บทที่ 9 ตอนที่ 9 ฟื้นจากความตาย

“เด็กนั้นเห็นมึงเป็นผีหน้าเละว่ะได้ห่าแคสเปอร์..น่าสงสารชะมัด!”ลูอิสได้โอกาสเปิดฉากล้อเลียนคู่หูหลังจำภาพสีหน้าและท่าทางของเด็กผู้หญิงก่อนหน้าได้ติดตา ใบหน้าที่ซีดเผือกราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆทำลูอิสขำน้ำตาเล็ด ก่อนจะถูกแคสเปอร์ประเคนฝ่าเท้าให้อย่างหมันไส้กับความสนุกสนานบนความหงุดหงิดไม่สบอารมณ์ของเขา เพราะยัยเด็กนั้นทำเขาหมดความมั่นใจในความหล่อของตัวเองไปกว่าครึ่ง นี่ถ้าหากไม่รีบไปดูอาการผู้เป็นนายละก็!..เขาจะคิดบัญชีกับยัยเด็กผู้หญิงไม่รู้จักบุญคุณคนนั้นให้หายโมโห!

“ปากมากจริงๆเลยมึง!”ไม่อยากเสียงเวลาต่อความยาวสาวความยืดกับมันให้หงุดหงิดไปมากกว่านี้ แคสเปอร์จึงทำได้เพียงแค่เก็บความแค้นนี้เอาไว้ในอก..พร้อมกับกัดฟันปรามไอ้คนปากดีทิ้งท้าย ก่อนจะเร่งสับขาเดินเข้าไปในตึกใหญ่สำหรับห้าตระกูลพันธมิตรเท่านั้น

ตึกๆๆๆๆ

“ฮ่าๆๆๆ…รับไม่ได้แล้วรีบเดินหนีเลยนะไห้ห่าแคสเปอร์ รู้งี้กูน่าจะเก็บภาพเด็ดๆเมื่อกี้ไว้ให้นายดูด้วยดีกว่า..รับประกันนายจะต้องหัวเราะจนลืมเจ็บแน่นอน”ยิ่งได้เห็นเพื่อนรักเพื่อนตายเก็บอาการอับอายไม่อยู่..คนได้โอกาสซ้ำเต็มเพื่อนก็ไม่รอช้าที่จะแกล้งตอกย้ำความจริงอย่างชอบอกชอบใจ และแน่นอนว่าเขาจะเก็บเหตุการณ์ในวันนี้ไว้ไปแกล้งมันในวันข้างหน้าอีกเรื่อยๆ..หรือไม่ก็จนลูกของมันบวชนั่นแหละ

“=*=ขืนพูดอีกคำเดียวกูกระทืบมึงจมฝ่าบาทาแน่ไอ้ห่าลูอิส..!!”คนหงุดหงิดตั้งแต่เช้าถึงกับกรอกตามองบนอย่างเอือมระอา ก่อนจะกัดฟันพูดกับไอ้เพื่อนตัวแสบอีกครั้ง..พร้อมกับเอื้อมมือไปกดชั้นจุดหมายปลายทางเป็นการปิดจบบทสนทนาอย่างอ้อมๆ แม้จะเห็นว่าลูอิสยังคงสนุกสนานอยู่บนความหงุดหงิดของเขาจนหน้าแจกลูกเตะให้มันอีกสักทีสองที..แต่เขาก็ต้องอดทนเพราะวันพระไม่ได้มีหนเดียว!

ติ้งงงง!!!

และก่อนที่ความอดทนของแคสเปอร์จะหมดลงไปจริงๆนั้น..พลันเสียงสัญญาณลิฟต์ก็ดังขึ้น ทำแคสเปอร์ถึงกับกระแทกลมหายใจออกระบายความหงุดหงิด..ก่อนจะตวัดปลายเท้าก้าวเดินออกไปจากลิฟต์ก่อนเป็นคนแรก และพยายามไม่สนใจกับไอ้เพื่อนตัวดีที่มันกำลังยั่วโทสะของเขาไม่ยอมหยุด!

“รุ่นพี่”เสียงบอดี้การ์ดรุ่นน้องที่ทำหน้าที่คุ้มกันบริเวณชั้นพักฟื้นของผู้เป็นนายเหนือหัวส่งเสียงทักทาย ดึงความสนใจของแคสเปอร์กับลูอิสให้เดินเข้าไปหารุ่นน้องที่ปั้นมากับมือ..จนได้ขึ้นเป็นบอดี้การ์ดจอมฉมัง ความเก่งกาจที่ไม่เป็นสองรองใครสามารถทำงานให้ผู้เป็นนายสำเร็จเพียงในระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น

“นายเป็นยังไงบ้าง”แคสเปอร์เดินเข้าไปวางมือลงบนไหล่ของรุ่นลูก..พร้อมกับเอ่ยถามถึงอาการของผู้เป็นนายเป็นอันดับแรก นั่นเพราะเขากับไอ้คู่หูคู่ประสาทแดกต้องไปทำธุระแทนผู้เป็นนาย..และจัดการปิดข่าวเกี่ยวกับเรื่องถูกลอบทำร้ายให้มิด เพราะไม่อย่างนั้นพวกศัตรูมากมายคงได้ฉวยโอกาสช่วงที่นายบาดเจ็บลอบโจมตีอย่างแน่นอน ฉะนั้นแล้วทุกอย่างจะต้องดำเนินไปอย่างเป็นปกติ..ไม่มีใครรู้ว่าประมุขใหญ่แห่งตระกูลคราวน์คนปัจจุบันกำลังนอนเป็นผักอยู่ในโรงพยาบาล

“ตอบสนองแล้วครับรุ่นพี่..ร่างกายนายฟื้นตัวไวจนน่าตกใจ”ไม่รอช้าบอดี้การ์ดรุ่นน้องคนสนิทรีบรายงานข่าวดีให้กับทั้งสองทราบอย่างดีใจ แต่ท้ายประโยคนั้นก็ไม่วายที่จะพรั่งพรูความในใจของตัวเองออกไป..เพราะคำพูดจากปากหมอ ทำเอาเขาถึงกับตกตะลึงไปกับการฟื้นตัวของผู้เป็นนายที่ไวกว่าคนปกติทั่วไป

“ทำไมวะ?”คราวนี้เป็นลูอิส..ที่อดไม่ได้สืบเท้าเดินเข้ามากอดอกเลิกคิ้วเค้นถามรุ่นน้องบ้าง เพราะใบหน้าของมันตอนนี้เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม และยังคงหลงเหลืออาการตกตะลึง..ราวกับคนเห็นซาตานบนโลกมนุษย์ยังไงอย่างงั้น

“เสียเลือดขนาดนั้น..เป็นผมคงไม่มีลมหายใจอยู่บนโลกนี้แล้วละรุ่นพี่”รุ่นน้องที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมาหลายปี..ยอมพรั่งพรูความเหลือเชื่อที่เก็บไว้ในใจให้กับรุ่นพี่ที่เคารพได้ฟังอย่างหมดเปลือก

“หึๆ..ขืนจบไว..มีหวังนักอ่านได้รุมสกรัมคนเขียนนะสิวะ!”คำพูดแสนไร้เดียงสาของรุ่นน้องทำเอาแคสเปอร์ถึงกับหลุดขำพรืดออกมา ก่อนจะส่ายศีรษะเบาๆพร้อมกับโน้มใบหน้าลงไปฝากฝังคำพูดปริศนาทิ้งท้าย แล้วตบบ่ากำลังใจ..ก่อนจะตวัดขาเดินผ่านบอดี้การ์ดรุ่นน้องไปยังบานประตูห้องพักฟื้นของผู้เป็นนายทีนที

ตึกๆๆๆ

“หืม..หมายความว่ายังไงครับ?”คนไม่เข้าใจความหมายของคำพูดแปลกประหลาดของรุ่นพี่ เริ่มขมวดคิ้วเป็นปมยุ่งเหยิง..พร้อมกับยิงคำถามกลับไปในเวลาไล่เลี่ยกัน และไม่ใช่แค่รุ่นน้องคนนี้เท่านั้นที่ยังคงสงสัย..เพราะบอดี้การ์ดที่ยืนทำหน้าที่อยู่บริเวณดังกล่าว ต่างก็หูผึ่งรอฟังคำอธิบายของรุ่นพี่ไม่ต่างกัน

“รู้แค่นั้นพอ..รีบไปหาอะไรกินซะ”แต่นอกจากแคสเปอร์จะทิ้งระเบิดไว้กับคนข้างหลังแล้ว..มันยังไม่สนใจที่จะขยายใจความคำพูดของมันเลยสักนิด นอกจากสะบัดตูดเปิดประตูเดินหนีเข้าไปในห้องพักฟื้น..ทิ้งให้ลูอิสต้องตามเก็บกวาดปัญหาที่มันทิ้งไว้ ด้วยการหันไปบอกให้รุ่นน้องและคนอื่นๆเลิกสนใจคำพูดไร้สาระของไอ้เพื่อนตัวแสบ

“คะ..ครับรุ่นพี่”แม้จะยังมีความสงสัยซ่อนอยู่ก็ตาม..แต่เมื่อรุ่นพี่พูดออกมาแบบนั้นรุ่นน้องอย่างพวกเขาก็ทำได้เพียงเออออตาม ก่อนจะกระพริบตาปริบๆยื่นงงงวยมองตามแผ่นหลังรุ่นพี่ลูอิส..จนกระทั่งหายลับเข้าไปในห้องพักฟื้นของผู้เป็นนายเหนือหัว

ติ้ดๆๆๆ!!!

