บทที่ 5 รอยเท้าที่ไม่ใช่ของมนุษย์
หิมะยังคงตกไม่หยุด
เกล็ดสีขาวปลิวผ่านลมหนาวและเกาะตามกิ่งไม้จนหนักอึ้ง แต่สิ่งที่ทำให้หลี่เทียนเซียวรู้สึกหนาวกว่าความเย็นจากภายนอก กลับเป็นรอยเท้าประหลาดที่ทอดยาวอยู่หน้าบ้าน
เขาย่อตัวลงมองพื้นอีกครั้ง
รอยนั้นลึกกว่ารอยเท้าของสัตว์ทั่วไป
ด้านหน้าเหมือนอุ้งเท้า แต่มีรอยแหลมเล็ก ๆ อยู่ตรงปลาย
ที่สำคัญคือมันมีรอยลากยาวต่อกันเป็นช่วง ๆ
เทียนเซียวขมวดคิ้ว
“มันคืออะไร?”
เซียวอวิ๋นเหอไม่ตอบทันที
ชายหนุ่มใช้ปลายดาบเขี่ยหิมะเบา ๆ ก่อนก้มลงตรวจรอยอีกครั้ง
“ไม่ใช่หมาป่า”
“สุนัขป่า?”
“ไม่ใช่”
“เสือ?”
“ไม่”
เทียนเซียวเริ่มหงุดหงิด
“เจ้าตอบว่าไม่หมดทุกอย่าง แล้วตกลงมันเป็นอะไร?”
อวิ๋นเหอเงยหน้ามองเขา
“ถ้าข้ารู้ ข้าคงบอกไปแล้ว”
“แล้วเจ้าดูออกหรือไม่ว่ามันอันตราย?”
“อันตราย”
คำตอบสั้น ๆ ทำให้เทียนเซียวเงียบ
เขาหันไปมองเรือนของตัวเอง
“มันเข้ามาใกล้บ้านขนาดนี้ได้อย่างไร”
“มันอาจไม่ได้ตั้งใจมาหาเจ้า”
“แล้วมันมาหาอะไร?”
อวิ๋นเหอมองหน้าต่าง
“ข้าไม่แน่ใจ”
เทียนเซียวเดินเข้าไปใกล้รอยอีกครั้ง
“ถ้าอย่างนั้นเราตามมันไป”
“ไม่ได้”
“ทำไม?”
“เพราะตอนนี้มันต้องการให้เราตาม”
เทียนเซียวชะงัก
“หมายความว่า?”
อวิ๋นเหอชี้ไปยังรอยเท้า
“ดูให้ดี”
เทียนเซียวก้มลง
รอยเท้าทอดจากชายป่าเข้ามาถึงหน้าบ้าน
แต่พอถึงบริเวณใต้หน้าต่าง มันกลับหยุด
ไม่มีรอยต่อไป
เทียนเซียวมองซ้ายขวา
“หายไป?”
“ใช่”
“เป็นไปได้อย่างไร?”
“มันไม่ได้หายไป”
อวิ๋นเหอพูดช้า ๆ
“มันกลับไปทางเดิม”
“แต่ไม่มีรอยเท้า”
“เพราะมันไม่ได้เดินกลับ”
เทียนเซียวมองหน้าเขา
“แล้วมันทำอย่างไร?”
อวิ๋นเหอไม่ตอบ
ชายหนุ่มใช้ปลายดาบชี้ไปยังต้นไม้ด้านหลัง
บนกิ่งไม้ที่อยู่สูงจากพื้นหลายจั้ง มีรอยข่วนสดใหม่อยู่หลายแห่ง
เทียนเซียวเบิกตา
“มันปีนขึ้นต้นไม้?”
“อาจจะ”
“สัตว์อะไรปีนได้ถึงตรงนั้น?”
“สัตว์ธรรมดาหลายชนิด”
อวิ๋นเหอหยุด
“แต่สิ่งที่ข้าสัมผัสได้เมื่อครู่นี้ไม่ธรรมดา”
เทียนเซียวเงียบ
เขามองเข้าไปในความมืดของป่า
“เจ้าสัมผัสอะไรได้?”
“กลิ่นอายปีศาจ”
เทียนเซียวหันกลับ
“ของจิ้งจอกข้าหรือ?”
อวิ๋นเหอไม่ตอบทันที
“ไม่เหมือน”
คำตอบนั้นทำให้เทียนเซียวขมวดคิ้ว
“ไม่เหมือนหมายความว่าอย่างไร?”
