บทที่ 10 เงื่อนไขของเก้าหาง
ฝนตกกระทบหลังคาเรือนสมุนไพรดังต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงบ่าย
ไป๋หลิงนั่งเท้าคางอยู่ริมหน้าต่าง มองหยดน้ำที่ไหลเป็นทางลงมาตามชายคาอย่างเหม่อลอย
บนโต๊ะด้านหน้า มีสมุนไพรหลายชนิดวางเรียงกัน
แต่ตั้งแต่ครึ่งชั่วยามก่อน นางยังไม่ได้แตะต้องมันแม้แต่ชิ้นเดียว
“เจ้าจ้องสมุนไพรจนมันจะงอกกลับเข้าไปในดินแล้ว”
เสียงหลี่เทียนเซียวดังขึ้น
ไป๋หลิงหันกลับไปมอง
“ข้ากำลังคิด”
“ข้ารู้”
“คิดเรื่องสำคัญ”
“ข้าก็รู้”
“แล้วเจ้าจะพูดทำไม?”
เทียนเซียววางตะกร้าสมุนไพรลงบนโต๊ะ
“เพราะถ้าปล่อยให้เจ้าคิดต่ออีกหน่อย ข้ากลัวเจ้าจะนั่งจนรากงอก”
ไป๋หลิงขมวดคิ้ว
“เจ้าชอบล้อข้า”
“ช่วงนี้เจ้ารู้ทันข้าเร็วขึ้น”
“ข้าอยู่กับเจ้ามาหลายวันแล้ว”
“หลายวัน?”
“ก็...หลายวัน”
เทียนเซียวเลิกคิ้ว
“ข้านึกว่าเจ้าบอกว่าหนึ่งพันปี”
“ข้าหมายถึงช่วงที่อยู่ที่นี่!”
“อ้อ”
“อย่าทำเสียงแบบนั้น”
“เสียงแบบไหน?”
“เสียงเหมือนกำลังแกล้งข้า”
“ข้าไม่ได้แกล้ง”
“โกหก”
เทียนเซียวหัวเราะแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม
เขาหยิบสมุนไพรขึ้นมาตรวจทีละต้น
“ยังคิดเรื่องสำนักปราบมารอยู่หรือ?”
รอยยิ้มบนใบหน้าของไป๋หลิงหายไปทันที
“อืม”
“กลัว?”
“ไม่เชิง”
“กังวล?”
“มากกว่า”
“เรื่องอะไร?”
“ทุกอย่าง”
เทียนเซียววางสมุนไพรลง
“พูดมา”
ไป๋หลิงมองเขา
“เจ้าจะฟังจริงหรือ?”
“ข้าเคยไม่ฟังเจ้าหรือ?”
“หลายครั้ง”
“ยกตัวอย่าง”
“ตอนข้าบอกว่าไม่อยากกินข้าว”
“ข้าฟัง”
“แต่เจ้าก็ยังทำ”
“นั่นเรียกว่าฟังแล้วไม่ทำตาม”
“ก็เหมือนกัน”
“ไม่เหมือน”
“เหมือน”
“ไม่เหมือน”
“เหมือน!”
“เจ้าชนะ”
ไป๋หลิงยิ้มออกมาเล็กน้อย
“เจ้ารู้ไหมว่าเจ้าชอบยอมข้าเวลาเถียง”
“เพราะเถียงกับเจ้าไม่คุ้ม”
“หมายความว่าข้าน่ารำคาญ?”
“ข้าจะพูดแบบนั้นได้หรือ?”
“ไม่ได้”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่พูด”
ทั้งคู่สบตากัน
ความเงียบสั้น ๆ เกิดขึ้น
ไป๋หลิงเป็นฝ่ายหลบสายตาก่อน
“ข้ากลัวว่าคนในหมู่บ้านจะได้รับอันตราย”
“ข้ารู้”
“ถ้าสำนักปราบมารส่งคนมา พวกเขาอาจไม่สนใจว่าใครเป็นใคร”
“ข้าจะไปคุยกับหัวหน้าหมู่บ้าน”
“แล้วจะบอกว่าอย่างไร?”