เสียงเครื่องมือทางการแพทย์ที่ตั้งเรียงรายอยู่รอบๆเตียงดังขึ้นเบาๆ ปลุกคนที่นอนหลับใหลเพราะฤทธิ์ยาให้ค่อยๆตื่นจากห้วงความฝัน..ที่มีเสียงปริศนาของใครบางคนพยายามพูดบางสิ่งบางอย่างกับเขาในช่วงเวลากึ่งหลับกึ่งตื่น เปลือกตาทั้งสองข้างขยับเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆเคลื่อนเปิดขึ้นอย่างช้าๆ..และใช้เวลาครู่หนึ่งให้สายตาปรับรับกับแสงไฟที่เปิดสว่างจ้าทั่วห้อง และทันทีที่อัชเชอร์คืนสติกลับมาได้ก็เริ่มกวาดสายตามองไปรอบๆห้อง..พร้อมกับที่สมองเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆที่ตัวเองกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้

“สัสเอ้ย..!!”เสียงสบถด่าคำแรกดังขึ้นหลังจากผ่านพ้นความตายมาหมาดๆ ปลายลิ้นร้อนดุนดันเข้ากับกระพุ้งแก้มสากอย่างเป็นจังหวะ..บ่งบอกถึงความหงุดหงิดในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี ดวงตาคมกริบหลุบมองสายระโยงระยางตามร่างกายแสนเพอร์เฟสของตัวเองอย่างเบื่อหน่าย..เพราะเขานั้นไม่ชอบเห็นตัวเองตกอยู่ในสภาพอนาถาแบบนี้!

กึกกกก!!!

แต่ในจังหวะที่สายลมปริศนาพัดผ่านใบหน้าไปนั้นเอง..มือที่กำลังจะทำการปลดสายน้ำเกลือออกเป็นต้องชะงักค้างกลางอากาศฉับพลัน คิ้วเข้มที่พาดเฉียงอยู่เหนือดวงตาประดุจพญาเหยี่ยวขมวดเข้าหากัน หลังจมูกโด่งเป็นสันฉบับสายเลือดตะวันได้รับกลิ่นปริศนาที่แสนคุ้น และมันฝังอยู่บริเวณปลายจมูกของอัชเชอร์จนไม่อาจสลัดมันออกไปได้..บวกกับเสียงที่ยังคงดังก้องอยู่ภายในโสตประสาท มันทำให้อัชเชอร์ที่เกลียดความคลุมเครือถึงกับกรอกตามองบนอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ก็ยังไม่ทันได้จัดการอะไรกับสิ่งที่ตัวเองกำลังเป็น..พลันเสียงเปิดประตูก็ต้องขึ้นขัดจังหวะทำให้อัชเชอร์ต้องวางความวุ่นวายในหัวลง แล้วกระแทกลมหายใจออกอย่างเบื่อหน่าย…หลังตื่นมาก็เห็นไอ้สองหน่อเดินเบ๊ะปากทำน้ำตาไหลเข้ามาหาเขา

*

ตึกๆๆๆๆ

“T^Tนายยยย~~~/T^Tนายยยย~~~”บอดี้การ์ดที่ติดตามอัชเชอร์มาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยพร้อมใจกันประสานเสียงเรียกอัชเชอร์อย่างดีอกดีใจ ความโหดเหี้ยมฆ่าคนเป็นผักปลาถูกทิ้งไว้บนหิ้งชั่วคราว..เพราะแศสเปอร์กับลูอิสนั้นผูกพันกับครอบครัวตระกูลคราวน์และอัชเชอร์เป็นอย่างมาก ฉะนั้นแล้วการที่เห็นผู้เป็นนายได้รับอันตรายจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด..พวกเขาทั้งสองก็รู้สึกเสมือนตายทั้งเป็น..!

“=*=หุบปากไปซะ..!!”

กึกกกก!!!

“…!!”/“…!!” แต่ดูเหมือนความเป็นห่วงของพวกเขาจะไม่ได้รับความยินดีจากคนบนเตียงสักเท่าไหร่ เพราะประโยคแรกหลังจากที่อัชเชอร์ฟื้นจากความตาย..ก็ทักทายพวกเขาได้สนิทสนมเมื่อเดิมทุกอย่าง ‘ให้ตายเหอะ!..ตายยากชะมัด!’

บทก่อนหน้า
บทถัดไป