บทที่ 3 กลิ่นดอกเหมยในฤดูหนาว
“เจ้าจะจ้องข้าจนข้ากินข้าวไม่ลงหรืออย่างไร”
หลี่เทียนเซียวถามขึ้นโดยไม่เงยหน้า
ไป๋หลิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขากะพริบตาปริบ ๆ
นางไม่ได้ตอบ
แน่นอนว่านางตอบไม่ได้
แต่สายตาที่จ้องเขาไม่วางตั้งแต่เช้าก็บอกทุกอย่างอยู่แล้ว
เทียนเซียวคีบผักเข้าปาก แล้วพูดต่อ
“ถ้าอยากกินก็บอก ข้าจะแบ่งให้”
จิ้งจอกขาวขยับเข้าไปใกล้โต๊ะ
เทียนเซียวมองนาง
“อ้อ...ที่แท้ก็อยากกิน”
ไป๋หลิงส่ายหน้า
“ไม่กิน?”
นางพยักหน้า
“แล้วจะเอาอะไร”
นางมองชามข้าวต้มของเขา
เทียนเซียวหัวเราะ
“เจ้านี่เลือกกินเหมือนคนเลยนะ”
ไป๋หลิงทำหน้าบึ้ง
“ข้าพูดผิดหรือ”
นางหันหน้าหนี
“เอาล่ะ ๆ ข้าไม่พูดแล้ว”
เขาตักข้าวต้มใส่ถ้วยเล็กแล้วเลื่อนมาให้
“ของเจ้า”
ไป๋หลิงก้มลงกินทันที
เทียนเซียวมองอยู่พักหนึ่ง
“เมื่อวานยังทำหน้าเหมือนข้าจะฆ่าเจ้าอยู่เลย”
นางหยุดกิน
“วันนี้กลับยอมกินอาหารจากมือข้าแล้ว”
ไป๋หลิงเงยหน้ามอง
“หรือว่าเริ่มไว้ใจข้าแล้ว?”
หัวใจของนางกระตุก
ไว้ใจ?
นางไม่แน่ใจ
หากเป็นมนุษย์คนอื่น นางคงไม่มีทางยอมอยู่ใกล้ถึงขนาดนี้
แต่หลี่เทียนเซียวแตกต่างออกไป
เขาไม่เคยถามว่านางมาจากไหน
ไม่เคยพยายามขายนาง
ไม่เคยเอานางไปขัง
แม้แต่นอนหลับ เขายังวางตะกร้าสมุนไพรไว้หน้าประตูแทนที่จะกั้นนางเอาไว้
บางที...
นางอาจไว้ใจเขาจริง ๆ
เทียนเซียวเห็นนางนิ่งก็ยิ้ม
“ไม่ตอบก็ถือว่าใช่”
เขาลุกขึ้นเก็บชาม
“วันนี้ข้าจะขึ้นเขา”
ไป๋หลิงเงยหน้าทันที
เทียนเซียวชะงัก
“ทำไม”
นางเดินตามเขาไป
“อยากไปด้วย?”
ไป๋หลิงพยักหน้า
“ไม่ได้”
นางทำหน้าบึ้งทันที
“เจ้าเพิ่งหายจากไข้”
นางเดินตามเขา
“พื้นบนเขาลื่น”
ยังตาม
“ทางบางช่วงมีหิมะหนา”
ยังตาม
เทียนเซียวหันกลับ
“เจ้าจะตามข้าไปจริง ๆ ใช่ไหม”
นางพยักหน้า
“ถ้าข้าบอกว่าไม่ให้ไป?”
นางนั่งลงกับพื้น
ทำท่าไม่ยอมขยับ
เทียนเซียวมองอยู่สองวินาที ก่อนหัวเราะออกมา
“นี่เจ้าเอาแต่ใจตั้งแต่เมื่อไร”
ไป๋หลิงสะบัดหาง
“เอาเถอะ”
เขาส่ายหน้า
“ถ้าอยากไปก็ไป แต่ต้องอยู่ใกล้ข้า”
นางลุกขึ้นทันที
“และห้ามวิ่ง”
นางหยุด
“ห้ามปีนต้นไม้”
นางหันหนี
“ห้ามหายไปจากสายตาข้า”
คราวนี้นางหันกลับมามองเขา
เทียนเซียวเลิกคิ้ว
“อะไร”
ไป๋หลิงจ้องหน้าเขา
“ข้าพูดจริง”
เขาก้มลงหยิบผ้าคลุมผืนเล็ก
“ถ้าเจ้าเกิดเจ็บขึ้นมาอีก ข้าจะต้องแบกเจ้ากลับบ้าน”
ไป๋หลิงกะพริบตา
“ไม่เชื่อ?”
