่ที่ต้องเป็นฝ่ายพูด..ยัยเซ่อซ่าจากคณะพยาบาล”จนกระทั่งเจ้าของร่างสูงใหญ่ทนไม่ไหวที่จะออกปากเตือนสติผู้หญิงซุ่มซ่ามตรงหน้า ที่วิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือทำเสื้อกาวน์ของเขาเปื้อนจนไม่สามารถเก็บขึ้นมาใส่ได้อีกแล้ว
พรึบบบ!!!
“0.0!”น้ำเสียงดุดันเอาเรื่อง..บวกกับรังสีดำมืดที่แผ่กระจายออกมาจากตัวคู่กรณีทำเฌอแตมลืมความเจ็บของตัวเองไปชั่วขณะ ก่อนจะฝืนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อสายตาของเธอเหลือบไปเห็นเสื้อกาวน์สีขาวที่ตกอยู่บนพื้น!..และที่สำคัญมันยังอยู่ใต้รองเท้าของเธออีกด้วย! ‘T^Tบ้าชะมัด!..อะไรจะซวยตั้งแต่เริ่มแบบนี้นะยัยเฌอ!!’
“ขะ..ขอโทษด้วยค่ะ..เฌอรีบไปหน่อยค่ะ”ปลายเท้าเล็กรีบชักกลับเป็นอันดับแรก ก่อนจะก้มลงไปหยิบเสื้อกาวน์ของคณะแพทย์ขึ้นมาปัดทำความสะอาด..แล้วรีบก้มหน้าชิดอกสำนึกผิด หลับหูหลับตายื่นเสื้อกาวน์ออกไป..พร้อมกับตะกุกตะกักขอโทษขอโพยอีกฝ่ายอย่างรู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเอง
“รีบก็ควรดูทางด้วย..รู้ไหมว่าเธอทำเสื้อฉันเปื้อน?”เสียงเข้มดุเธออย่างโมโห..และไม่ยอมรับเสื้อกาวน์ของตัวเองกลับไป มิหนำซ้ำยังขยี้การกระทำที่ซุ่มซ่ามของเธอจนต่อมน้ำตาแทบจะทำงาน
“0.<!..พะ..พี่นักรบ..”ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าคู่กรณีของตัวเองเป็นใคร เฌอแตมจึงตัดสินใจข่มความรู้สึกกลัวเอาไว้..แล้วค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปเผชิญหน้า ซึ่งทันทีที่ได้เห็นคู่กรณีแบบจังๆ..เสียงหวานใสก็ละล่ำละลักเอ่ยชื่อเสียงเรียงนามของร่างสูงสง่าที่แต่งกายไม่เรียบร้อยตรงหน้าออกไปอย่างเบาหวิว ใบหน้าหล่อเหลาที่ทำเอาคนทั้งมหาลัยเก็บไปเพ้อฟันกำลังหงิกงอ..บ่งบอกอารมณ์ของเขาในตอนนี้ได้เป็นอย่างดี ‘ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ!..ที่ดันมาเจอผู้มีอิทธิพลแห่งมหาลัยในเวลาแบบนี้!’
“เธอจะชดใช้ยังไงไม่ทราบ..ยัยเซ่อซ่า?”แม้ว่าเขาจะหล่อรวยเพอร์เฟคสักแค่ไหน..แต่พอถูกด่าว่ายัยเซ่อซ่าก็ทำให้เธอหน้าม้านได้เช่นกัน
“เฌอ…เออ..ดะ..เดี๋ยวเฌอซักแล้วจะกลับเอามาคืนให้นะคะ แต่ตอนนี้เฌอต้องรีบไปรายงานตัว พะ..พรุ่งนี้เฌอจะเอามาคืนพี่แน่นอนค่ะ”ตกตะลึงพึงเพิดกับคำพูดห่ามๆของเขาได้ไม่นาน..เธอก็ต้องรีบตั้งสติและแก้ปัญหาเฉพาะกิจโดยด่วน นั่นเพราะเวลายังคงเดิน..และเธอที่ต้องทำเวลาจึงตัดสินใจยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาคับขันนี้ให้แก่เขาไป และได้แต่ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายช่วยดลบันดาลให้เขาเมตตาเธอสักนิด เพราะถ้าหากเธอไปไม่ทันรายงานตัวตามเวลา..มีหวังเธอชื่อเสียงที่สั่งสมมาคงได้ด่างพร้อยและผู้ให้ทุนการศึกษาคงได้ยกเลิกเป็นแน่ แค่นึกถึงความพังพินาศที่อาจจะเกิดขึ้น..ต่อมน้ำตาของเธอก็เริ่มทำงานในทันที
“…ซักให้สะอาด..เพราะฉันไม่ชอบสกปรก”ความเงียบเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมได้ไม่นาน ก่อนเสียงทุ้มต่ำปนแหบพล่าเล็กน้อยจะเอ่ยขึ้น..โดยที่อีกฝ่ายไม่เสียเวลามองหน้าเธอด้วยซ้ำ!