“กลิ่นอายของมันต่างจากจิ้งจอกที่อยู่ในบ้านเจ้า”
“แต่เจ้าบอกว่าจิ้งจอกของข้าอาจเป็นปีศาจ”
“ข้าบอกว่าอาจ”
“แล้วตอนนี้?”
อวิ๋นเหอหันไปมองหน้าต่างอีกครั้ง
“ตอนนี้ข้ายังไม่แน่ใจ”
เทียนเซียวถอนหายใจ
“เจ้าทำให้เรื่องยุ่งกว่าเดิมจริง ๆ”
“เจ้าควรดีใจ”
“เรื่องอะไร?”
“อย่างน้อยมันแปลว่าจิ้งจอกของเจ้าอาจไม่ใช่สิ่งที่ข้ากำลังตามหา”
เทียนเซียวมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ
“คำว่า ‘อาจ’ ของเจ้านี่ช่างน่ารำคาญ”
อวิ๋นเหอหัวเราะเบา ๆ
“ข้าก็คิดเช่นนั้น”
ทั้งสองเดินกลับเข้าบ้าน
ไป๋หลิงยังนั่งอยู่ข้างเตา
ทันทีที่เทียนเซียวปิดประตู นางก็รีบเดินเข้าไปหาเขา
ชายหนุ่มคุกเข่าลง
“กลัวหรือ?”
ไป๋หลิงส่ายหน้า
เทียนเซียวมองดวงตาของนาง
“โกหก”
นางชะงัก
“ข้ารู้ว่าเจ้ากลัว”
เขายื่นมือไปลูบหัว
“แต่ไม่ต้องกลัวแล้ว”
ไป๋หลิงเงยหน้ามองอวิ๋นเหอ
ชายหนุ่มนักดาบยืนอยู่ไม่ไกล
นางไม่ชอบสายตาของเขา
มันไม่ได้เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
แต่มันเป็นสายตาของคนที่กำลังสังเกตทุกอย่าง
อวิ๋นเหอพูดขึ้น
“มันมองข้าเหมือนข้าเป็นคนผิด”
เทียนเซียวหัวเราะ
“เจ้าคิดไปเอง”
“จริงหรือ?”
“จริง”
ไป๋หลิงสะบัดหาง
เทียนเซียวมองนาง
“เห็นไหม?”
อวิ๋นเหอมองจิ้งจอกขาว
“มันเข้าใจเราจริง ๆ”
เทียนเซียวตอบ
“ข้าบอกแล้ว”
“มันฉลาดกว่าจิ้งจอกทั่วไป”
“ใช่”
“และมันไม่กลัวเจ้า”
“เพราะข้าเลี้ยงมัน”
“แต่มันกลัวข้า”
ไป๋หลิงถอยไปอยู่หลังเทียนเซียวทันที
อวิ๋นเหอเลิกคิ้ว
“เห็นหรือยัง?”
เทียนเซียวหัวเราะ
“ข้าบอกแล้วว่ามันไม่ชอบคนแปลกหน้า”
อวิ๋นเหอเดินเข้าไปหนึ่งก้าว
ไป๋หลิงถอยหลังทันที
เทียนเซียวกางแขนขวาง
“อย่าเข้าใกล้”
“ข้าแค่จะดู”
“ไม่ต้องดู”
“เจ้าปกป้องมันมากเกินไป”
“มันเป็นคนไข้ของข้า”
“สัตว์”
“ก็คนไข้ของข้าเหมือนกัน”
อวิ๋นเหอจ้องเขา
“เจ้าพูดเหมือนมันเป็นคน”
เทียนเซียวตอบเรียบ ๆ
“แล้วมันผิดตรงไหน?”
อวิ๋นเหอไม่ตอบ
เทียนเซียวจึงนั่งลงข้างไป๋หลิง
“คืนนี้เจ้าพักที่นี่ได้”
อวิ๋นเหอเลิกคิ้ว
“หลังจากที่เจ้ารู้ว่าข้าเป็นใคร?”
“เจ้าบอกว่ากำลังถูกตามล่า”
“ใช่”
“ใครตาม?”
“คนจากสำนักของข้าเอง”
เทียนเซียวชะงัก
“เจ้าทะเลาะกับสำนัก?”
“ไม่เชิง”
“แล้วทำไมถึงถูกตาม?”
