บทที่ 4 ตอนที่ 4 โรงพยาบาลอันดับหนึ่ง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเวรกรรมตั้งแต่ชาติปางก่อนหรือยังไงกัน ถึงทำให้การเดินทางมายังโรงพยาบาลที่เธอต้องเข้ารับการฝึกภาคปฏิบัติสองปีเต็ม..ถึงได้ยากเย็นแสนเข็นแบบนี้ ซึ่งแม้ว่าเธอจะขับมอเตอร์ไซค์มาแต่กลับรู้สึกเหนื่อยสายตัวแทบขาด..เพราะระหว่างการเดินทางมาที่นี่เธอพบเจอแต่อุปสรรคขวากหนามจนเธอแทบจะท้อ! แต่เพราะหน้าของมารดาลอยเข้ามาในหัว..เธอถึงได้อดทนสู้ฝ่าฟันขวางหนามมากมาย จนกระทั่งมาถึงโรงพยาบาลสุดหรูอันดับหนึ่งของโลกได้โดยสวัสดิภาพ
“เอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะเนี่ยย~~”เสียงหวานบ่นพึมพำเบาๆ..พร้อมกับทำการบิดกุญแจดับเครื่องรถจักรยานยนต์สีชมพูของตัวเองอย่างชำนาญ ผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มที่ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงเพราะบิดคันเร่งเกือบมิดไมล์..ถูกหวีอย่างลวกๆ รวมไปถึงการแต่งกายของตัวเองที่ต้องเนี้ยบตามคำสั่งของอาจารย์ที่ปรึกษา เพราะโรงพยาบาลอันดับหนึ่งแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นระเบียบและตรงเวลาเป็นที่สุด
“นี่ถ้าไม่ได้ไอ้พู่คงมาไม่ทันแน่ๆ”หลังดูนาฬิกาบนข้อมือแล้วเฌอแตมก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เสียงหวานใสสมกับเป็นนักรีวิวครีมชื่อดังส่งเสียงเจื้อยแจ้วน่าฟัง พลางลูบเบาะรถจักรยานยนต์คันสีชมพูลูกรักของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ..แทบไม่ต่างจากคุณแม่ที่ส่งลูกเรียนหนังสือจนจบได้สำเร็จ
บรืนนนนนน~~~ บรืนนนนนน~~~ บรืนนนนนน~~~
และในขณะที่เธอกำลังจะเดินข้ามถนนไปในส่วนของสวนนั่งเล่น..ที่อยู่ตรงข้ามกับลานจอดรถมอเตอร์ไซค์นั้นเอง พลันขบวนรถหรูสีดำสัญชาติยุโรปนับสิบคันก็ขับเคลื่อนผ่านหน้าของเธอไปด้วยความเร็ว สายลมที่พัดกระทบเข้ากับใบหน้าของเธอในระยะเผาขนนั้น..บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเธอพึ่งจะรอดพ้นจากเงื้อมมือยมฑูตแบบเส้นยาแดงผ่าแปด ใจหนึ่งนึกอยากส่วนอภิธรรมให้พวกเขาเหล่านั้นสักบท..แต่ด้วยจิตใจอันดีงามกลับบอกให้เธออย่าได้ถือสา เพราะทุกคนที่มาโรงพยาบาลไม่ว่าจะรวยหรือจน..ต่างก็ล้วนมาด้วยความทุกข์และต้องการความช่วยเหลือกันทั้งนั้น และเธอที่ดันมาเรียนด้านนี้!..ย่อมต้องมีจิตใจเมตตาและให้อภัยกับเรื่องเล็กน้อย
“0.0ว้าววว…หรูหราไม่จกตาเลยนะเนี่ย~~~”เพียงแค่เดินผ่านโซนสวนพักผ่อนของทางโรงพยาบาลมาไม่กี่ก้าว..เธอก็เหมือนหลุดเข้ามาเดินเล่นอยู่ในสวนแห่งจินตนาการ เสียงหวานราวกับระฆังแก้วอดไม่ได้ที่จะชื่นชม..เพราะมันสวยงามจนเธอนึกว่ายังไม่ตื่นจากความฝัน
กึกกกก!!!
“อุ้ยตาย!!..จะได้เวลาแล้ว!”แต่ก็ต้องตกใจจนสะดุ้งตื่นจากห้วงภวังค์ของความคิด หลังเสียงอาจารย์ที่ปรึกษาและคำพูดของเพื่อนสนิทดังแทรกเข้ามาให้โสตประสาทการรับรู้ ทำเฌอแตมได้สติก่อนจะเร่งสับขาเพื่อไปรายงานตัว..ก่อนจะหมดเวลาและทำชีวิตเธอป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
แกร๊กกกก!!! กึกกกก!!!
