บทที่ 7 ตอนที่ 7 หนี้เลือด

ยิ่งดึกความเงียบสงัดที่กระจายตัวอยู่ภายในห้องยิ่งทำให้เฌอแตมคิดฟุ้งซ่านไปไกล ไฟที่เปิดสว่างไสวไม่อาจทำให้เธอจิตใจสงบลงได้เลย..และในความรู้สึกนี้ไม่ใช่ความกลัวที่มีต่อสิ่งไม่มีตัวตนแต่อย่างใด เพราะเธอไม่อาจลบภาพใบหน้าของเขาคนนั้นออกไปจากหัวได้เลย ริมฝีปากฝีปากบางขบเม้มจนกลายเป็นเส้นตรง หลังส่งข้อความบอกเหตุสุดวิสัยนี้กับมารดาเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว..เธอก็กลับมาคิดไม่ตก เมื่อภาพใบหน้าของคนที่เธอมอบเลือดให้กำลังรบกวนจิตใจจนนอนไม่หลับ แม้จะใช้วิธีนับแกะทั้งฝูงตามคำแนะนำของมารดา..มันก็ไม่สามารถทำให้เธอข่มตาหลับลงได้

“ให้ตายสิ!..พรุ่งนี้คงได้เป็นเพื่อนหมีแพนด้าแหงๆ”เสียงหวานแหบพล่าบ่นเบาๆเมื่อพอจะเดาสภาพตัวเองในวันพรุ่งนี้ได้ล่วงหน้า ฝ่ามือเล็กข้างที่ว่างยกขึ้นคลำบริเวณดวงตาที่ร้อนผ่าว ก่อนจะเลื่อนสายตามองไปยังถุงน้ำเกลือที่ยังคงเหลือครึ่งถุง การไหลทีละหยดของมันทำเธอหงุดหงิดจนอยากจะลุกขึ้นไปปรับให้มันไหลดั่งน้ำป่าไหลหลาก! แต่ก็ต้องกลับมาสงบจิตสงบใจเอาไว้..เพราะเธอคงไม่บ้าทำให้ร่างกายตัวเองแย่ไปกว่าที่เป็นอยู่นี้อย่างแน่นอน และเมื่อคิดได้ดังนั้นเธอก็สามารถกลับมาใจเย็นลงในระดับหนึ่ง พร้อมกันนั้นนาฬิกาที่แขวนอยู่บนฝาหนังก็เป็นสิ่งเดียวที่เธอพอจะควบคุมความฟุ้งซ่านของเธอได้ และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เธอนอนนับจังหวะการเดินของเข็มนาฬิกา..จวบจนกระทั่งเธอสามารถเข้าสู่ห้วงนิทราได้สำเร็จ

ติ้กๆๆๆๆ!!!

“อื้ออออ~~~”เสียงนาฬิกาที่ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทการรับรู้..ค่อยๆปลุกเฌอแตมตื่นจากการหลับใหล เปลือกตาทั้งสองข้างขยับยุกยิกก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นในเวลาต่อมาอย่างช้าๆ ซึ่งสิ่งแรกที่เธอโฟกัสจึงถุงน้ำเกลือที่แขวนอยู่บนเสา..พอเห็นว่ามันหมดเกลี้ยงแล้วเธอก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะตัดสินใจขยี้เปลือกตาเบาๆไล่ความง่วง..แล้วค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเลเล็กน้อย เมื่อเรี่ยวแรงทั้งหมดของเธอยังไม่กลับคืนร้อยเปอร์เซ็นต์

พรึบพรับๆๆ

“กลับไปนอนบ้านดีกว่า”หลังจากคิดทบทวนทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเองแล้ว..เธอก็ได้ข้อสรุปว่าควรจะพาตัวเองกลับไปตั้งหลักให้ที่ๆเธอคุ้นเคยและสบายใจ เสียงหวานพึมพำเบาๆก่อนจะตัดสินใจดึงเข็มน้ำเกลือบริเวณแขนออกอย่างเด็ดเดี๋ยว ใบหน้าหวานเหยเกหลังเห็นเลือดตัวเองซึมออกมาเล็กน้อย..แต่วินาทีนี้เธอไม่สนใจนอกจากพาตัวเองออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด!