อวิ๋นเหอเงียบ
“ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบ”
เทียนเซียวลุกขึ้น
“ข้าไม่ได้อยากรู้เรื่องคนอื่นมากนัก”
อวิ๋นเหอมองเขา
“เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนดีหรือ?”
เทียนเซียวหันกลับ
“ข้าไม่รู้”
“แล้วทำไมให้ข้าพัก?”
“เพราะเจ้าหนาว”
อวิ๋นเหอหัวเราะ
“แค่นั้น?”
“แค่นั้น”
“ถ้าข้าเป็นคนร้าย?”
เทียนเซียวตอบ
“ถ้าเจ้าคิดจะฆ่าข้า เจ้าคงทำไปตั้งแต่ตอนเข้าบ้านแล้ว”
อวิ๋นเหอเงียบไปครู่หนึ่ง
“เจ้าประมาท”
“อาจจะ”
“หรือเจ้ามั่นใจว่าข้าจะไม่ทำ”
เทียนเซียวมองเขา
“ข้าดูคนไม่เก่ง”
เขายิ้มบาง ๆ
“แต่เจ้าดูไม่เหมือนคนที่ฆ่าคนไม่มีเหตุผล”
อวิ๋นเหอมองเขานิ่ง
“เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
“ไม่รู้”
“แล้วพูดทำไม?”
“ข้าแค่พูด”
อวิ๋นเหอส่ายหน้า
“เจ้านี่...”
“อะไร?”
“ไม่มีอะไร”
ไป๋หลิงมองทั้งสองคนสลับกัน
นางไม่เข้าใจว่ามนุษย์พูดเรื่องที่ไม่จำเป็นมากมายเช่นนี้ทำไม
แต่กลับรู้สึกว่า...
บ้านหลังเล็กของเทียนเซียวดูไม่เงียบเหมือนทุกคืน
และนั่นทำให้นางรู้สึกแปลก ๆ
ไม่ใช่เพราะไม่ชอบ
ตรงกันข้าม
นางกลับชอบมัน
เวลาที่มีเสียงคนพูดคุยกัน
เวลาที่เทียนเซียวหัวเราะ
เวลาที่อวิ๋นเหอถามอะไรแล้วเทียนเซียวตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา
มันทำให้บ้านหลังนี้มีชีวิต
“เจ้ากินข้าวหรือยัง?”
เทียนเซียวถามอวิ๋นเหอ
“ยัง”
“รอเดี๋ยว”
เขาเดินไปเปิดหม้อ
“มีแค่ข้าวต้ม”
“ข้ากินได้”
“มีผักดองด้วย”
“ข้ากินได้”
“ไม่มีเนื้อ”
“ไม่เป็นไร”
เทียนเซียวหันกลับ
“เจ้ากินง่ายกว่าที่คิด”
“ข้าเดินทางมาหลายวัน”
“แล้วจะไปไหน?”
“ไม่รู้”
เทียนเซียวชะงัก
“ไม่รู้?”
“ตอนนี้ข้าแค่ต้องหลบคนของสำนัก”
“แล้วหลังจากนั้น?”
“ค่อยคิด”
เทียนเซียวตักข้าวต้มใส่ถ้วย
“ดูเหมือนชีวิตเจ้าจะยุ่งกว่าข้า”
อวิ๋นเหอรับถ้วย
“ชีวิตเจ้าก็ไม่ได้ง่าย”
“อย่างน้อยข้าก็ไม่ถูกคนถือดาบตาม”
อวิ๋นเหอเงียบ
เทียนเซียวมองเขา
“พูดเล่น”
“ข้ารู้”
“เจ้ากินเถอะ”
ทั้งสามอยู่ในห้องเล็ก ๆ
คนหนึ่งกินข้าว
คนหนึ่งเตรียมสมุนไพร
อีกหนึ่งนอนอยู่ใกล้เตา
ทุกอย่างดูเหมือนจะกลับเข้าสู่ความสงบ
จนกระทั่ง...
กึก
เสียงบางอย่างกระทบหน้าต่าง
เทียนเซียวหยุดมือ
อวิ๋นเหอวางถ้วยลงทันที
“ได้ยินไหม?”
“ได้ยิน”
กึก...