“ได้ค่ะ!..เฌอจะกลับไปซักให้เหมือนใหม่เลย”ได้ยินคำพูดนั้นเสมือนต้นไม้ฟื้นกลับคืนชีพอีกครั้ง เสียงใสรีบตอบรับอย่างแข็งขัน..พร้อมกับให้คำมั่นว่าเสื้อกาวน์ของเขาจะต้องกลับมาสะอาดใหม่เอียมราวกับพึ่งถอยออกจากช้อป! เพราะเธอมั่นใจในฝีมือการซักผ้าของเธอมากกอไก่ล้านตัวไปเลย!
“-_-รีบไปสิ..”ไม่นานเสียงเข้มดุดันที่เต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายก็ดังแทรกอากาศ ทำเอาคนมั่นใจในความสามารถพิเศษแทบหัวใจฝ่อ..แต่พอตีความหมายคำพูดของร่างสูงตรงหน้าได้ พลันรอยยิ้มแห่งความโล่งใจก็ปรากฏขึ้นในทันที
“^-^ขอบคุณที่ไม่เอาเรื่องเฌอค่ะ”ก่อนจะจากไปไม่วายที่เฌอแตมจะค้อมศีรษะกล่าวคำขอบคุณร่างสูงผู้มีอิทธิพลแห่งคณะแพทย์ศาสตร์อีกครั้ง จากนั้นก็สวมวิญญาณนักวิ่งหอบเสื้อกาวน์และกระเป๋า..กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังโซนสำหรับจอดมอเตอร์ไซค์และจักรยานทันที!
พรึบบบบ!!! พรึบบบบ!!!
วิชากระโดดข้ามสิ่งกีดขวางถูกนำมาใช้ในช่วงเวลาเร่งรีบ จนในที่สุดเฌอแตมก็มายืนหอบหายใจจนตัวโยนอยู่หน้ามอเตอร์ไซค์คันสีชมพูของตัวเอง..พลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อบริเวณขมับออกจากลวกๆ และใช่!..เน็ตไอดอลกระเป๋าแบนไม่มีแฟนอย่างเธอขับแต่แมงกะไซค่ะ! ไม่ใช่บรรดาซุปเปอร์คาร์หลักหลายสิบล้านที่เธอวิ่งผ่านมาก่อนหน้านี้ แต่ถึงแม้ว่าครอบครัวของเธอจะไม่ใช่ตระกูลผู้ดีรวยล้ำฟ้า..แต่เธอก็ภาคภูมิใจและโชคดีที่มีแต่คนที่รักและเอ็นดูเธอ
กึกกกก!!! แต่ดูเหมือนความซวยของเธอในวันนี้จะยังไม่หมดไป เพราะในขณะที่เธอทำการพับเสื้อกาวน์ของพี่นักรบลงไปเก็บในกระเป๋าผ้าของเธออยู่นั้น ก็มีไอ้นกบ้าที่ไหนไม่รู้บินมาเทของเสียลงบนเบาะรถของเธอต่อหน้าต่อหน้า! ไม่พอเจ้านกนั่นยังหันมาส่งเสียงร้องเยาะเย้ย..ก่อนจะบินโฉบจากไปอย่างรวดเร็ว!
“T^Tอะ!..ไอ้นกบ้า!!”วินาทีนี้เธอแทบร้องไห้เป็นสายเลือด อยากจะตะโกนด่าไอ้นกบ้าตัวนั้นให้มันตกใจตาย! แต่ความเป็นจริงแล้วเธอก็ทำได้เพียงแค่กัดฟันด่ามันเบาๆ จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาดึงกระดาษทิชชู่ขึ้นมาเช็ดอึของไอ้นกบ้านั้น..อย่างผู้ที่พ่ายแพ้ต่อโชคชะตาแสนอาภัพของตัวเอง..!!
พรึบบบ!!!
“=*=ฉันจำแกไว้แล้ว!..เจออีกทีจะจับถอนขนเสียให้เกลี้ยง!”