“ให้ทุกคนระวังตัว”
“แค่นั้น?”
“แล้วจะให้ข้าทำอย่างไร? ไปประกาศกลางหมู่บ้านว่า ‘มีจิ้งจอกเก้าหางอยู่ในบ้านข้า ทุกคนเตรียมตัวหนี’ หรือ?”
ไป๋หลิงหลุดหัวเราะ
“ถ้าเจ้าทำจริง ข้าจะเป็นคนแรกที่หนี”
“เห็นไหม”
“อะไร?”
“เจ้าก็กลัว”
“ข้าไม่ได้กลัว”
“เมื่อครู่บอกว่ากลัว”
“ข้ากลัวคนอื่นจะเจ็บ”
เทียนเซียวมองนางนิ่ง ๆ
“แล้วตัวเจ้าเองล่ะ?”
“ข้า?”
“เจ้าไม่กลัวว่าจะเจ็บหรือ?”
ไป๋หลิงนิ่ง
“ข้าอยู่มาพันปี”
“นั่นไม่ใช่คำตอบ”
“ข้าเคยเจ็บมากกว่านี้”
“แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนเดิม”
“ต่างอย่างไร?”
“ครั้งนี้มีข้าอยู่ด้วย”
ไป๋หลิงมองเขา
เทียนเซียวพูดต่ออย่างเรียบง่าย
“ถ้าเจ้าเจ็บ ข้าจะเจ็บไปด้วย”
นางก้มหน้าลง
“เจ้าพูดแบบนี้อีกแล้ว”
“แบบไหน?”
“พูดอะไรที่ทำให้ข้าไม่รู้จะตอบอย่างไร”
“ไม่ต้องตอบก็ได้”
“แต่ข้าอยากตอบ”
“ถ้าอย่างนั้นก็พูด”
ไป๋หลิงสูดลมหายใจเข้า
“ข้าจะพยายามไม่ทำให้เจ้าเจ็บ”
“แค่พยายาม?”
“ข้ารับปากไม่ได้”
“เพราะอะไร?”
“เพราะข้าไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
“นั่นแหละที่ข้าต้องการให้เจ้ารู้”
เทียนเซียวลุกขึ้น
เขาเดินไปหยิบหนังสือเก่าเล่มหนึ่งจากชั้นไม้
หนังสือถูกห่อด้วยผ้าสีเข้ม
ไป๋หลิงมองอย่างสงสัย
“นั่นอะไร?”
“ตำราเก่า”
“เกี่ยวกับอะไร?”
“ปีศาจ”
สีหน้าของนางเปลี่ยนทันที
“เจ้าอ่านเรื่องของปีศาจ?”
“ตั้งแต่เด็ก”
“ทำไม?”
เทียนเซียวไม่ตอบในทันที
เขาวางหนังสือลงบนโต๊ะ
“เพราะครอบครัวข้าเคยมีเรื่องกับปีศาจ”
ไป๋หลิงนิ่งไป
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพูดเรื่องนี้ตรง ๆ
“เรื่องที่เจ้าเคยบอกข้า?”
“อืม”
“เจ้าสูญเสียคนในครอบครัวเพราะปีศาจ?”
เทียนเซียวพยักหน้า
“ใช่”
“แล้วเจ้ากลับช่วยข้า?”
“ตอนนั้นข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นปีศาจ”
“ถ้ารู้ตั้งแต่แรก?”
เขาเงียบ
ไป๋หลิงไม่เร่ง
สุดท้ายเทียนเซียวตอบ
“ข้าก็คงช่วย”
นางเงยหน้าขึ้น
“ทำไม?”
“เพราะเจ้าบาดเจ็บ”
“แต่ข้าเป็นปีศาจ”
“การเป็นปีศาจไม่ได้ทำให้แผลหายเอง”
“เจ้านี่...”
