บทที่ 11 คืนที่ไม่ควรออกจากเรือน
ฝนยังตกไม่หยุด
ตั้งแต่เซียวอวิ๋นเหอจากไป หลี่เทียนเซียวก็ตรวจกลอนประตูหน้าต่างทุกบานซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนไป๋หลิงที่นั่งอยู่ข้างเตาอดมองไม่ได้
“เจ้าเดินผ่านประตูบานนั้นสามรอบแล้ว”
เทียนเซียวหันกลับมา
“ข้ากำลังตรวจดู”
“ตรวจอะไร?”
“ว่ามันล็อกหรือยัง”
“มันล็อกแล้ว”
“แน่ใจ?”
“ข้าเห็นกับตา”
เทียนเซียวเดินกลับไปจับกลอนอีกครั้ง
“ตอนนี้แน่ใจแล้ว”
ไป๋หลิงเท้าคางมองเขา
“เจ้าดูแปลก ๆ”
“ข้าแค่ระวังตัว”
“เจ้ากังวล”
“ใช่”
เขาตอบตรง ๆ จนไป๋หลิงชะงัก
“ยอมรับง่ายจัง”
“จะให้ข้าโกหกหรือ?”
“ไม่”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี”
เทียนเซียวเดินกลับมานั่งตรงข้ามนาง
บนโต๊ะมีชาร้อนสองถ้วย
ไป๋หลิงยกถ้วยขึ้นจิบ แต่ยังไม่ละสายตาจากเขา
“เจ้ากลัวจริง ๆ ใช่ไหม?”
“อืม”
“กลัวสำนักปราบมาร?”
“ส่วนหนึ่ง”
“แล้วอีกส่วน?”
เทียนเซียวเงียบ
ไป๋หลิงวางถ้วยชา
“ตอบข้าสิ”
“ข้ากลัวเจ้าจะหายไป”
นางนิ่ง
“เพราะพวกเขาจะจับข้า?”
“เพราะเจ้าชอบคิดว่าตัวเองควรเป็นคนเสียสละ”
ไป๋หลิงก้มมองมือของตัวเอง
“ข้าอยู่มาพันปี”
“ข้ารู้”
“ข้าผ่านเรื่องต่าง ๆ มาเยอะ”
“ข้าก็รู้”
“ถ้าต้องแลกด้วยชีวิตข้าเพื่อช่วยคนอื่น มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก”
“สำหรับเจ้าอาจไม่แปลก”
เทียนเซียวมองนาง
“แต่สำหรับข้า มันไม่ใช่เรื่องที่ยอมรับง่าย ๆ”
ไป๋หลิงเงียบ
นางไม่เคยคิดว่าคำพูดธรรมดา ๆ จะทำให้หัวใจรู้สึกหนักเช่นนี้
“เทียนเซียว”
“ว่า?”
“ถ้าข้าไม่ใช่จิ้งจอกเก้าหาง”
“อืม”
“ถ้าข้าเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดา เจ้าจะยังช่วยข้าหรือไม่?”
“ช่วย”
“เพราะอะไร?”
“เพราะเจ้าบาดเจ็บ”
“ถ้าข้าไม่บาดเจ็บล่ะ?”
“ก็แล้วแต่สถานการณ์”
“ถ้าข้าเป็นคนที่นิสัยไม่ดี?”
“เจ้าเป็นอยู่แล้ว”
ไป๋หลิงตาโต
“อะไรนะ?”
เทียนเซียวกลั้นยิ้ม
“ข้าหมายถึง...เจ้าไม่ได้เรียบร้อยนัก”
“หลี่เทียนเซียว!”
“ข้าไม่ได้บอกว่าเจ้าเลว”
“เจ้ากำลังว่า ข้า!”
“ข้ากำลังบอกความจริง”
“ข้าจะไม่คุยกับเจ้าแล้ว”
ไป๋หลิงหันหน้าหนี
เทียนเซียวมองนาง
“จริงหรือ?”
“จริง”
“ไม่คุยเลย?”
“ไม่”
“แม้ข้าจะเอาขนมมาให้?”
ไป๋หลิงเหลือบตามอง
“ขนมอะไร?”
“ขนมถั่ว”
“ข้าไม่สนใจ”
“ข้าซื้อมาเมื่อเช้า”
“เอามาให้ข้าดู”
เทียนเซียวหยิบห่อขนมออกมาจากถุง
ดวงตาของไป๋หลิงสว่างขึ้นทันที
“เจ้าหลอกข้า”
“ข้าแค่ถามว่าเจ้าจะคุยไหม”
“นี่เรียกว่าหลอก”
“แต่เจ้าก็คุยแล้ว”
ไป๋หลิงรีบคว้าห่อขนม
“ข้าเกลียดเจ้า”
“กินก่อนแล้วค่อยเกลียด”
นางแกะห่อ
“ข้าไม่เคยเห็นมนุษย์คนไหนชอบแกล้งคนอื่นเท่าเจ้า”
“ข้าไม่เคยเลี้ยงจิ้งจอกเก้าหางมาก่อน”
“ข้าก็ไม่เคยอยู่กับหมอยาปากมาก”
“ดูเหมือนเราจะเรียนรู้กันคนละอย่าง”
ไป๋หลิงยิ้ม
ความเงียบอบอุ่นกลับมาอีกครั้ง
แต่ไม่นานนัก
ลมแรงก็พัดหน้าต่างเปิดออก
พรึ่บ!
เปลวไฟจากตะเกียงสั่นไหว
ไป๋หลิงหยุดกินขนมทันที
“เทียนเซียว”
“อืม?”
“เจ้ารู้สึกหรือไม่?”
ชายหนุ่มลุกขึ้น
“อะไร?”
“กลิ่น”
เขาสูดลมหายใจ
“ข้าไม่รู้สึกอะไร”
“มีคนอยู่ข้างนอก”
“อวิ๋นเหอ?”
“ไม่ใช่”
เทียนเซียวเดินไปปิดหน้าต่าง
“เจ้ามั่นใจ?”
“มั่นใจ”
“มนุษย์?”
“ไม่”
“ปีศาจ?”
ไป๋หลิงส่ายหน้า
“ก็ไม่ใช่อีก”
“แล้วเป็นอะไร?”
“ข้าไม่รู้”
เทียนเซียวมองนาง
“นั่นไม่ใช่คำตอบที่ดีเลย”
“ข้าก็ไม่อยากตอบแบบนั้น”
ทั้งสองเงียบ
เสียงฝนด้านนอกดังขึ้นเรื่อย ๆ
เทียนเซียวดับตะเกียงไปหนึ่งดวง เหลือเพียงแสงจากเตาไฟ
“มานั่งใกล้ ๆ”
ไป๋หลิงเดินไปหา
“ทำไม?”
“ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ข้าจะได้เห็นเจ้า”
“เจ้าจะปกป้องข้า?”
“ข้าจะพยายาม”
“แต่เจ้าเป็นมนุษย์”
“ใช่”
“พลังน้อยกว่าข้า”
“ใช่”
“วิ่งช้ากว่าข้า”
“น่าจะใช่”
“ต่อสู้กับข้าไม่ได้”
“เรื่องนั้นไม่แน่”
ไป๋หลิงหัวเราะ
“เจ้าใช้มีดหั่นสมุนไพรสู้กับจิ้งจอกเก้าหาง?”
“ถ้าไม่มีอย่างอื่นก็ใช้”
“เจ้าบ้า”
“ข้าก็เพิ่งรู้”
ไป๋หลิงมองเขาแล้วหัวเราะอีกครั้ง
แต่เสียงหัวเราะนั้นหยุดลงเมื่อเสียงฝีเท้าดังขึ้นด้านนอก
แฉะ...
แฉะ...
แฉะ...
เหมือนใครบางคนกำลังเดินอยู่บนพื้นเปียก
เทียนเซียวหันไปมองประตู
ไป๋หลิงลุกขึ้น
“อย่า”
เขาจับข้อมือนางไว้
“เจ้าอยู่ตรงนี้”
“ข้าจะออกไปดู”
“ไม่ได้”
“เทียนเซียว”
“เจ้าเพิ่งบอกเองว่ามีบางอย่างอยู่ข้างนอก”
“ข้าต้องรู้ว่ามันคืออะไร”
“แล้วถ้ามันกำลังรอให้เจ้าออกไปล่ะ?”
ไป๋หลิงนิ่ง
“เจ้าพูดถูก”
เทียนเซียวถอนหายใจ
“ครั้งแรกที่เจ้ายอมรับง่ายขนาดนี้ ข้าควรดีใจหรือกลัว?”
“ข้ากำลังจริงจัง”
“ข้าก็จริงจัง”
เสียงฝีเท้าหยุด
ทั้งสองมองประตูพร้อมกัน
ไม่มีเสียงอีก
ไป๋หลิงหลับตา
“หายไปแล้ว”
“แน่ใจ?”
“อืม”
“มันไปทางไหน?”
“ป่า”
“ตามไปได้ไหม?”
“ไม่ได้”
“เพราะอะไร?”
“ฝนแรงเกินไป กลิ่นถูกชะล้าง”
เทียนเซียวพยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้นคืนนี้เราไม่ออกไป”
“อืม”
“เจ้ารับปาก?”
“รับปาก”
“จริงนะ?”
“เจ้าถามซ้ำเป็นเด็กเลย”
“เพราะเจ้าชอบทำอะไรไม่ฟัง”
“ข้าจะไม่ออก”
“ดี”
เขานั่งลงอีกครั้ง
ไป๋หลิงนั่งตาม
“เทียนเซียว”
“ว่า?”
“เจ้าคิดว่าข้าควรหนีไหม?”
เขาเงียบ
“ตอบตามจริง”
“ไม่”
“เพราะ?”
“ถ้าเจ้าหนีตอนนี้ เราจะไม่รู้ว่าศัตรูเป็นใคร”
“แล้วถ้าอยู่ต่อ?”
“อย่างน้อยเราก็ยังเตรียมตัวได้”
“เราสองคน?”
“ใช่”
“เจ้าพูดเหมือนเราเป็นพวกเดียวกัน”
“เราอยู่บ้านเดียวกัน กินข้าวด้วยกัน นอนใต้หลังคาเดียวกัน”
เขาหยุด
“ถ้าไม่เรียกพวกเดียวกันแล้วจะเรียกว่าอะไร?”
ไป๋หลิงหน้าแดง
“ข้าไม่รู้”
“ข้าก็ไม่รู้”
“เจ้านี่ชอบทำให้ข้าพูดไม่ออก”
“เจ้าพูดเก่งมากต่างหาก”
“ตอนนี้ไม่”
“ทำไม?”
“เพราะเจ้ามองข้า”
เทียนเซียวชะงัก
“ข้ามองไม่ได้หรือ?”
“ได้”
“แล้ว?”
“แต่...อย่ามองนาน”
“เพราะ?”
“ข้าจะใจเต้น”
เทียนเซียวหลุดหัวเราะ
“เจ้านี่ตรงเกินไปจริง ๆ”
“ก็ข้าไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้”
“ข้าก็ไม่เข้าใจ”
“แล้วทำไมเจ้าถึงดูไม่เขิน?”
“ใครบอก?”
“เจ้าไม่แดง”
“ข้าเป็นผู้ชาย”
“ผู้ชายไม่เขินหรือ?”
“เขิน”
“แล้วตอนนี้?”
เทียนเซียวเงียบไป
“ตอนนี้ก็เขิน”
ไป๋หลิงเบิกตา
“จริง?”
“จริง”
“แต่ข้ามองไม่เห็น”
“เพราะข้าหันหน้าอยู่”
“เจ้าโกหก!”
“เจ้าเพิ่งบอกว่าอยากเรียนรู้เรื่องหัวใจ”
“ใช่”
“ถ้าอย่างนั้นก็เรียนรู้เอง”
ไป๋หลิงหัวเราะ
“เจ้านี่ร้ายกว่าที่คิด”
“ข้าแค่ไม่อยากแพ้เจ้า”
“เรื่องอะไร?”
“เรื่องพูดให้คนอื่นเขิน”
“ข้าไม่ยอมแพ้”
“ดี”
“ข้าจะทำให้เจ้าเขินมากกว่าข้า”
“ลองดู”
ไป๋หลิงขยับเข้าไปใกล้
เทียนเซียวชะงัก
“เจ้าจะทำอะไร?”
“ก็ลองดู”
นางจ้องเขา
“เจ้า...”
“ว่า?”
“วันนี้ดูดี”
เทียนเซียวเงียบ
“เจ้าพูดอะไร?”
“ข้าบอกว่าเจ้าดูดี”
“ข้ารู้”
“หน้าเจ้าแดงแล้ว”
“เพราะไฟ”
“ไฟอยู่ด้านหลังเจ้า”
“อากาศร้อน”
“ฝนตกอยู่”
“ไป๋หลิง”
“อะไร?”
“เจ้าแกล้งข้า”
“ใช่”
นางหัวเราะอย่างมีชัย
“ในที่สุดข้าก็ทำสำเร็จ”
เทียนเซียวส่ายหน้า
“ข้าคงสอนเจ้าไม่ดี”
“ไม่เกี่ยวกับเจ้า”
“เกี่ยว”
“ไม่เกี่ยว”
“เกี่ยว”
“ไม่!”
เสียงหัวเราะของทั้งคู่ดังขึ้นพร้อมกัน
แต่ทันใดนั้น...
ปัง!
เสียงบางอย่างกระแทกหลังบ้าน
เทียนเซียวลุกขึ้นทันที
ไป๋หลิงก็ลุกตาม
“คราวนี้ไม่ใช่เสียงฝีเท้า”
“อืม”
“มีบางอย่างเข้ามาในลาน”
เทียนเซียวคว้าตะเกียง
“เจ้าอยู่ข้างใน”
“ไม่”
“ไป๋หลิง”
“ข้าไปด้วย”
“อันตราย”
“ข้าแข็งแกร่งกว่าเจ้า”
“ข้ารู้”
“ถ้าอย่างนั้นเลิกห้ามข้า”
“ข้าห้ามเพราะข้าเป็นห่วง”
ไป๋หลิงนิ่งไป
“พูดแบบนี้แล้วข้าจะปฏิเสธได้อย่างไร?”
“ก็อย่าปฏิเสธ”
ทั้งสองเดินออกไปพร้อมกัน
หลังบ้านมีรอยเท้าหลายรอยบนพื้นโคลน
แต่ไม่มีใครอยู่
ไป๋หลิงก้มลงมอง
“ไม่ใช่มนุษย์”
“เป็นตัวอะไร?”
“ข้าไม่รู้”
“เจ้าพูดประโยคนี้อีกแล้ว”
“เพราะมันจริง”
เทียนเซียวใช้ปลายไม้เขี่ยรอยเท้า
“มันมาที่นี่ทำไม?”
“ตามหาอะไรบางอย่าง”
“ตามหาเจ้า?”
“ไม่แน่”
ไป๋หลิงยืนขึ้น
ทันใดนั้นนางก็รู้สึกถึงพลังบางอย่าง
“เดี๋ยว”
“อะไร?”
“มีบางอย่างอยู่ในบ้าน”
เทียนเซียวหันขวับ
“ในบ้าน?”
“ใช่”
ทั้งสองรีบกลับเข้าไป
ตะเกียงที่วางอยู่บนโต๊ะดับลงแล้ว
หน้าต่างเปิด
ผ้าม่านปลิวไปตามลม
เทียนเซียวรีบตรวจดูรอบบ้าน
“ไม่มีใคร”
ไป๋หลิงเดินไปที่โต๊ะ
“มีคนเข้ามา”
“เจ้าแน่ใจ?”
“แน่”
“อะไรหาย?”
ไป๋หลิงมองไปรอบ ๆ
ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่ชั้นหนังสือ
หนังสือเกี่ยวกับปีศาจยังอยู่
แต่ตำราเก่าอีกเล่มหนึ่งหายไป
“หนังสือของเจ้า”
เทียนเซียวหันไปมอง
“เล่มไหน?”
“เล่มที่เจ้าให้ข้าดู”
เขาเดินไปตรวจ
“จริงด้วย”
“ใครจะขโมยหนังสือธรรมดา?”
เทียนเซียวเงียบ
“มันอาจไม่ธรรมดา”
“เจ้าเคยอ่านมันหมดหรือยัง?”
“ไม่”
“ทำไม?”
“บางหน้าถูกฉีกออก”
“ตั้งแต่เมื่อไร?”
“ตั้งแต่ข้าได้มันมา”
ไป๋หลิงหันกลับมามองเขา
“ใครให้เจ้า?”
“คนคนหนึ่ง”
“ใคร?”
เทียนเซียวเงียบไป
“เทียนเซียว”
“ข้าไม่รู้ชื่อ”
“โกหก”
“ข้าไม่ได้โกหก”
“เจ้ากำลังปิดบัง”
“ข้าขอเวลา”
“นานแค่ไหน?”
“จนกว่าข้าจะมั่นใจว่าความจริงจะไม่ทำร้ายเจ้า”
ไป๋หลิงมองเขาอยู่นาน
“เจ้ารู้ใช่ไหมว่าข้าเกลียดคำพูดนี้”
“รู้”
“แต่เจ้าก็ยังพูด”
“เพราะข้าต้องพูด”
นางถอนหายใจ
“ตกลง”
เทียนเซียวมองอย่างประหลาดใจ
“เจ้ายอมง่ายอีกแล้ว”
“ข้าจะไม่บังคับ”
“จริง?”
“จริง”
“แต่?”
ไป๋หลิงชี้หน้าเขา
“ถ้าความจริงนั้นเกี่ยวกับข้า เจ้าต้องบอกข้าก่อนที่มันจะสายเกินไป”
เทียนเซียวพยักหน้า
“ตกลง”
“สัญญา?”
“สัญญา”
ไป๋หลิงยื่นนิ้วก้อยออกมา
“เกี่ยวก้อย”
เทียนเซียวมองนิ้วของนาง
“เจ้าเป็นจิ้งจอกพันปีจริงหรือ?”
“จริง”
“ทำไมถึงทำเหมือนเด็ก?”
“เพราะข้าอยากทำ”
เขายิ้ม ก่อนยื่นนิ้วมาเกี่ยวกับนิ้วของนาง
“สัญญา”
ไป๋หลิงยิ้ม
แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากหลังคา
“พวกเจ้าสองคนไว้ใจกันง่ายเกินไป”
ทั้งคู่เงยหน้าขึ้นพร้อมกัน
เงาร่างหนึ่งยืนอยู่บนหลังคา
ไป๋หลิงขยับเข้าใกล้เทียนเซียว
“ใคร?”
เสียงนั้นตอบกลับมา
“คนที่ไม่ควรมาในคืนนี้”
เทียนเซียวกำมีดแน่น
“แล้วเจ้ามาทำไม?”
เงาร่างนั้นหัวเราะเบา ๆ
“มาบอกพวกเจ้าว่า...”
เสียงนั้นหยุดไป
“สำนักปราบมารไม่ได้เป็นสิ่งเดียวที่กำลังตามหาจิ้งจอกเก้าหาง”
ไป๋หลิงเงยหน้าขึ้น
“แล้วใครอีก?”
เงาร่างนั้นไม่ตอบ
มีเพียงบางสิ่งถูกโยนลงมาบนพื้น
เป็นป้ายหยกสีดำ
ไป๋หลิงเห็นมันแล้วหน้าซีดทันที
“เป็นไปไม่ได้...”
เทียนเซียวก้มลงหยิบ
“เจ้าเคยเห็น?”
นางพยักหน้าช้า ๆ
“เคย”
“ของใคร?”
ไป๋หลิงกำมือแน่น
“ของคนที่ข้าคิดว่าตายไปแล้วเมื่อห้าร้อยปีก่อน”
เทียนเซียวเงยหน้าขึ้น
แต่เงาบนหลังคาหายไปแล้ว
เหลือเพียงสายฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย
และคำถามใหม่ที่ไม่มีใครตอบได้
คนที่ควรตายไปเมื่อห้าร้อยปีก่อน...
เหตุใดจึงกลับมาอีกครั้งในวันที่ไป๋หลิงเริ่มเปิดหัวใจให้มนุษย์คนหนึ่ง?