นางส่ายหน้า
เทียนเซียวหัวเราะ
“เดี๋ยวเจ้าก็รู้”
ไม่นานทั้งสองก็ออกจากเรือน
อากาศด้านนอกหนาวกว่าที่คิด
ไป๋หลิงเดินตามชายหนุ่มไปอย่างระมัดระวัง
เทียนเซียวสะพายตะกร้าสานไว้บนหลัง
มือหนึ่งถือมีดเล็กสำหรับตัดสมุนไพร
อีกมือหนึ่งถือไม้เท้า
“เดินช้าหน่อย”
เขาหันมาบอก
ไป๋หลิงเดินเร็วขึ้น
“ข้าบอกให้ช้า”
นางหยุด
เทียนเซียวมองแล้วถอนหายใจ
“เจ้าดื้อจริง ๆ”
นางหันหน้าหนี
“เอาล่ะ ไม่ดุก็ได้”
เขาเดินกลับมาอยู่ข้าง ๆ
“แต่ถ้าล้ม ข้าไม่รับผิดชอบนะ”
ไป๋หลิงเหลือบมองเขา
“พูดเล่น”
เทียนเซียวหัวเราะ
“ถ้าเจ้าล้ม ข้าก็ช่วยอยู่ดี”
พวกเขาเดินขึ้นเขาไปได้ไม่นาน เทียนเซียวก็หยุดตรงลานหินเล็ก ๆ
เขาวางตะกร้าลง
“พักก่อน”
ไป๋หลิงนั่งลงข้างเขา
เทียนเซียวหยิบกระบอกน้ำออกมา
“ดื่มไหม”
นางมองกระบอกน้ำ
“ไม่เอา?”
ไป๋หลิงส่ายหน้า
เขาจึงดื่มเอง
นางมองเขาอยู่พักหนึ่ง
เทียนเซียวหันมา
“อะไร”
ไป๋หลิงใช้จมูกดันกระบอกน้ำ
เขามอง
แล้วหัวเราะ
“เปลี่ยนใจแล้วหรือ”
นางพยักหน้า
เทียนเซียวส่งให้
“ดื่มสิ”
ไป๋หลิงดื่มน้ำ
“ช้า ๆ”
นางเงยหน้าขึ้น
“ข้ารู้ว่าเจ้าดื่มเป็น”
เขาพูด
“แต่เจ้าทำเหมือนกลัวข้าจะแย่ง”
นางมองเขาอย่างไม่พอใจ
“ข้าไม่ได้จะแย่ง”
เขาเอากระบอกกลับมา
“รู้แล้ว”
จากนั้นเทียนเซียวก็ยื่นมือไปลูบศีรษะนาง
“เก่งมาก”
ไป๋หลิงนิ่งไป
นางไม่ชอบให้ใครแตะหัว
แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด...
นางกลับไม่ได้หลบ
“ขนนุ่มขึ้นแล้ว”
เขาพูด
“สงสัยยาจะได้ผล”
ไป๋หลิงหรี่ตา
เทียนเซียวหัวเราะ
“ไม่ต้องมองข้าแบบนั้น”
นางสะบัดหน้า
“เอาล่ะ ไปต่อ”
เส้นทางด้านบนเริ่มเต็มไปด้วยหิมะ
ต้นไม้สูงปกคลุมสองข้างทาง
แต่ไม่นาน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ก็ลอยมาตามลม
ไป๋หลิงหยุดทันที
เทียนเซียวหันกลับ
“ได้กลิ่นอะไรหรือ”
นางมองไปทางเนินด้านหน้า
เทียนเซียวเดินตามสายตาไป
“ดอกเหมย?”
เขายิ้ม
“ถึงแล้ว”
ตรงหน้าเป็นต้นเหมยหลายต้น
ดอกสีแดงสดเบ่งบานอยู่ท่ามกลางหิมะ
ไป๋หลิงเดินเข้าไปใกล้ทันที
เทียนเซียวรีบตาม
“ช้าหน่อย”
นางหยุด
เขาหัวเราะ
“เจ้านี่พอเห็นดอกไม้แล้วลืมเจ็บเลยหรือ”
ไป๋หลิงมองดอกเหมย
“ชอบมากหรือ”
นางพยักหน้า
เทียนเซียวเงยหน้ามองต้นไม้
“แม่ข้าก็ชอบ”
ไป๋หลิงหันกลับ
“ตอนเด็ก ๆ บ้านข้ามีต้นเหมยอยู่หน้าประตู”
เขาพูดพลางเอื้อมมือแตะกิ่ง
“ทุกฤดูหนาวแม่จะเก็บดอกมาทำชา”
ไป๋หลิงนั่งฟัง
เทียนเซียวเงียบไปครู่หนึ่ง
“ตอนนี้ไม่มีแล้ว”
นางมองเขา
เขาไม่พูดต่อ
นางจึงขยับเข้าไปใกล้
เทียนเซียวก้มมอง
“ทำไม”
ไป๋หลิงใช้จมูกแตะมือเขาเบา ๆ
ชายหนุ่มนิ่ง
จากนั้นยิ้มบาง ๆ
“ปลอบข้าหรือ”
นางพยักหน้า
“เจ้าทำแบบนี้เป็นด้วยหรือ”
ไป๋หลิงพยักหน้าอีกครั้ง
“ถ้าอย่างนั้น...ขอบใจ”
เขาลูบศีรษะนาง
“ดีขึ้นแล้ว”
นางไม่รู้ว่าเขาหมายถึงตัวเองหรือหมายถึงความรู้สึกของเขา
แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มของเขา นางก็รู้สึกโล่งขึ้นมา
“เอากลับบ้านสักกิ่งไหม”
ไป๋หลิงหันไปมอง
“ข้าจะเอาไปใส่แจกัน”
นางพยักหน้า
เทียนเซียวเอื้อมมือไปเด็ดกิ่งหนึ่ง
แต่ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“หากเป็นข้า ข้าจะเลือกกิ่งที่อยู่สูงกว่านั้น”
ทั้งคู่หันกลับ
ชายชราคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล
เขาสะพายตะกร้าไม้และถือไม้เท้า
เทียนเซียวขมวดคิ้ว
“ท่านลุงมาจากไหน”
“หมู่บ้านอีกด้าน”
ชายชราตอบ
“ข้าขึ้นมาเก็บเห็ด”
เทียนเซียวพยักหน้า
“ช่วงนี้บนเขาลื่น ระวังด้วย”
“เจ้าต่างหากที่ต้องระวัง”
ชายชรามองไป๋หลิง
“พาจิ้งจอกขึ้นมาทำไม”
เทียนเซียวตอบทันที
“มันอยากมา”
ชายชราหัวเราะ
“สัตว์จะอยากไปไหนด้วยหรือ”
“ตัวนี้ฉลาด”
เทียนเซียวพูด
“มันเข้าใจที่ข้าพูด”
ไป๋หลิงมองเขา
ชายชราหัวเราะเสียงดัง
“เจ้ารักสัตว์มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วนะ หมอหลี่”
“มันแค่บาดเจ็บ”
“ถ้าหายแล้วจะปล่อยหรือ”
เทียนเซียวเงียบ
ชายชรามองเขาอย่างรู้ทัน
“ไม่ปล่อยสินะ”
“ถ้ามันอยากอยู่ ก็ให้อยู่”
คำตอบนั้นทำให้ไป๋หลิงเงียบ
ชายชราพยักหน้า
“ตามใจเจ้า”
เขาเดินจากไป
เทียนเซียวมองตาม
ไป๋หลิงมองหน้าเขา
“อะไร”
นางจ้อง
“เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่”
นางเอียงหัว
“หรือสงสัยว่าข้าจะเลี้ยงเจ้าไปจนแก่หรือไม่”
ไป๋หลิงกะพริบตา
เทียนเซียวหัวเราะ
“ไม่รู้ว่าเจ้าจะอยู่กับข้าได้นานแค่ไหน”
เขายื่นกิ่งเหมยให้
“แต่ตราบใดที่เจ้ายังไม่ไป ข้าก็จะดูแล”
ไป๋หลิงรับกิ่งไม้ด้วยปาก
หัวใจของนางเต้นผิดจังหวะอีกครั้ง
พวกเขาเดินต่อ
คราวนี้เทียนเซียวเก็บสมุนไพรไปพลาง พูดคุยกับนางไปพลาง
“รู้ไหมว่าสมุนไพรนี้ใช้ทำอะไร”
ไป๋หลิงส่ายหน้า
“แก้ปวดท้อง”
เขาหยิบขึ้นมา
“ส่วนอันนี้ใช้ลดไข้”
นางมอง
“ถ้าเจ้าป่วยอีก ข้าจะต้มให้”
นางรีบส่ายหน้า
เทียนเซียวหัวเราะ
“กลัวยา?”
พยักหน้า
“แต่เจ้ากินได้ดีมาก”
นางมองค้อน
“หรือไม่จริง”
นางสะบัดหาง
“ข้ารู้แล้ว ๆ ยาข้าไม่อร่อย”
เขาหัวเราะ
“ถ้าครั้งหน้าไม่อยากกิน ข้าจะใส่น้ำผึ้งเพิ่ม”
นางพยักหน้า
“ตกลง”
พวกเขาเดินต่อจนถึงลำธารเล็ก ๆ
น้ำใสไหลผ่านก้อนหิน
เทียนเซียววางตะกร้าแล้วนั่งลง
“เหนื่อยไหม”
ไป๋หลิงนั่งข้างเขา
“ข้าเหนื่อยแล้ว”
เขาพูดกับตัวเอง
“แต่เจ้าดูเหมือนยังอยากเดินต่อ”
นางพยักหน้า
“เจ้าจะเดินไปถึงยอดเขาเลยหรือ”
นางพยักหน้าอีก
“ไม่”
เขาตอบทันที
ไป๋หลิงมองเขา
“ข้าบอกไม่”
นางหันหนี
“อย่ามาทำหน้าแบบนั้น”
นางยังไม่หัน
เทียนเซียวถอนหายใจ
“พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”
นางหันกลับ
“ถ้าเจ้าหายดีจริง ๆ ข้าจะพาเจ้าขึ้นไป”
ดวงตาของนางเป็นประกาย
“แต่ต้องรับปากว่าจะไม่วิ่งหนี”
นางพยักหน้า
“และไม่เข้าใกล้หน้าผา”
พยักหน้า
“ไม่กินของแปลก”
นางชะงัก
“ข้ารู้ว่าเจ้าชอบแอบกินผลไม้บนเขา”
นางทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“เมื่อวานข้าหาเศษเปลือกได้”
นางหันหนี
เทียนเซียวหัวเราะ
“จับได้แล้ว”
ไป๋หลิงทำหน้าหงุดหงิด
“เอาล่ะ ไม่แกล้งแล้ว”
เขาหยิบขนมชิ้นเล็กจากถุงออกมา
“เอาไหม”
นางหันกลับทันที
เทียนเซียวหัวเราะ
“ทีอย่างนี้หันเร็วเชียวนะ”
ไป๋หลิงกินขนมจากมือเขา
“อร่อยหรือ”
นางพยักหน้า
“ถ้าอยากได้อีกต้องกลับบ้าน”
นางมองเขา
“อย่ามองแบบนั้น ข้ามีแค่ชิ้นเดียว”
ไป๋หลิงนั่งนิ่ง
“เจ้าคิดว่าข้าโกหก?”
นางพยักหน้า
“ข้าจะค้นให้ดูไหม”
เขายื่นถุงมา
นางดม
ไม่มีจริง ๆ
เทียนเซียวหัวเราะ
“เห็นไหม”
จากนั้นเขาลุกขึ้น
“กลับกันเถอะ”
ระหว่างทางกลับ หิมะเริ่มตกลงมาอีกครั้ง
ไป๋หลิงเดินอยู่ข้างเทียนเซียว
แต่พื้นบางช่วงลื่นมาก
นางก้าวพลาด
ร่างเล็กไถลลง
“ระวัง!”
เทียนเซียวรีบคว้าตัวนาง
ไป๋หลิงตกอยู่ในอ้อมแขนของเขา
ทั้งคู่ชะงัก
“เจ็บหรือไม่”
นางส่ายหน้า
“แน่ใจ?”