“อะไร?”
“ข้าไม่รู้จะพูดอย่างไร”
“ไม่ต้องพูดก็ได้”
ไป๋หลิงยื่นมือไปแตะหนังสือ
“ขอดูได้ไหม?”
เทียนเซียวพยักหน้า
นางเปิดหน้ากระดาษทีละหน้า
ตัวหนังสือเกี่ยวกับปีศาจหลายชนิด
จิ้งจอกดำ
งูเกล็ดทอง
เสือเงา
วิญญาณต้นไม้
และสุดท้าย...
หน้าหนึ่งมีภาพจิ้งจอกเก้าหาง
ไป๋หลิงหยุดมือ
“ข้อมูลผิด”
“ตรงไหน?”
“จิ้งจอกเก้าหางไม่ได้ชอบกินหัวใจมนุษย์”
“ในนี้เขียนว่าเป็นปีศาจที่ใช้เสน่ห์หลอกมนุษย์”
“ไม่ใช่ทุกตน”
“แล้วเจ้า?”
“ข้าไม่เคยหลอกใครเรื่องความรัก”
“แน่ใจ?”
“แน่ใจ”
“แล้วเรื่องอื่น?”
ไป๋หลิงทำหน้าบึ้ง
“เจ้ากำลังสอบสวนข้าหรือ?”
“แค่ถาม”
“ข้าก็เคยหลอกมนุษย์เรื่องเล็ก ๆ”
“เช่น?”
“เคยบอกว่าตัวเองเป็นแมว”
เทียนเซียวมองนาง
“ทำไม?”
“เพราะตอนนั้นมนุษย์คนหนึ่งถามว่าข้าเป็นสัตว์อะไร”
“แล้วเขาเชื่อ?”
“เชื่อ”
“มนุษย์คนนั้นคงไม่ฉลาด”
“ข้าก็คิดแบบนั้น”
เทียนเซียวส่ายหน้า
“เจ้านี่จริง ๆ”
ไป๋หลิงหัวเราะ
แต่เมื่อเปิดไปอีกหน้า สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป
มีข้อความเกี่ยวกับจิ้งจอกเก้าหาง
“เมื่อบรรลุเก้าหาง จะสามารถเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์ และอาจเข้าสู่เส้นทางเซียน”
เทียนเซียวมองนาง
“จริงหรือ?”
“อืม”
“เจ้าใกล้เป็นเซียนแล้ว?”
“ใกล้”
“ต้องทำอย่างไร?”
ไป๋หลิงนิ่ง
“ข้าไม่รู้ทั้งหมด”
“ไม่รู้?”
“การบรรลุเซียนของแต่ละตนไม่เหมือนกัน”
“แล้วของเจ้า?”
“ข้าต้องผ่านบททดสอบสุดท้าย”
“อะไร?”
นางปิดหนังสือ
“หัวใจมนุษย์”
เทียนเซียวขมวดคิ้ว
“หมายความว่า?”
“ข้าไม่รู้”
“เจ้าต้องเข้าใจความรู้สึกของมนุษย์?”
“อาจจะ”
“แล้วตอนนี้?”
“ข้ากำลังเรียนรู้”
“จากใคร?”
ไป๋หลิงมองเขา
“เจ้า”
เทียนเซียวเงียบ
“ข้าหรือ?”
“อืม”
“ข้าไม่ได้เก่งเรื่องนี้เลย”
“แต่ข้าอยู่กับเจ้าแล้วรู้สึกหลายอย่าง”
“เช่น?”
ไป๋หลิงนับนิ้ว
“ห่วง”
“อืม”
“ดีใจ”
“อืม”
“โกรธ”
“อันนี้ข้ารู้”
“เขิน”
เทียนเซียวหยุดชะงัก
“อันนี้ข้าก็รู้”
“แล้วก็...”