ครั้งที่สองดังขึ้น
ไป๋หลิงลุกขึ้น
ขนทั่วร่างตั้งชัน
เทียนเซียวหันมามอง
“อยู่นี่”
นางไม่ฟัง
เดินไปใกล้หน้าต่าง
“ไป๋หลิง”
นางหยุด
เทียนเซียวเดินมาหยุดข้าง ๆ
เขาค่อย ๆ เปิดม่าน
ไม่มีอะไร
มีเพียงหิมะ
“ไม่เห็นมีอะไร”
อวิ๋นเหอเดินเข้ามา
“ถอย”
“ทำไม?”
“ถอยก่อน”
เทียนเซียวทำตาม
อวิ๋นเหอเปิดหน้าต่างอย่างรวดเร็ว
ลมหนาวพุ่งเข้ามา
บนขอบหน้าต่างมีรอยเปื้อนสีดำ
เทียนเซียวมอง
“เลือด?”
อวิ๋นเหอใช้นิ้วแตะ
“ไม่ใช่”
“แล้วอะไร?”
อวิ๋นเหอสูดกลิ่น
“คราบพลังปีศาจ”
เทียนเซียวหันไปมองไป๋หลิงทันที
นางยืนตัวแข็ง
อวิ๋นเหอเองก็มองนาง
แต่คราวนี้เขาไม่ได้ยกดาบ
เขากลับพูดว่า
“ไม่ใช่ของมัน”
เทียนเซียวถอนหายใจ
“แน่ใจ?”
“แน่ใจ”
“แล้วของใคร?”
อวิ๋นเหอเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง
“ของสิ่งที่อยู่ใกล้กว่าที่เราคิด”
เทียนเซียวเดินไปใกล้
“ตรงไหน?”
อวิ๋นเหอชี้ไปยังพื้นหิมะ
“ตรงนั้น”
ใต้หน้าต่างมีรอยเท้าอีกชุด
แต่คราวนี้มันไม่ได้เหมือนรอยก่อนหน้า
มันคล้ายรอยเท้าของมนุษย์
เพียงแต่ปลายเท้ามีกรงเล็บยาว
เทียนเซียวมองอย่างไม่อยากเชื่อ
“นี่มัน...”
“ปีศาจจำแลง”
อวิ๋นเหอตอบ
“มันอาจเข้ามาในหมู่บ้านแล้ว”
เทียนเซียวถามทันที
“มันจะทำอะไร?”
“ขึ้นอยู่กับว่ามันต้องการอะไร”
“แล้วถ้ามันต้องการจิ้งจอกของข้า?”
อวิ๋นเหอเงียบ
เทียนเซียวหันไปมองไป๋หลิง
“มันจะทำอะไรนาง?”
“ข้าไม่รู้”
“แต่เจ้าพอเดาได้”
อวิ๋นเหอถอนหายใจ
“ปีศาจที่ตามหาสิ่งใดบางอย่างมักไม่หยุดง่าย ๆ”
“หมายความว่าเราต้องหนี?”
“ถ้ามันยังไม่รู้แน่ชัดว่าของอยู่ที่ไหน เราอาจยังมีเวลา”
เทียนเซียวขมวดคิ้ว
“เรา?”
อวิ๋นเหอพยักหน้า
“ใช่”
“เจ้าจะช่วยข้า?”
“ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันกำลังตามหาอะไร”
เทียนเซียวมองเขา
“นั่นไม่ใช่คำตอบที่ทำให้ข้าสบายใจเลย”
อวิ๋นเหอหัวเราะ
“แต่เป็นคำตอบที่จริงที่สุด”
ไป๋หลิงเดินเข้ามาหาเทียนเซียว
นางใช้หัวถูมือเขา
เทียนเซียวก้มมอง
“ไม่ต้องกลัว”
นางเงยหน้า
“คืนนี้ข้าจะไม่ออกไปไหน”
นางกะพริบตา
“และเจ้าก็ไม่ต้องออกไปไหน”
เขาพูดต่อ
“พรุ่งนี้เราจะคิดว่าจะทำอย่างไร”
อวิ๋นเหอถาม
“เจ้าแน่ใจหรือว่าจะให้มันอยู่ที่นี่ต่อ?”
เทียนเซียวตอบ
“ข้าจะไม่ทิ้งมัน”
“แม้จะอันตราย?”
“ใช่”
“แม้สิ่งที่ตามมันมาอาจเป็นปีศาจที่แข็งแกร่งกว่าพวกเรา?”
เทียนเซียวเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบ
“ข้าก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร”
เขาลูบหัวไป๋หลิงเบา ๆ
“แต่ข้ารู้ว่าไม่ควรทิ้งมันไว้กลางหิมะ”
อวิ๋นเหอมองภาพนั้น
แล้วพูดเสียงเบา
“บางทีสิ่งที่เจ้าช่วยไว้...อาจไม่ได้ต้องการคนรักษา”
เทียนเซียวเงยหน้า
“หมายความว่า?”
“มันอาจต้องการคนที่เชื่อใจมัน”
เทียนเซียวมองไป๋หลิง
“ถ้าอย่างนั้นก็ให้มันเลือกเอง”
เขาก้มลงสบตานาง
“เจ้าจะอยู่กับข้าต่อหรือไม่?”
ไป๋หลิงนิ่งไป
คำถามง่าย ๆ
แต่สำหรับนางกลับหนักกว่าคำถามใดในพันปีที่ผ่านมา
เพราะนางรู้ดีว่า...
หากนางยังอยู่ที่นี่
ชีวิตของชายมนุษย์คนนี้อาจต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของปีศาจ
อาจต้องตกอยู่ในอันตราย
และอาจถึงขั้น...
สูญเสียชีวิตเพราะนาง
แต่เมื่อมองดวงตาของเขา
ไป๋หลิงกลับไม่สามารถเดินหนีได้
นางค่อย ๆ พยักหน้า
เทียนเซียวยิ้ม
“ตกลง”
อวิ๋นเหอหันไปมองด้านนอกอีกครั้ง
“ถ้าอย่างนั้นคืนนี้อย่าดับไฟ”
เทียนเซียวถาม
“ทำไม?”
“เพราะสิ่งที่อยู่ในป่าต้องรู้ว่าเราระวังมันอยู่”
“แล้วมันจะไม่เข้ามาหรือ?”
“มันอาจเข้ามา”
เทียนเซียวถอนหายใจ
“เจ้าช่วยพูดอะไรที่ฟังแล้วสบายใจกว่านี้ไม่ได้หรือ?”
“ไม่ได้”
“ก็คิดไว้แล้ว”
อวิ๋นเหอนั่งลงข้างประตู
มือยังจับด้ามดาบ
เทียนเซียวกลับไปเติมฟืนในเตา
ส่วนไป๋หลิงนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งสอง
นางมองแสงไฟ
มองชายหนุ่มผู้ช่วยชีวิตนาง
แล้วมองนักล่าปีศาจที่ยังไม่รู้ว่านางเป็นใคร
ไม่มีใครรู้ว่าค่ำคืนนี้จะจบลงอย่างไร
แต่ก่อนที่เสียงลมจะกลบทุกอย่าง...
จากแนวป่าห่างออกไปกลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“ครืน...”
ต้นไม้หลายต้นสั่นไหวพร้อมกัน
อวิ๋นเหอลุกขึ้นทันที
เทียนเซียวกำหมัดแน่น
ไป๋หลิงหันไปมองหน้าต่าง
บนพื้นหิมะ...
รอยเท้าชุดใหม่กำลังปรากฏขึ้นทีละรอย
หนึ่งรอย...
สองรอย...
สามรอย...
และครั้งนี้มันไม่ได้มาจากป่า
แต่มาจากด้านหลังเรือน
กำลังเคลื่อนตรงเข้าหาประตูอย่างช้า ๆ
อวิ๋นเหอชักดาบ
เทียนเซียวลุกขึ้นยืน
“มันมาแล้ว?”
อวิ๋นเหอตอบเพียงประโยคเดียว
“ใช่”
รอยเท้าหยุดอยู่หน้าประตู
ทุกอย่างเงียบลง
จากนั้นเสียงหัวเราะของใครบางคนก็ดังขึ้นเบา ๆ
“เจอแล้ว...”
ไป๋หลิงเบิกตากว้าง
เพราะเสียงนั้นไม่ได้เรียกชื่อของนาง
แต่กลับเรียกชื่อที่นางไม่เคยบอกใครในโลกมนุษย์
“ไป๋หลิง...”
ร่างของนางแข็งค้าง
เทียนเซียวหันกลับมามองทันที
“ไป๋หลิง?”
นางเงยหน้าขึ้น
ความลับที่นางพยายามซ่อนไว้...
กำลังถูกบางสิ่งจากอดีตตามมาถึงหน้าประตูแล้ว