“เออ..ขอโทษนะคะ พอดีหนูมารายงานตัวค่ะ..ไม่ทราบว่าตึกAอยู่ที่ไหนคะ”และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยค สมองที่ชาญฉลาดก็สั่งการให้เธอย่นเวลาหาตึกรายงานตัว..โดยการขอความช่วยเหลือจากคุณหมอท่านหนึ่งที่กำลังเดินอ้าปากหาวออกมาจากห้องๆหนึ่ง โดยไม่แม้จะสนใจรังสีอำมหิตที่แผ่กระจายออกมาจากตัวของเขา
พรึบบบบบ!!!
“….”สายตาเอื่อยเฉื่อยเหลือบมองเอกสารรายงานตัวของเด็กสาวตรงหน้าโดยไม่พูดไม่จาอะไร ก่อนจะใช้เพียงปลายนิ้วที่มีคราบเลือดติดอยู่ชี้ไปยังตึกที่เด็กสาวตรงหน้ากำลังหา จากนั้นก็ไม่เสียเวลาที่จะตวัดขายาวราวกับนายแบบเดินผ่านไป..เพราะข้อความในโทรศัพท์ก่อนหน้านี้ทำเอาเขาต้องทิ้งการทดลองทั้งหมดลง เพื่อรีบมุ่งหน้าไปช่วยชีวิตของคนที่กำลังก้าวขาเข้าไปในปรโลกเกินครึ่งชีวิต..!!
ตึกๆๆๆๆ
“นายครับ..”เดินมาได้ไม่กี่ก้าวบอดี้การ์ดร่างยักษ์ก็เข้ามาเอื้ออำนวยความสะดวก ด้วยการส่งผ้าเช็ดหน้าให้แก่ผู้เป็นนายนำไปเช็ดคราบเลือดที่เลอะอยู่บริเวณมือ..บ่งบอกถึงความเร่งร้อนได้เป็นอย่างดี
พรึบพรับๆๆ
“อืม..พวกมันรู้รึยัง”หลังทำความสะอาดรอยเลือดบนมือเรียบร้อยแล้ว..เสียงทุ้มแทบพล่าก็เอ่ยขึ้นไปขณะที่เร่งฝีเท้าเดินตรงไปยังลิฟต์สำหรับผู้บริหาร
“ทุกคนกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ครับ”บอดี้การ์ดชุดดำรายงานตามข้อมูลล่าสุดที่ได้รับต่อผู้เป็นนาย..พลางตวัดขากึ่งเดินกึ่งวิ่งตามหลังผู้เป็นนายเข้าไปในลิฟต์ โดยที่มีสายตางุนงงปนสงสัยของร่างบาง..มองตามหลังไปจนกระทั่งทั้งสองหายลับเข้าไปในลิฟต์
“_~_ทำไมเหมือนอยู่ในพื้นที่อันตรายนะ”บุคคลที่สวมใส่ชุดดำให้ความรู้สึกหวาดหวั่นจนทำเฌอแตมเหงื่อแตกพลั่กๆ บรรยากาศเย็นยะเยือกที่ยังคงกระจายตัวอยู่รอบๆ..ไม่วายที่เธอจะพูดไปตามความรู้สึกที่ได้รับในตอนนี้ น้ำลายอึกใหญ่ถูกกลืนลงลำคอระหงอย่างยากลำบาก ก่อนเธอจะส่ายศีรษะเพื่อตั้งสติ แล้วหมุนตัวออกเดินไปยังตึกที่คุณหมอบอก..เพื่อไปรายงานตัวสำหรับการฝึกภาคปฏิบัติของตัวเองทันที
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
แกร๊กกก!!!
เฌอแตมค่อยๆปิดบานประตูห้องที่เธอพึ่งจะเข้าไปรายงานตัวอย่างเบามือที่สุด นั่นเพราะสังเกตจากการชักประวัติและข้อมูลเบื้องต้นที่ละเอียดยิบยิ่งกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจบางสถานี เธอก็พอจะเดาได้ว่าแพทย์หญิงที่ต้องดูแลนักศึกษาพยาบาลภาคปฏิบัติรุ่นเธอนั้นระเบียบจัดและเคี่ยวมากแค่ไหน ‘เดาได้เลยว่าตลอดเวลาสองปีนี้เธอจะต้องกลายเป็นผีปอบไร้ที่อยู่อย่างแน่นอน!’
พรึบพรับๆๆๆ!!!
และในขณะที่เธอกำลังยืนรอลิฟต์เพื่อกลับไปเตรียมตัวย้ายเข้าที่พักของโรงพยาบาลอยู่นั้น พลันเสียงปริศนาจากระเบียงทางเดินไม่ไกลจากที่เธอยืนอยู่นักก็ดังขึ้น ด้วยความสงสัยบวกกับความรู้สึกอึดอัดบริเวณทรวงอก..จึงทำให้เธอเลือกเมินลิฟต์ที่ขึ้นมาจอดอยู่ตรงหน้าพอดี และทำการขยับปลายเท้าเดินเรียบไปยังทิศทางของเสียงดังกล่าว..ด้วยสภาวะหัวใจที่เต้นไม่เป็นกระส่ำ!
ตึกตักๆๆๆ
“โธ่เอ้ยย!!..ยิ่งรีบๆอยู่ด้วย!”และแล้วพยาบาลคนหนึ่งที่กำลังบ่นเสียงเครียดก็ทำเฌอแตมโล่งใจ ก่อนจะเปลี่ยนอิริยาบถและตั้งใจมองหล่อนล้มลงไปเก็บบรรดากล่องเอกสารที่ตกกระจัดกระจายอยู่บนพื้นอย่างรีบเร่ง แต่ยิ่งเธอลนลานมากเท่าไหร่กลับยิ่งทำให้เก็บสิ่งของได้ช้า..จนเฌอแตมอดไม่ได้ที่จะก้าวขาเดินออกจากมุมทางเดินเพื่อเข้าไปช่วยเหลือเธอ
“มีอะไรให้ช่วยรึเปล่าคะ”เธอส่งเสียงถามเป็นอันดับแรก และดูเหมือนเสียงของเธอจะทำให้พี่สาวพยาบาลตกใจไม่ใช่น้อย เธอมีอาการผวาจนเธอถึงกับทำตัวไม่ถูก..ก่อนจะรีบแนะนำตัวเองให้พี่สาวพยาบาลได้สบายใจ
“หนูมารายงานตัวเข้ารับการฝึกภาคปฏิบัติค่ะ”เสียงใสราวกับระฆังแก้วเอ่ยขึ้นพลางระบายยิ้มอย่างเป็นมิตร เพราะจิตใจอันดีงามต้องการที่จะสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนในองค์กรเอาไว้..เพราะนับจากนี้ชีวิตเธอต้องมีแรงสนับสนุนเสมือนเพื่อนสาวทั้งสองแนะนำ และพี่สาวตรงหน้าก็เป็นคนแรกที่เธอจะทำความรู้จักเอาไว้ เพราะรางสังหรณ์บางอย่างบอกว่าเจ้าหล่อนจะช่วยชีวิตเธอให้อยู่รอดปลอดภัย..ตลอดการฝึกประสบการณ์ที่นี่!
“พยาบาลฝึกภาคปฏิบัติหรอ?”เธอเงียบไปชั่วขณะหนึ่งราวกับตรึงตรองอะไรบางอย่างอยู่ภายในใจ แต่ก็เพียงไม่นานเธอก็ถามย้ำกลับมาอีกครั้ง
“ค่ะ..พี่มีอะไรให้หนูช่วยไหมคะ”เฌอแตมพยักหน้าเบาๆพร้อมกับเอ่ยตอบเพียงสั้นๆ ก่อนท้ายประโยคจะใจดีหยิบยื่นความช่วยเหลือให้แก่พี่สาวพยาบาลอีกครั้ง เพราะถ้าหากเจ้าตัวไม่ต้องการ..เธอก็จะไปเตร็ดเตร่อยู่ในโรงอาหารหรูของโรงพยาบาลแห่งนี้แทน
“…เออ..งั้นช่วยพี่ขนเอกสารพวกนี้ไปตึกใหญ่หน่อยสิ”ยิ้มร่าอยู่กับความคิดได้ไม่นาน..เสียงพี่สาวพยาบาลตรงหน้าก็ยอมรับความช่วยเหลือจากเธอ เฌอแตมฉีกยิ้มกว้างผูกมิตรภาพ..ก่อนจะเดินเขาไปช่วยเก็บเอกสารบนพื้นอย่างกระตือรือร้น
พรึบพรับๆๆ
“แต่ว่า..น้องต้องเปลี่ยนชุดก่อนนะ..!”แต่แล้วเธอก็ต้องกระพริบตาพริบๆด้วยความงุนงงปนสงสัยไปกับคำพูดต่อมาของพี่สาวพยาบาล แต่เธอก็ไม่มีโอกาสได้เอ่ยปากถาม..เพราะความรีบเร่งของเจ้าหล่อนจึงทำให้เธอได้แต่เก็บงำความสงสัยเอาไว้และทำตามอย่างไม่มีปากมีเสียง
“…!!!”