นางลังเล
“ไม่อยากให้เจ้าอยู่ไกล”
เทียนเซียวไม่พูดอะไร
“นี่เรียกว่าความรักหรือ?”
ชายหนุ่มมองนางอยู่นาน
“ข้าไม่รู้”
ไป๋หลิงถอนหายใจ
“เจ้าพูดคำนี้บ่อยมาก”
“เพราะข้าไม่อยากโกหกเจ้า”
“แล้วถ้าเป็นความรักจริง ๆ ล่ะ?”
“เราก็ค่อยรู้ไปพร้อมกัน”
นางยิ้มบาง ๆ
“ตกลง”
เสียงฝีเท้าดังมาจากหน้าบ้าน
เทียนเซียวลุกขึ้นทันที
“ใคร?”
ไม่มีคำตอบ
ไป๋หลิงหลับตา
“ไม่ใช่มนุษย์”
“ปีศาจ?”
“ไม่”
นางลืมตา
“คนที่ข้ารู้จัก”
ประตูเปิดออก
ร่างสูงในชุดสีเข้มก้าวเข้ามา
“พวกเจ้าสองคนคุยกันสบายใจดีนะ”
ไป๋หลิงถอนหายใจ
“เซียวอวิ๋นเหอ”
“ดีใจที่เจ้ายังจำข้าได้”
“ข้าจำคนที่เกือบจะเอาดาบจ่อคอข้าได้เสมอ”
อวิ๋นเหอยิ้มบาง ๆ
“ข้าไม่ได้เกือบ ข้าตั้งใจ”
เทียนเซียวขยับมายืนข้างไป๋หลิง
“เจ้ามาที่นี่ทำไม?”
“มาบอกข่าว”
“ข่าวอะไร?”
อวิ๋นเหอมองทั้งคู่
“สำนักปราบมารกำลังเคลื่อนไหว”
ไป๋หลิงถามทันที
“พวกเขาจะมาเมื่อไร?”
“เร็วที่สุด”
“สามวัน?”
“อาจเร็วกว่านั้น”
เทียนเซียวขมวดคิ้ว
“เจ้าได้ยินอะไรมา?”
“มีคำสั่งใหม่”
“คำสั่งอะไร?”
อวิ๋นเหอเงียบไปครู่หนึ่ง
“จับเป็น”
ไป๋หลิงชะงัก
“จับเป็น?”
“ใช่”
“ทำไม?”
“เพราะพวกเขาต้องการบางอย่างจากเจ้า”
“อะไร?”
อวิ๋นเหอมองไปยังเก้าหางที่ปรากฏเพียงชั่วครู่จากด้านหลังของไป๋หลิง ก่อนหายกลับไป
“พลังของเจ้า”
เทียนเซียวถาม
“เอาไปทำอะไร?”
“ข้าไม่รู้”
“เจ้าไม่รู้?”
“ถ้าข้ารู้ ข้าคงไม่มาถามพวกเจ้าว่ารู้หรือไม่”
ไป๋หลิงขมวดคิ้ว
“หมายความว่าอย่างไร?”
“มีคนกำลังตามหาเก้าหางมานานหลายสิบปี”
“ใคร?”
“ไม่มีใครรู้ชื่อ”
“แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าพวกเขาตามหาข้า?”
“เพราะทุกครั้งที่จิ้งจอกเก้าหางปรากฏตัว สำนักจะได้รับคำสั่งให้ตามหา”
“แล้วทำไมตอนนี้ถึงจับเป็น?”
อวิ๋นเหอมองนาง
“เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาคิดว่าเจ้าตายไปแล้ว”
ไป๋หลิงเงียบ
เทียนเซียวถามแทน
“ใครเป็นคนสั่ง?”
อวิ๋นเหอไม่ตอบทันที
“ผู้อาวุโสสูงสุด”
“เขาต้องการอะไรจากไป๋หลิง?”
“ข้ายังไม่รู้”
“แล้วเจ้ามาที่นี่ทำไม?”
“เพื่อเตือน”
ไป๋หลิงมองเขาอย่างสงสัย
“เจ้าทำงานให้สำนักปราบมารไม่ใช่หรือ?”
“ใช่”
“แล้วเจ้ากำลังทรยศพวกเขา?”
อวิ๋นเหอยิ้ม
“ข้ายังไม่ตาย ดังนั้นคงเรียกว่าเป็นคนที่ยังไม่ตัดสินใจมากกว่า”
เทียนเซียวมองเขา
“เจ้าพูดกำกวมมาก”
“เพราะพูดชัดไม่ได้”
“มีคนฟังอยู่?”
“อาจมี”
ไป๋หลิงเดินเข้าไปใกล้
“อวิ๋นเหอ”
“ว่า?”
“เจ้ารู้เรื่องอดีตของข้าหรือไม่?”
เขานิ่ง
“บางส่วน”
“บอกข้า”
“ยังไม่ได้”
“ทำไม?”
“เพราะถ้าข้าบอกตอนนี้ เจ้าจะคิดแต่เรื่องนั้นจนลืมสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น”
“ข้าไม่กลัว”
“ข้ารู้”
“แล้ว?”
“แต่คนข้าง ๆ เจ้าอาจกลัว”
อวิ๋นเหอหันไปมองเทียนเซียว
เทียนเซียวไม่หลบสายตา
“ข้าไม่ใช่คนขี้กลัว”
“ข้าไม่ได้หมายถึงกลัวอันตราย”
“แล้วหมายถึงอะไร?”
อวิ๋นเหอเงียบ
ไป๋หลิงมองทั้งสองคนสลับกัน
“พวกเจ้าสองคนกำลังพูดเรื่องอะไร?”
“ไม่มีอะไร”
ทั้งคู่ตอบพร้อมกัน
ไป๋หลิงทำหน้าไม่พอใจ
“ข้าเกลียดเวลาพวกเจ้าทำแบบนี้”
เทียนเซียวหันมาหา
“แบบไหน?”
“คุยกันเหมือนข้าไม่อยู่”
อวิ๋นเหอหัวเราะ
“เจ้าเหมือนเดิมจริง ๆ”
“เหมือนเดิมอะไร?”
“ขี้หงุดหงิด”
“ข้าพันปีแล้วนะ”
“นิสัยบางอย่างไม่เกี่ยวกับอายุ”
“เซียวอวิ๋นเหอ!”
“ได้ ๆ ข้าไม่พูดแล้ว”
เทียนเซียวส่ายหน้า
“พวกเจ้ารู้จักกันมาก่อน?”
“ไม่”
ไป๋หลิงตอบทันที
“แต่เหมือนรู้จักกันมานาน”
เทียนเซียวมองนาง
“เจ้าคิดมากไป”
“ข้าไม่คิดมาก”
อวิ๋นเหอพูดขึ้น
“คิดมาก”
“เจ้าก็เงียบไปเลย!”
อวิ๋นเหอยกมือยอมแพ้
“ได้”
บรรยากาศตึงเครียดก่อนหน้านี้คลายลงเล็กน้อย
แต่ไม่นานอวิ๋นเหอก็หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา
“มีอีกเรื่อง”
เทียนเซียวรับมา
เมื่อเปิดดู สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป
ไป๋หลิงชะโงกหน้ามอง
“อะไร?”
เทียนเซียวไม่ตอบ
นางจึงหยิบกระดาษไปอ่านเอง
บนกระดาษมีเพียงข้อความสั้น ๆ
“หากจิ้งจอกเก้าหางไม่ยอมกลับมา ให้จับมนุษย์ที่อยู่ข้างนางแทน”
สีหน้าของไป๋หลิงซีดลง
“เทียนเซียว...”
ชายหนุ่มพับกระดาษทันที
“ไม่เป็นไร”
“แต่พวกมันจะจับเจ้า”
“มันยังไม่เกิดขึ้น”
“แต่...”