หมับบบ!!! แต่เพียงปลายเท้าเล็กสัมผัสกับพื้น..โลกตรงหน้าของเธอก็เกิดการเอนเอียงไปมา เฌอแตมต้องรีบคว้าขอบเตียงพยุงร่างกายของตัวเองเอาไว้..ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อตั้งสติ แล้วค่อยๆลืมตาขึ้นหยิบโทรศัพท์หย่อนเก็บลงไปในกระเป๋าผ้า..สวมรองเท้าของตัวเองที่วางเป็นระเบียบอยู่มุมหนึ่งของห้อง ก่อนจะเปิดประตูพาตัวเองเดินออกไปอย่างไม่ลังเล..เพราะอยู่ที่นี่จิตใจเธอไม่สงบเลย!

ตึกๆๆๆๆ!!!

‘กูสั่งให้คนกลุ่มหนึ่งสะกดรอยตามพวกมันไปแล้ว’ และในขณะที่เธอเร่งหอบสังขารตัวเองเพื่อมุ่งหน้าไปยังลิฟต์ที่อยู่ปลายสุดของทางเดินอยู่นั้น พลันเสียงเคร่งเครียดของชายปริศนาก็ดังเข้ามาในโสตประสาทการรับรู้ หนังศีรษะของเธอชาวาบ..ก่อนจะรีบเปลี่ยนทิศทางเมื่อเสียงฝีเท้ามากกว่าหนึ่งกำลังเดินมุ่งหน้ามายังทิศทางที่เธออยู่

‘มึงแจ้งอาการนายกับคุณท่านรึยัง’บทสนทนาของทั้งสองยังคงดังเล็ดลอดให้เธอได้ยินเรื่อยๆ โดยเฉพาะประโยคคำพูดล่าสุดที่ทำให้ภาพใบหน้าของชายที่ได้รับเลือดจากเธอพลันแทรกเข้ามาในหัว สรรพนามที่เต็มไปด้วยความเคารพ..บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเขาคนนั้นคงจะยิ่งใหญ่ไม่ใช่น้อย เพราะไม่อย่างนั้นทุกคนคงไม่ทำทุกวิถีทาง..เพื่อแย่งเขาคืนมาจากเงื้อมมือของยมทูตหรอก!

‘ระหว่างนี้อย่าให้มีสิ่งมีชีวิตเล็ดลอดขึ้นมาบนชั้นนี้เด็ดขาด!’

อึกกกก!!!

“…!!!”สถานการณ์บีบบังคับให้เธอเป็นเด็กแอบฟังได้ไม่นาน..ก็ต้องผวาไปกับคำสั่งเด็ดขาดที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หัวใจดวงเล็กพลันร่วงไปอยู่ตาตุ่มเพราะพอจะเดาความหมายของคำสั่งได้ว่า..พวกเขาไม่ต้องการให้สิ่งมีชีวิตเพ่นพ่านในชั้นที่เธอเสร่ออยู่ผิดที่ผิดทางในตอนนี้ เลือดที่พึ่งฟื้นกลับคืนมาคล้ายกับถูกดูดออกจากร่างกายอีกครั้ง ใบหน้าหวานเริ่มเปลี่ยนเป็นซีดเผือก..ก่อนสมองส่วนหนึ่งที่ยังคงทำงาน จะเริ่มคิดหาวิธีเอาตัวรอดจากสายตาของกลุ่มคนพวกนั้นก่อนเป็นอันดับแรก!

“เอาวุ้ย!!!..หลบเข้าห้องนี้ก่อนแล้วกัน..!”กระวนกระวายจนเหงื่อแตกพลั่กๆ ก่อนสัญชาตญาณเอาตัวรอดจะรีบหาที่หลบ..จนกระทบสายตาของเธอไปสะดุดเข้ากับบานประตูห้องหนึ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล ริมฝีปากบางขบกัดอย่างคิดหนัก..ก่อนจะพึมพำบอกกับตัวเองแล้วใช้วิชาตัวเบาย่องเข้าไปหลบอยู่ภายในห้องดังกล่าวในทันที!

กึกกกกก!!!

