บทที่ 8 ตอนที่ 8 นางสาว นันท์นพิน เตชิสา (เฌอแตม)
เช้าวันต่อมา
“เฌอ!..ลงมาทานข้าวเช้าได้แล้วลูก”หลังเตรียมมื้อเช้าอย่างง่ายๆเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉายสุดาก็ตะโกนเรียกบุตรสาวเพียงคนเดียวของเธอให้รีบลงมาทานมื้อเช้าก่อนที่เจ้าตัวจะออกไปทำหน้าที่ของตัวเอง แม้ว่าจะรู้สึกแปลกใจกับการที่จู่ๆบุตรสาวของเธอก็กลับบ้านกลางดึก ทั้งที่ช่วงหัวค่ำยังบอกเธอว่าจะค้างที่โรงพยาบาล..เพราะต้องรอร่างกายฟื้นฟูหลังจากการบริจาคเลือด แต่เวลานี้เธอจำต้องวางเรื่องนั้นเอาไว้ก่อน..เพราะบุตรสาวเพียงคนเดียวของเธอกำลังจะไปโรงพยาบาลในวันแรกสาย..!
ตึกๆๆๆ
สิ้นคำพูดนั้นเสียงฝีเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งลงบันไดบ้านไม้กึ่งปูนดังขึ้นถี่ๆ เพราะเจ้าตัวรู้ดีว่าหากผู้เป็นมารดาเอ่ยปากเรียกเป็นครั้งที่สอง..เธอก็คงจะได้รับสายตาเขียวปัดจากมารดากลับมา ฉะนั้นแล้วเฌอแตมจึงไม่เปิดโอกาสให้ท่านได้เรียกเป็นในครั้งที่สอง รีบคว้ากระเป๋าผ้าใบเก่ง..แล้วจ้ำเท้าโผล่หน้ามาให้มารดาเห็นอย่างรวดเร็ว
“นันท์นพิน เตชิสา มารายงานตัวแล้วค่ะคุณแม่ฉายสุดาคนสวย~~”มือบางยกขึ้นตะเบ๊ะบริเวณขมับบางไม่ต่างจากตำรวจ..พร้อมกับส่งเสียงทักทายผู้เป็นมารดาที่ยืนเท้าเอวรอดุเธออยู่บริเวณโถงเล็กของบ้าน โดยที่บนโต๊ะกินข้าวขนาดสี่คนมีมื้อเช้าง่ายๆของเธอวางอยู่อย่างเช่นทุกเช้า..นั่นเพราะมารดามักจะเขี้ยวเข็ญให้เธอทานมื้อเช้าก่อนออกไปเรียนอยู่เสมอ
“ปากหวานจริงๆ..รีบกินอะไรก่อน ไม่งั้นสมองจะทำงานช้านะลูก”คุณหมอประจำบ้านเร่งให้ลูกสาวตัวเองเติมสารอาหารให้แก่ร่างกาย พลางพยักพเยิดใบหน้าไปยังน้ำเตาหู้กับปาท่องโก๋ที่วางอยู่บนโต๊ะรอคนกิน ควันที่พวยพุ่งออกจากแก้วบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าอุณหภูมิคงจะร้อนไม่น้อย ซึ่งมารดานั้นรู้ใจเธอเป็นอย่างดีว่าเธอชอบน้ำเต้าหู้ร้อนๆกับปลาท่องโก๋กรอบๆเป็นมื้อเช้าที่สุด
“อิๆๆ..แม่ควรจะไปเป็นหมอแทนแม่ค้าส้มตำนะคะเนี่ย”น้ำย่อยในกระเพาะอาหารทำงานแทบจะทันที..ทำเฌอแตมไม่รอช้ารีบวางกระเป๋าลงบนชั้นวางของแล้วรีบเดินเข้าไปนั่งประจำที่ หยิบเอาปลาท่องโก๋ขึ้นมากัดกินคำแรกพร้อมกับกระเซ้าเย้าแหย่ผู้เป็นมารดาให้เป็นสีสันแก่ชีวิต เพราะหลังจากที่บิดาเสียชีวิตเธอกับมารดาก็อยู่กันเพียงสองคน..ฉะนั้นแล้วมารดาจึงเป็นทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับเธอ
“ไม่ต้องเถียง..รีบกินละ เดี๋ยวแม่จะจัดของใส่บาตรให้พ่อเราด้วย”ความซุกซนของเฌอแตมเปรียบเสมือนสีสันประจำบ้าน ฉายสุดาอดยิ้มขำไม่ได้ก่อนจะหันไปกำชับจอมยุ่งในรีบกินมื้อเช้าของตัวเอง..ในขณะที่มือยังคงจัดเตรียมของโปรดของสามีใส่ในตะกร้าเตรียมใส่บาตรไปให้ เพราะวันนี้เป็นวันที่ครอบครัวเสียเสาหลักไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ แม้ว่าเธอจะเสียใจกับการสูญเสียมากแค่ไหน แต่ก็ต้องรีบเข้มแข็ง..เพราะยังมีบุตรสาวที่เธอและสามีรักมากอยู่เป็นกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป
“อื้ออ..เฌอขอใส่บาตรด้วยค่ะ”เฌอแตมถึงกับหูผึ่ง..เมื่อรู้ว่าวันนี้คือวันทำบุญให้กับบิดาที่จากเธอไปตั้งแต่เด็กด้วยอุบัติเหตุ แก้วน้ำเต้าหู้ถูกวางลงบนโต๊ะก่อนเสียงใสจะรีบขอมารดาใส่บาตรให้กับบิดาด้วยคน
“งั้นก็รีบๆกิน..เดี๋ยวแม่จะออกไปรอพระหน้าบ้าน”ฉายสุดาถึงกับส่ายศีรษะอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ก่อนจะบอกให้บุตรสาวรีบกินมื้อเช้าของตัวเองให้หมด..แล้วจากนั้นค่อยตามออกไปหน้าบ้านที่ทุกเช้าจะมีพระเดินมาบิณฑบาตเป็นประจำ
“รับทราบคร้าาา~~”เฌอแตมตอบรับเสียงใส ก่อนจะตั้งอกตั้งใจกินมื้อเช้าของตัวเองอย่างเอร็ดอร่อยกว่าทุกครั้ง อาจเป็นเพราะว่าร่างกายที่สูญเสียเลือดต้องการสารอาหารเข้าไปหล่อเลี้ยงในส่วนที่สึกหรอก็เป็นได้..ถึงทำให้เธอเจริญอาหารเป็นถึงเพียงนี้!
‘สัพพีติโย วิวัชชันตุ, สัพพะโรโค วินัสสะตุ มา เต ภะวัตวันตะราโย, สุขี ทีฆายุโก ภวะ อภิวาทะนะสีลิสสะ นิจจัง, วุฑฒาปะจายิโน จัตตาโร ธัมมา วัฑฒันติ อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง ฯ’
เสียงพระสวดให้พรสามารถทำให้จิตใจที่วุ่นวายของเธอพลันสงบลงได้อย่างน่ามหัศจรรย์ เฌอแตมก้มกราบพระและรอจนกระทั่งพระและลูกวัดเดินจากไป..เธอกับมารดาจึงค่อยๆเงยหน้าขึ้น เฌอแตมใช้เวลาช่วงเช้าสูดอากาศแสนบริสุทธิ์เข้าปอด ก่อนจะหยิบแก้วน้ำที่พึ่งกรวดเสร็จนำไปยังกระถางต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆ และจังหวะที่เธอกำลังจะเทน้ำในแก้วลงไปนั้น..พลันใบหน้าของคนๆนั้นก็แทรกเข้ามาในหัว
ซ่าาาาา!!!
“อย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย~~”ไม่รู้อะไรดลจิตดลใจให้เธอแผ่เมตตาไปถึงเขาคนนั้น อาจเพราะสาเหตุที่ทำให้เธอจิตใจไม่สงบนิ่งล้วนมาจากเขาทั้งสิ้น..จึงทำให้สมองส่วนลึกสั่งการให้เธอทำแบบนี้ก็เป็นได้ เฌอแตมจัดการเทน้ำลงไปจนหมดทุกหยด..ก่อนจะขยับตัวลงขึ้นเก็บภาชนะทุกอย่างไปคืนให้มารดาที่ร้านส้มตำหน้าบ้าน
“เฌอไปโรงพยาบาลก่อนนะคะ”พอเห็นมารดาวุ่นอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบสำหรับเปิดร้านในช่วงสายๆ คนไม่อยากรบกวนการทำงานของมารดาก็ทำได้เพียงแค่ตะโกนบอกท่านอย่างกระชับรวบรัด พอท่านพยักหน้าให้นักศึกษาพยาบาลคนสวย..ก็เดินพรำเพลงตรงไปยังมอเตอร์ไซค์คันสีชมพูของเธออย่างอารมณ์ดีขึ้นเป็นกอง
กึกกก!!!
แต่เพลิดเพลินกับความโล่งสมองได้ไม่นาน..ดวงตากลมโตดั่งตุ๊กตากระเบื้องก็เคลื่อนไปสะดุดเสื้อกาวน์ที่แขวนอยู่บริเวณตู้หนังสือข้างโทรทัศน์เข้า คราวนี้หนังศีรษะของเธอถึงกับเย็นวาบเมื่อใบหน้าดุๆของเจ้าของเสื้อกาวน์เด้งขึ้นมาในหัว..ผนวกกับคำพูดดุๆของเขาอีก
‘…ซักให้สะอาด..เพราะฉันไม่ชอบสกปรก’
“ให้ตายสิ!…เกือบลืมเรื่องสำคัญไปได้ยันเฌอเอ๋ยยยย!!!”ไม่รอช้าเฌอแตมรีบพุ่งตรงเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว..พร้อมกับบ่นถึงความสะเพร่าของตัวเองที่เกือบลืมเรื่องสำคัญไปเสียสนิท เสื้อกาวน์แพทย์ที่ซักและรีดจนเหมือนใหม่ถูกพับอย่างเป็นระเบียบเก็บลงถุงกระดาษที่เตรียมไว้ จากนั้นก็ไม่รอช้ารีบหมุนตัวกลับไปสวมรองเท้าเพื่อเดินทางไปโรงพยาบาลสุดหรู..ที่นับจากนี้เป็นต้นไปนี่นั้นจะเป็นที่เรียนรู้ชั่วคราวของเธอ
บรืนนนนนน~~~
เวลาต่อมา
กึกกก!!! ใช้เวลาในการเดินทางจากบ้านมายังโรงพยาบาลไม่นานเท่าไหร่ เพราะโชคดีที่บ้านเล็กๆแสนอบอุ่นของเธอซุกซ่อนตัวอยู่ในชุมชนใกล้เมืองหลวง แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นแต่สภาพการเป็นอยู่ในหมู่บ้าน..กับที่แห่งนี้ก็ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่เธอก็ไม่คิดจะสนใจสิ่งภายนอก..เพราะที่ๆเธอเติบโตมาล้วนเต็มไปด้วยความสุขแม้สภาพแวดล้อมจะไม่ค่อยเอื้อก็ตาม
ติ้งงง~~
และจังหวะที่เธอดับยานพาหนะคันโปรดของตัวเองลงนั้น..พลันเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าก็ดังขึ้น ทำให้เธอต้องเจียดเวลาเพียงน้อยนิดเพื่อหยิบเจ้าโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านข้อความ เพราะกลัวจะเป็นข้อความสำคัญที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของเธอและครอบครัว
-ปันปัน
[เจ้าของครีมส่งผลิตภัณฑ์ล่าสุดมาแล้ว..ว่างๆแกถ่ายรีวิวได้เลยนร้า รอบนี้พี่เขาขอให้แกพากย์เสียงลงไปในคลิปด้วย] ไม่เกินความคาดเดาเลยสักนิด..หลังเธอได้อ่านข้อความจากเพื่อนสนิทที่สถาปนาตัวเองเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเธอ และทำการแสกนรับงานให้เธอแทบทุกครั้ง..ซึ่งครั้งนี้ก็คงจะเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่เธอเคยร่วมงานด้วยนั่นเอง
-เฌอแตม
[รับทราบค่ะ]เฌอแตมส่ายศีรษะเบาๆ..ก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบกลับผู้จัดการส่วนตัวไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋าผ้า..และไม่ลืมที่จะหยิบถุงเสื้อกาวน์รุ่นพี่นักรบ ติดมือออกจากลานจอดรถสำหรับบุคลากรของโรงพยาบาลไปด้วย เพราะช่วงเย็นของวันนี้เธอตั้งใจที่จะขับรถไปยังมหาลัยเพื่อนำเสื้อกาวน์ไปส่งคืนเขา
กึกกก!!!
แต่เดินเข้ามาในตัวอาคารได้เพียงไม่กี่ก้าว..ปลายเท้าเล็กของเธอก็พลันหนักอึ้งราวกับถูกหินมัดถ่วงเอาไว้ ชายฉกรรจ์ชุดดำร่างใหญ่กลุ่มหนึ่ง..ที่กำลังเดินมายังทิศทางที่เธอยืนอยู่ทำเฌอแตมเกิดอาการเลิ่กลัก ก่อนจะพยายามบังคับร่างกายที่แข็งเป็นหินหลีกทางให้กับพวกเขา! แต่นอกจากมันจะยากเย็นแสนเข็ญแล้ว..ระบบการทำงานของร่างกายเธอก็เกิดทำงานผิดปกติขึ้นมาฉับพลัน ทำให้เธอไม่อาจควบคุมขาทั้งสองข้างได้..จึงทำให้ร่างกายซวนเซก่อนจะทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดไปข้างหน้าตามแรงโน้มถ่วงของโลก
พรึบบบบ!!!
“….!!”เฌอแตมทำได้เพียงหลับตาปี๋ไม่กล้าร้องขอความช่วยเหลือจากใคร ภายในใจได้แต่ภาวนาของให้เธอได้รับบาดแผลน้อยที่สุด แต่นับเลขจนเกือบถึงร้อยความเจ็บก็ยังไม่เกิดขึ้นกับร่างกายสักที..นั่นจึงทำให้เธอค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างกล้าๆกลัวๆ
อึกกก!!!
“0…!!!”แต่ก็เหมือนเธอได้ตายแล้วพบกับยมราชชุดดำ!..เมื่อกลุ่มคนที่เธอผวากลัวจนหน้ามืด ก็คือคนที่ช่วยไม่ให้เธอหน้าทิ่มพื้น!!!