“ไป๋หลิง”
เขาจับมือของนางเบา ๆ
“มองข้า”
นางเงยหน้า
“ข้ายังอยู่ตรงนี้”
“แต่ข้ากลัว”
“ข้ารู้”
“ข้าไม่อยากให้เจ้าถูกลากเข้าไปในเรื่องนี้”
“สายไปแล้ว”
“เพราะข้า?”
“เพราะข้าเลือกเอง”
“เจ้าจะไม่เสียใจหรือ?”
เทียนเซียวมองนาง
“ถ้าข้าถอยเพราะกลัวว่าจะเสียใจ ข้าคงเสียใจมากกว่าเดิม”
ไป๋หลิงนิ่ง
อวิ๋นเหอมองทั้งคู่ ก่อนถอนหายใจ
“ดูเหมือนข้าจะมาช้าไปแล้ว”
เทียนเซียวถาม
“หมายความว่า?”
“ไม่มีอะไร”
อวิ๋นเหอเดินไปที่ประตู
“คืนนี้อย่าออกจากบ้าน”
ไป๋หลิงถาม
“ทำไม?”
“เพราะมีคนกำลังมาที่นี่”
“สำนักปราบมาร?”
“ไม่ใช่”
“แล้วใคร?”
อวิ๋นเหอหันกลับมา
“ข้ายังไม่รู้”
เขาหยุดเล็กน้อย
“แต่กลิ่นอายที่ข้าสัมผัสได้...ไม่ใช่สิ่งที่ข้าอยากให้พวกเจ้าพบ”
“อวิ๋นเหอ”
“ว่า?”
“ถ้าเจ้ารู้ว่าใครกำลังมา บอกข้า”
เขามองนางอยู่ครู่หนึ่ง
“ถ้าข้ายังมีโอกาสกลับมา ข้าจะบอก”
พูดจบเขาก็หายไปในสายฝน
ไป๋หลิงยืนมองประตูอยู่พักใหญ่
เทียนเซียวเดินมายืนข้างนาง
“เจ้าเป็นอะไร?”
“ข้ากำลังคิด”
“อีกแล้ว?”
“อืม”
“คราวนี้คิดเรื่องอะไร?”
ไป๋หลิงหันมาหาเขา
“ข้าคิดว่า...ถ้าข้าไม่เคยลงมาจากเขา เจ้าก็คงไม่ต้องเจอเรื่องพวกนี้”
“อาจจะ”
นางก้มหน้า
“แต่ข้าดีใจที่เจ้าลงมา”
ไป๋หลิงเงยหน้าทันที
“จริงหรือ?”
“จริง”
“เพราะอะไร?”
เทียนเซียวยิ้ม
“เพราะถ้าเจ้าไม่มา ข้าก็คงไม่รู้ว่าจิ้งจอกเก้าหางชอบกินขนมมากกว่าสมุนไพร”
“ข้าชอบทั้งสองอย่าง”
“ข้ารู้”
“แล้วเจ้ายังดีใจ?”
“ดีใจ”
ไป๋หลิงยิ้ม
นางไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
ไม่รู้ว่าสำนักปราบมารจะทำอะไร
ไม่รู้ว่าใครกำลังตามหานาง
แต่คืนนี้...
อย่างน้อยนางก็รู้ว่า
นางไม่ได้อยู่คนเดียว
และบางที การได้พบหลี่เทียนเซียวอาจไม่ใช่อุบัติเหตุ
เพราะตั้งแต่นางเข้ามาในชีวิตของเขา...
เส้นทางที่นางเคยคิดว่าจะเดินเพียงลำพังมาตลอดหนึ่งพันปี
กำลังค่อย ๆ มีใครอีกคนเดินเคียงข้างเข้ามา
โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า...
การเลือกอยู่ข้างกันในคืนนี้
จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อต้านทั้งสวรรค์และโลกปีศาจในวันข้างหน้า