“0…0..!!!”แต่ก็เหมือนกับหนีเสือปะจระเข้ยักษ์!..เพราะห้องที่เธอใช้สัญชาตญาณนำพา! ดันกลายเป็นห้องพักฟื้นของชายปริศนาที่พึ่งจะสูบเลือดจากเธอไปจนเกือบหมดตัว! เครื่องมือทางการแพทย์สุดล้ำสมัยตั้งอยู่รอบเตียง..คอยตรวจเช็คอุณหภูมิร่างกายและชีพจรให้ทำงานอย่างเป็นปกติ

ตึกตักๆๆๆ

และไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงทำให้เธอกล้าหาญที่จะขยับตัวเดินเข้าไปหาเขา หัวใจดวงเล็กภายใต้หน้าอกข้างซ้ายกระหน่ำเต้นแทบไม่เป็นจังหวะ ฝ่ามือเล็กทั้งสองข้างพลันชื้นแฉะเต็มไม่ด้วยเม็ดเหงื่อ..เพราะแม้ว่าเขาจะยังคงนอนหลับเป็นเจ้าชายนิทราอยู่บนเตียง แต่รังสีอำมหิตน่ากลัวที่แผ่กระจายออกมาจากตัวเขานั้น..กลับสามารถเขย่าขวัญของเธอให้กระเจิดกระเจิงอย่างง่ายดาย

“คุณ..ควรจะจำหนี้บุญคุณเลือดของหนูไว้นะคะ”ก่อนเธอจะใจกล้าย้ำเตือนบุญคุณหนี้เลือด..กับคนที่ยังคงนอนเป็นผักอยู่บนเตียงไม่ต่างจากคนใจร้าย ซึ่งอาจจะเพราะน้อยใจที่ทุกคนทำเหมือนชีวิตของเธอไม่มีค่าพอ ถึงได้รีดเลือดจากเธอจนเกือบหมดตัวเพียงเพื่อช่วยให้เขามีชีวิตรอดปลอดภัย และความน้อยใจนี้จึงทำให้เธออยากให้เขาจดจำบุญคุณหนี้เลือดนี้เอาไว้..แม้ว่าจะรู้ดีว่าเขาคงไม่มีทางได้ยินคำพูดของเธอก็ตาม

“หน้าตาก็ดีอยู่หรอก..แต่ถ้าหากให้อยู่ด้วยมีหวังคงไม่พ้นคืน”เธอใช้เวลาที่ซ่อนตัวจากกลุ่มคนข้างนอก..คิดวิเคราะห์ความน่ากลัวปริศนาของคนบนเตียงอย่างอรรถรส สายลมเย็นยะเยือกที่พัดผ่านร่างกายไปทำขนอ่อนลุกชัน..จนเฌอแตมต้องรีบยกมือขึ้นลูบบริเวณท้ายทอยรัวๆ ก่อนจะฝืนกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่..แล้วรวบรวมความกล้า ลอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงซีดเผือกอย่างกล้าๆกลัวๆ

พรึบบบ!!!

“…!!!”เสียงไร้ที่มาที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย..ทำเฌอแตมตกใจแทบกรีดร้องออกมา แต่ดีที่คุมสติได้และรีบใช้ฝ่ามือปิดริมฝีปากของตัวเองเอาไว้ได้ทันท่วงที ก่อนดวงตากลมตัวที่ออกอาการเลิ่กลัก จะเลื่อนมองไปยังใบหน้าของคนไข้บนเตียงด้วยสภาวะหัวใจที่เต้นไม่เป็นกระส่ำ

อึกกก!!!

“ยะ..อย่าล้อเล่นสิ..”น้ำลายอึกใหญ่ถูกกลืนลงลำคอระหงอย่างยากลำบาก ก่อนนาทีต่อมาเสียงหวานสั่นไหวจะพึมพำลอดผ่านไรฟันออกมาอย่างหวาดระแวง เมื่อความผิดปกติบางอย่างได้เกิดขึ้นกับร่างใหญ่ที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง มือที่เปลี่ยนตำแหน่งทำเอาหัวใจดวงเล็กแทบหยุดเต้น!..มือไม้ของเธอเริ่มสั่นระรัวก่อนเฌอแตมจะทำใจดีสู้เสือ ขยับตัวเข้าไปจัดระเบียบร่างกายของเขาให้อยู่ในท่าทางปกติ บรรยากาศที่เปลี่ยนไปจนรับรู้ได้นั้น..ทำเฌอแตมไม่อาจอยู่นิ่ง ตัดสินใจใส่เกียร์หมาถอยร่นออกไปจากห้องพักฟื้นของบุคคลปริศนาในทันที โดยที่ไม่ทันได้เห็นว่าปลายนิ้วประดุจอิสตรีของคนบนเตียง..กำลังตอบสนองขยับเบาๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป