บทที่ 12 ป้ายหยกจากอดีต
ไม่มีใครแตะต้องมันอีกหลังจากเงาปริศนาหายไปจากหลังคา
เช้าวันนี้ฝนหยุดตกแล้ว แต่ท้องฟ้ายังมืดครึ้มจนแสงแดดแทบส่องผ่านหมู่เมฆไม่ได้
ไป๋หลิงนั่งอยู่หน้าโต๊ะ มือทั้งสองประสานกันแน่น ดวงตาจับจ้องป้ายหยกตรงหน้า
หลี่เทียนเซียวนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
เขามองนางอยู่พักใหญ่ก่อนจะถามขึ้น
“เจ้าจ้องมันมานานแล้ว”
“ข้ารู้”
“มันจะไม่พูดกับเจ้าหรอก”
“ข้าก็รู้”
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าจะมองมันทำไม?”
“เพราะข้ากำลังคิด”
“เจ้าเริ่มพูดเหมือนข้าแล้ว”
ไป๋หลิงเงยหน้าขึ้น
“ข้าพูดเหมือนเจ้าอย่างไร?”
“เวลามีเรื่องอะไร เจ้าจะบอกว่ากำลังคิด”
“ก็ข้ากำลังคิดจริง ๆ”
“ข้าก็พูดจริง”
นางถอนหายใจ
“เทียนเซียว”
“อืม”
“เจ้าไม่สงสัยหรือ?”
“สงสัย”
“แล้วทำไมถึงยังนั่งนิ่งได้?”
“เพราะถ้าข้าลุกเดินไปเดินมา ป้ายหยกก็ยังไม่ตอบอยู่ดี”
ไป๋หลิงจ้องเขา
“เจ้าชอบพูดอะไรที่ทำให้ข้าหงุดหงิด”
“แต่เจ้าก็ยังนั่งอยู่”
“เพราะข้าไม่มีที่ไป”
“มี”
“ที่ไหน?”
“ครัว”
ไป๋หลิงทำหน้าบึ้ง
“ข้าไม่อยากทำอาหาร”
“ข้าไม่ได้ให้เจ้าทำ”
“แล้วส่งข้าไปทำไม?”
“ไปหาอะไรกิน”
“ข้ากำลังเครียด”
“ยิ่งเครียดยิ่งต้องกิน”
“เจ้าก็พูดเหมือนแม่ข้าเลย”
เทียนเซียวชะงัก
“แม่เจ้าหรือ?”
ไป๋หลิงนิ่งไป
นางไม่เคยพูดเรื่องครอบครัวของตัวเองกับเขา
“ข้าไม่มีแม่แล้ว”
เทียนเซียวมองนาง
“ขอโทษ”
“ไม่เป็นไร”
“ข้าไม่ควรถาม”
“เจ้าถามได้”
“แต่เจ้าไม่ต้องตอบถ้าไม่อยาก”
ไป๋หลิงยิ้มบาง ๆ
“ขอบคุณ”
ความเงียบกลับมาอีกครั้ง
เทียนเซียวมองป้ายหยก
“เจ้ารู้จักคนที่เป็นเจ้าของมันจริง ๆ?”
“รู้จัก”
“เขาชื่ออะไร?”
ไป๋หลิงลังเล
“หลัวเฉิน”
“เป็นปีศาจ?”
“ใช่”
“เกี่ยวข้องกับเจ้าอย่างไร?”
“เคยเป็นสหาย”
เทียนเซียวขมวดคิ้ว
“เคย?”
“เมื่อก่อน”
“แล้วเกิดอะไรขึ้น?”
ไป๋หลิงก้มมองมือ
“เขาหายไป”
“หายไปไหน?”
“ไม่มีใครรู้”
“แล้วเจ้าคิดว่าเขาตาย?”
“ข้าเห็นกับตา”
เทียนเซียวเงียบ
“เจ้าบอกว่าเขาตายเมื่อห้าร้อยปีก่อน”
“ใช่”
“แล้วทำไมป้ายของเขาถึงมาอยู่ที่นี่?”
“ข้าไม่รู้”
“เขาอาจยังมีชีวิต”
“เป็นไปไม่ได้”
“ทำไม?”
ไป๋หลิงเงยหน้า
“เพราะข้าเห็นร่างเขาถูกทำลายต่อหน้า”
“แต่เจ้าไม่เห็นว่าเขาตายจริง ๆ?”
“เทียนเซียว”
“ข้าถามเฉย ๆ”
“เรื่องแบบนั้น...ไม่มีทางผิด”
“ข้าเข้าใจ”
เขาไม่ถามต่อ
ไป๋หลิงกลับรู้สึกขอบคุณที่เขาไม่พยายามคาดคั้น
นางเอื้อมมือไปแตะป้ายหยก
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสมัน ความเย็นจัดก็แล่นเข้าสู่ฝ่ามือ
“อ๊ะ!”
เทียนเซียวรีบคว้ามือของนาง
“เป็นอะไร?”
“เย็น”
“เจ็บไหม?”
“ไม่”
เขายังไม่ปล่อยมือ
ไป๋หลิงมองนิ้วของเขาที่กำรอบข้อมือนาง
“เทียนเซียว”
“อะไร?”
“เจ้าจับมือข้าอยู่”
ชายหนุ่มชะงัก
เขารีบปล่อย
“ขอโทษ”
“ไม่เป็นไร”
ไป๋หลิงมองมือของตัวเอง
ความรู้สึกอบอุ่นเมื่อครู่ยังคงอยู่
“เมื่อครู่...”
“อะไร?”
“ตอนเจ้าจับมือข้า ข้าไม่รู้สึกกลัว”
เทียนเซียวมองนาง
“ก็ดีแล้ว”
“แต่ป้ายนี้ทำให้ข้ากลัว”
“ถ้าอย่างนั้นอย่าแตะมันอีก”
“ข้าต้องรู้ว่าใครส่งมา”
“เราค่อยคิด”
“เจ้าไม่รีบหรือ?”
“ข้ารีบ”
“แต่?”
“แต่ข้าอยากให้เจ้าปลอดภัยมากกว่าคำตอบ”
ไป๋หลิงนิ่ง
“เจ้าพูดแบบนี้อีกแล้ว”
“แบบไหน?”
“ทำให้ข้าไม่รู้จะตอบอะไร”
“เจ้าพูดคำนี้บ่อยมาก”
“เพราะเจ้าชอบทำแบบนั้น”
เทียนเซียวหัวเราะเบา ๆ
เสียงประตูเปิดขึ้น
ทั้งคู่หันไปพร้อมกัน
เซียวอวิ๋นเหอยืนอยู่หน้าประตู
เสื้อคลุมเปียกเล็กน้อยเหมือนเพิ่งเดินทางมา
“พวกเจ้าดูสนิทกันกว่าเมื่อคืนอีก”
ไป๋หลิงรีบหันหนี
“เจ้ามาเมื่อไร?”
“เมื่อครู่”
“แล้วเหตุใดไม่เคาะ?”
“ข้าเคาะ”
เทียนเซียวพูดขึ้น
“ข้าไม่ได้ยิน”
อวิ๋นเหอเดินเข้ามา
“เพราะเจ้ากำลังคุยกันเพลิน”
ไป๋หลิงหรี่ตา
“เจ้าชอบพูดแบบนี้หรือ?”
“แบบไหน?”
“แบบที่ทำให้ข้าหงุดหงิด”
“ข้าเรียนรู้จากคนที่นี่”
เขาพยักหน้าไปทางเทียนเซียว
เทียนเซียวชี้ตัวเอง
“ข้าหรือ?”
“ใช่”
“ข้าไม่เกี่ยว”
“เกี่ยว”
ไป๋หลิงมองทั้งสองคน
“พวกเจ้าจะทะเลาะกันอีกนานไหม?”
อวิ๋นเหอหัวเราะ
“ข้าชอบนางมากขึ้นแล้ว”
เทียนเซียวมองทันที
“ไม่ต้องชอบมาก”
“หึง?”
“เปล่า”
“หน้าเจ้าบอกว่าใช่”
“อากาศร้อน”
ไป๋หลิงหัวเราะทันที
“เจ้าสองคนเหมือนกันจริง ๆ”
อวิ๋นเหอหันมามองนาง
“มีอะไรเกิดขึ้น?”
“เมื่อคืนมีคนมาที่นี่”
สีหน้าของอวิ๋นเหอเปลี่ยนไป
“ใคร?”
“ไม่รู้”
“มันพูดอะไร?”
“บอกว่าสำนักปราบมารไม่ใช่สิ่งเดียวที่กำลังตามหาข้า”
อวิ๋นเหอนิ่ง
“แล้ว?”
เทียนเซียวหยิบป้ายหยกขึ้นมา
“มันโยนสิ่งนี้ไว้”
ทันทีที่เห็นป้ายหยก สีหน้าของอวิ๋นเหอก็เปลี่ยนไป
เขาเดินเข้าไปหยิบ
“หลัวเฉิน”
ไป๋หลิงลุกขึ้นทันที
“เจ้ารู้จัก?”
อวิ๋นเหอมองนาง
“รู้”
“เขายังอยู่หรือ?”
“ข้าไม่คิดว่าเขาจะอยู่”
“แต่เจ้ารู้จักเขา”
“เคยได้ยินชื่อ”
“อย่าโกหกข้า”
อวิ๋นเหอเงียบ
ไป๋หลิงเดินเข้าไปหา
“เจ้ารู้อะไร?”
“ข้าเคยเห็นชื่อของเขาในบันทึกของสำนัก”
“บันทึกอะไร?”
“รายชื่อปีศาจต้องห้าม”
เทียนเซียวถาม
“หลัวเฉินอยู่ในรายชื่อนั้น?”
“ใช่”
“เพราะอะไร?”
อวิ๋นเหอวางป้ายลง
“เพราะเขาเคยเป็นจิ้งจอกเก้าหาง”
ไป๋หลิงชะงัก
“อะไรนะ?”
“หลัวเฉินเคยเป็นจิ้งจอกเก้าหาง”
“เป็นไปไม่ได้”
“ทำไม?”
“ข้ารู้จักจิ้งจอกเก้าหางทุกตนในรุ่นของข้า”
อวิ๋นเหอมองนาง
“เขาไม่ได้เกิดในรุ่นของเจ้า”
“หมายความว่า?”
“เขาแก่กว่าเจ้า”
ไป๋หลิงนิ่ง
“เป็นไปไม่ได้”
“ทำไมถึงเป็นไปไม่ได้?”
“เพราะ...”
นางคิดไม่ออก
อวิ๋นเหอพูดต่อ
“ในบันทึกเขียนว่าเขาเคยปรากฏตัวเมื่อประมาณสองพันปีก่อน”
“สองพันปี?”
“ใช่”
เทียนเซียวถาม
“แล้วเขาเกี่ยวข้องกับไป๋หลิงอย่างไร?”
อวิ๋นเหอหันไปมองนาง
“เจ้าไม่เคยถามเขาหรือ?”
“ถามเรื่องอะไร?”
“ว่าทำไมเขาถึงสนใจเจ้า”
ไป๋หลิงนิ่ง
“เขาไม่เคยบอก”
“แล้วเจ้าไม่เคยสงสัย?”
“ข้าคิดว่าเขาเป็นเพื่อน”
“เพื่อนที่คอยติดตามเจ้าไปทุกที่?”
“เขาเป็นแบบนั้น”
“เพื่อนที่เคยสู้กับปีศาจหลายตนเพื่อปกป้องเจ้า?”
“ใช่”
“เพื่อนที่หายไปหลังจากเจ้าบรรลุแปดหาง?”
ไป๋หลิงเงียบ
“เจ้ารู้เรื่องของข้ามากแค่ไหน?”
อวิ๋นเหอไม่ตอบ
“ตอบข้า!”
เสียงของไป๋หลิงดังขึ้น
เทียนเซียวแตะไหล่นางเบา ๆ
“ใจเย็น”
“ข้าใจเย็นไม่ได้”
“ข้ารู้”
“เขารู้เรื่องของข้า แต่ไม่ยอมบอก”
อวิ๋นเหอพูดขึ้น
“เพราะบางเรื่องเจ้าไม่ควรรู้ตอนนี้”
“ใครเป็นคนตัดสิน?”
“คนที่ต้องการให้เจ้ายังมีชีวิตอยู่”
“นั่นไม่ใช่คำตอบ”
“แต่เป็นเหตุผล”
ไป๋หลิงจ้องเขา
“หลัวเฉินตายแล้วหรือไม่?”
อวิ๋นเหอเงียบไปนาน
“ข้าไม่รู้”
“แต่เมื่อวานเจ้าบอกว่ารู้เรื่อง”
“ข้ารู้เรื่องในบันทึก ไม่ได้รู้ความจริงทั้งหมด”
“ถ้าอย่างนั้นป้ายนี้หมายความว่าอย่างไร?”
“อาจเป็นคำเตือน”
“จากเขา?”
“หรือจากคนที่ต้องการให้เจ้าคิดว่าเป็นเขา”
ทุกคนเงียบ
เทียนเซียวมองป้าย
“หมายความว่าอาจมีคนใช้ของของหลัวเฉินเพื่อหลอกไป๋หลิง”
“ใช่”
ไป๋หลิงถาม
“แล้วเขาต้องการอะไร?”
อวิ๋นเหอตอบ
“ให้เจ้าออกจากที่นี่”
“ทำไม?”
“เพราะที่นี่กำลังจะกลายเป็นสนามรบ”
เทียนเซียวถามทันที
“เมื่อไร?”
“เร็วมาก”
“เร็วแค่ไหน?”
“คืนนี้”
ไป๋หลิงชะงัก
“คืนนี้?”
อวิ๋นเหอพยักหน้า
“ข้าเห็นคนของสำนักอยู่ใกล้หมู่บ้าน”
เทียนเซียวลุกขึ้น
“เราต้องเตือนชาวบ้าน”
“ทำแล้ว”
“แล้วพวกเขาว่าอย่างไร?”
“ไม่มีใครเชื่อ”
ไป๋หลิงขมวดคิ้ว
“แล้วจะทำอย่างไร?”
อวิ๋นเหอหันมองนาง
“เจ้าออกไปจากหมู่บ้าน”
“ไม่ได้”
“ไป๋หลิง”
“ไม่ได้”
“ถ้าเจ้าอยู่ที่นี่ ทุกคนจะตกอยู่ในอันตราย”
“ถ้าข้าไป พวกมันก็ยังอาจตามมา”
“อย่างน้อยพวกมันจะไม่โจมตีหมู่บ้าน”
“เจ้ามั่นใจ?”
อวิ๋นเหอเงียบ
“ไม่”
“เห็นไหม”
ไป๋หลิงหันไปหาเทียนเซียว
“ข้าไม่ไป”
เขามองนาง
“แน่ใจ?”
“แน่”
“แม้จะอันตราย?”
“อันตราย”
“แม้ข้าอาจบาดเจ็บ?”
“ข้าจะปกป้องเจ้า”
เทียนเซียวถอนหายใจ
“ข้าควรเป็นคนพูดประโยคนั้นไม่ใช่หรือ?”
“วันนี้ข้าพูดก่อน”
“ได้”
อวิ๋นเหอมองทั้งคู่
“พวกเจ้าสองคนดื้อเหมือนกัน”
“ข้าดื้อคนเดียว”
เทียนเซียวพูด
“นางตามข้า”
ไป๋หลิงหันขวับ
“เจ้าพูดอะไร?”
“ข้ากำลังช่วยเจ้า”
“เจ้ากำลังโยนความผิดให้ข้า!”
“ข้ารับผิดแทนได้”
อวิ๋นเหอส่ายหน้า
“ข้าเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าควรเป็นห่วงเรื่องสำนักปราบมาร หรือพวกเจ้าสองคนมากกว่ากัน”
ไป๋หลิงยิ้ม
“เจ้าก็อยู่ช่วยสิ”
“ข้าจะช่วย”
“จริงหรือ?”
“แต่มีเงื่อนไข”
“อะไร?”
“ถ้าข้าบอกให้หนี เจ้าต้องหนี”
ไป๋หลิงกำลังจะปฏิเสธ
แต่อวิ๋นเหอพูดต่อ
“ไม่ใช่เพื่อเจ้า”
นางชะงัก
“เพื่อเทียนเซียว”
สายตาของไป๋หลิงเปลี่ยนไปทันที
อวิ๋นเหอพูดช้า ๆ
“เจ้าสามารถเสียสละตัวเองได้ เพราะเจ้ามีพลังมากพอจะคิดว่าชีวิตตัวเองไม่สำคัญ”
“แต่เขาไม่ใช่”
“เขาเป็นมนุษย์”
“ใช่”
“เขาอาจตายได้ง่ายกว่าที่เจ้าคิด”
ไป๋หลิงกำมือแน่น
“ข้ารู้”
“ถ้าอย่างนั้นอย่าทำให้เขาต้องรับผลจากการตัดสินใจของเจ้า”
เทียนเซียวมองอวิ๋นเหอ
“พูดแรงไปหรือไม่?”
“ข้าพูดความจริง”
“ไม่เป็นไร”
เทียนเซียวหันไปหาไป๋หลิง
“เขาพูดถูกบางส่วน”
“เทียนเซียว”
“ถ้าเกิดเรื่อง ข้าไม่อยากให้เจ้าปกป้องข้าจนลืมปกป้องตัวเอง”
“แต่ข้า...”
“เจ้าก็สำคัญ”
ไป๋หลิงนิ่ง
คำพูดสั้น ๆ นั้นทำให้นางพูดไม่ออก
เทียนเซียวเดินเข้ามาใกล้
“ข้าไม่อยากให้เจ้าคิดว่าการเสียสละตัวเองคือทางเลือกเดียว”
“แล้วข้าควรทำอย่างไร?”
“อยู่”
“แค่นั้น?”
“อยู่กับข้า”
ไป๋หลิงมองเขา
“เจ้าขอมากเกินไปหรือไม่?”
“อาจจะ”
“ถ้าข้าทำไม่ได้ล่ะ?”
“ข้าจะช่วยเจ้า”
“ถ้าข้ากลัว?”
“ข้าจะอยู่ตรงนี้”
“ถ้าข้าสูญเสียการควบคุม?”
“ข้าจะเรียกชื่อเจ้า”
“ถ้าข้าไม่ได้ยิน?”
“ข้าจะเรียกอีกครั้ง”
“ถ้ายังไม่ได้ยิน?”
“ข้าก็จะเรียกจนกว่าเจ้าจะได้ยิน”
ไป๋หลิงรู้สึกว่าดวงตาของตัวเองร้อนขึ้นมา
นางรีบหันหนี
“เจ้าพูดแบบนี้อีกแล้ว”
“ข้าพูดอะไร?”
“เรื่องที่ทำให้ข้าอยากร้องไห้”
เทียนเซียวไม่ได้หัวเราะ
เขาเพียงยืนอยู่ข้างนาง
อวิ๋นเหอเองก็ไม่ได้พูดอะไร
ช่วงเวลานั้นไม่มีใครรู้ว่าอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้าอะไรจะเกิดขึ้น
แต่สิ่งหนึ่งเปลี่ยนไปแล้ว
ไป๋หลิงไม่ได้คิดถึงเพียงการปกป้องตัวเองอีกต่อไป
นางเริ่มคิดถึงการกลับมาอย่างปลอดภัย
เพราะมีใครบางคนกำลังรอให้นางกลับมา
ยามค่ำมาเร็วกว่าปกติ
หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านเงียบกริบ
ประตูบ้านทุกหลังปิดสนิท
แม้แต่สุนัขเฝ้าบ้านก็ไม่มีเสียงเห่า
เทียนเซียวดับไฟหน้าบ้าน
ไป๋หลิงยืนอยู่ริมหน้าต่าง
“มาแล้ว”
อวิ๋นเหอที่นั่งอยู่มุมห้องลืมตาขึ้น
“กี่คน?”
“มาก”
“สำนัก?”
“ใช่”
เทียนเซียวจับมีดในมือ
“พวกมันจะเข้ามาไหม?”
อวิ๋นเหอลุกขึ้น
“ถ้าไป๋หลิงไม่ออกไป พวกมันจะเข้ามา”
ไป๋หลิงสูดลมหายใจ
“ถ้าอย่างนั้นก็เข้ามา”
เทียนเซียวหันมามองนาง
“อย่าทำอะไรคนเดียว”
“ข้ารู้”
“สัญญา?”
ไป๋หลิงยิ้ม
“สัญญา”
นอกบ้านมีเสียงระฆังดังขึ้นหนึ่งครั้ง
กังวานไปทั่วหมู่บ้าน
อวิ๋นเหอชักกระบี่ออก
“มาแล้ว”
ไป๋หลิงยืนข้างเทียนเซียว
นิ้วของนางค่อย ๆ สอดเข้าหามือเขา
เทียนเซียวหันมอง
นางกระซิบ
“ข้าจะไม่หนี”
เขากระชับมือของนาง
“ข้าก็ไม่หนี”
เสียงฝีเท้าหลายคู่เริ่มดังขึ้นจากปลายถนน
คืนนี้...
ความสงบของหมู่บ้านกำลังจะสิ้นสุดลง
และความลับของจิ้งจอกเก้าหางที่หลับใหลมานานหลายร้อยปี
กำลังจะถูกเปิดออกทีละชั้น