พยักหน้า
เทียนเซียวถอนหายใจ
“ข้าบอกแล้ว”
เขาอุ้มนางขึ้น
ไป๋หลิงพยายามดิ้น
“อย่าดิ้น”
นางหยุด
“ข้าจะพากลับเอง”
เขาเดินต่อโดยไม่สนใจน้ำหนักของนาง
ไป๋หลิงซบอยู่กับอกเขา
“หนักไหม”
นางส่ายหน้า
“ข้าถามเจ้า”
นางพยักหน้า
เทียนเซียวหัวเราะ
“ตอบผิดแล้ว”
นางมองเขา
“เอาเถอะ ถือว่าเจ้าไม่หนัก”
เขาเดินไปเงียบ ๆ อยู่พักหนึ่ง
ก่อนพูดขึ้น
“ไป๋หลิง”
จิ้งจอกขาวเงยหน้าทันที
ชายหนุ่มชะงัก
“ข้าจะเรียกเจ้าว่าอะไรดี”
นางนิ่ง
“ข้าไม่อยากเรียกไป๋ไป๋แล้ว”
นางพยักหน้าแรง
“เห็นไหม เจ้าก็ไม่ชอบ”
เทียนเซียวคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“งั้นเรียกเจ้าว่าเสี่ยวไป๋?”
นางส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว
“ไม่ชอบอีก?”
นางพยักหน้า
“แล้วชื่ออะไรดี”
ไป๋หลิงมองเขา
ถ้านางพูดได้...
นางอยากบอกเขาเหลือเกินว่า
ข้าชื่อไป๋หลิง
เรียกข้าว่าไป๋หลิงสิ
แต่เสียงของนางยังไม่อาจออกมาได้
เทียนเซียวจึงหัวเราะ
“เอาไว้เจ้าพูดได้เมื่อไร ค่อยมาบอกข้า”
นางมองเขา
“ตกลงไหม”
ไป๋หลิงพยักหน้า
เขาไม่รู้เลยว่าชื่อที่เขากำลังรอฟัง...
เป็นชื่อเดียวกับที่นางใช้มานานกว่าพันปี
และเขาไม่รู้เช่นกันว่า วันที่นางสามารถพูดชื่อของตัวเองต่อหน้าเขาได้จริง ๆ นั้น ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เมื่อกลับถึงเรือน เทียนเซียววางนางลงข้างเตา
กิ่งดอกเหมยถูกนำไปใส่แจกัน
กลิ่นหอมอ่อน ๆ กระจายไปทั่วห้อง
เทียนเซียวมองดอกไม้
“สวยดี”
ไป๋หลิงมองเขา
“พรุ่งนี้ถ้าอากาศดี ข้าจะพาเจ้าไปอีก”
นางพยักหน้า
“แต่ต้องสัญญาก่อน”
เขายกนิ้วขึ้น
“ห้ามวิ่ง”
นางพยักหน้า
“ห้ามปีนเขา”
พยักหน้า
“ห้ามกินของแปลก”
นางลังเล
เทียนเซียวหัวเราะ
“ข้อนี้สำคัญที่สุด”
นางจึงพยักหน้าอย่างจำใจ
“ดีมาก”
เขาลูบศีรษะนาง
“ถ้าเจ้าเชื่อฟัง ข้าจะทำขนมให้กิน”
ไป๋หลิงตาเป็นประกายทันที
เทียนเซียวหัวเราะ
“รู้แล้วว่าต้องใช้อะไรล่อเจ้า”
นางหันหน้าหนีอย่างเขิน ๆ
แต่หางกลับส่ายไปมาโดยไม่รู้ตัว
เทียนเซียวมองแล้วหัวเราะเบา ๆ
ในเรือนเล็ก ๆ ที่มีเพียงแสงตะเกียงกับกลิ่นสมุนไพร...
ไม่มีใครรู้ว่าความผูกพันกำลังค่อย ๆ เกิดขึ้น
ชายหนุ่มคนหนึ่งคิดว่าเขากำลังดูแลจิ้งจอกบาดเจ็บ
ส่วนจิ้งจอกพันปีคิดว่าตัวเองเพียงแค่กำลังเรียนรู้หัวใจของมนุษย์
แต่ทั้งคู่ยังไม่รู้เลยว่า...
สิ่งที่เรียกว่า “การเรียนรู้” ในครั้งนี้
กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนเป็น “ความผูกพัน”
ทีละน้อย
โดยไม่มีใครทันรู้ตัว
