บทที่ 7 ชื่อของนางคือไป๋หลิง

แสงอาทิตย์ยามเช้า

ส่องผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาในเรือนเล็ก ๆ

หลี่เทียนเซียวเป็นคนแรกที่ตื่น

เขาลืมตาขึ้นช้า ๆ ก่อนนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น

จิ้งจอกขาวของเขา...

กลายเป็นหญิงสาว

เทียนเซียวลุกขึ้นนั่งทันที

“ไป๋หลิง?”

เสียงของเขาทำให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างหน้าต่างหันกลับมา

“ตื่นแล้วหรือ?”

เทียนเซียวมองนางนิ่ง

“เจ้าพูดได้จริง ๆ ด้วย”

ไป๋หลิงกะพริบตา

“ข้าบอกเจ้าไปแล้ว”

“ข้ายังไม่ชิน”

“ข้าก็ยังไม่ชินเหมือนกัน”

“กับอะไร?”

“ร่างนี้”

นางก้มมองมือของตัวเอง

“ข้ารู้สึกแปลก”

เทียนเซียวลุกขึ้น

“แปลกอย่างไร?”

“มือใหญ่เกินไป”

“นี่เรียกใหญ่?”

เขามองมือตัวเอง แล้วมองมือนาง

“ของข้าต่างหากที่ใหญ่”

ไป๋หลิงหัวเราะ

“จริงด้วย”

เทียนเซียวชะงัก

เขาเพิ่งสังเกตว่าเสียงหัวเราะของนางในร่างมนุษย์ฟังดูนุ่มกว่าที่คิด

“เจ้าหัวเราะอะไร?”

“ข้าคิดว่ามือของเจ้าดูใหญ่”

“แล้วมันตลกตรงไหน?”

“ไม่รู้”

“เจ้านี่แปลกจริง”

“ข้าก็เป็นปีศาจ”

“อย่าเพิ่งเอาเรื่องนั้นมาพูดตอนข้ายังไม่ตื่นดี”

ไป๋หลิงยิ้ม

เทียนเซียวหันไปมองรอบห้อง

“อวิ๋นเหอล่ะ?”

“ออกไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง”

“ไปไหน?”

“เขาบอกว่าจะดูรอยเท้า”

เทียนเซียวพยักหน้า

“สมกับเป็นเขา”

เขาเดินไปหยิบเสื้อคลุมตัวหนึ่งจากหีบไม้ แล้วส่งให้นาง

“เอาไปคลุม”

ไป๋หลิงรับมา

“นี่ของเจ้า?”

“ใช่”

“แล้วเจ้าจะใส่อะไร?”

“ข้ามีอีกตัว”

“แน่ใจ?”

“แน่ใจ”

นางมองเสื้อในมือ

“ขอบคุณ”

“ไม่ต้องขอบคุณทุกเรื่องก็ได้”

“ทำไม?”

“ฟังแล้วเหมือนเราไม่สนิทกัน”

ไป๋หลิงเงียบ

คำว่า “สนิท” ทำให้นางรู้สึกแปลก

เทียนเซียวเองก็ดูเหมือนเพิ่งรู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไป

เขาจึงไอเบา ๆ

“ข้าหมายถึง...เราอยู่บ้านเดียวกันมาหลายวันแล้ว”

“อืม”

“ดังนั้นไม่ต้องเกรงใจ”

“ตกลง”

“ดี”

ทั้งคู่เงียบไปครู่หนึ่ง

เทียนเซียวเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน

“เจ้าหิวหรือยัง?”

ไป๋หลิงพยักหน้า

“มาก”

“เมื่อก่อนตอนเป็นจิ้งจอก เจ้ากินนิดเดียวเอง”

“เพราะข้าไม่ชอบอาหารของเจ้า”

เทียนเซียวชะงัก

“อะไรนะ?”

“อาหารของเจ้าไม่อร่อย”

“แล้วทำไมตอนนั้นกิน?”

“เพราะข้าหิว”

“นี่เจ้ากำลังดูถูกฝีมือข้า?”

“ข้าแค่พูดความจริง”

เทียนเซียวหัวเราะ

“ดี”

“ดีอะไร?”

“ในที่สุดเจ้าก็พูดตรง ๆ”

“เจ้าไม่โกรธ?”

“ไม่”

เขาลุกขึ้น

“วันนี้ข้าจะทำอาหารให้เจ้ากินเอง”

ไป๋หลิงมองตาม

“ทำอะไร?”

“โจ๊ก”

“อีกแล้ว?”

“ใช่”

“ไม่เอา”

“แล้วจะกินอะไร?”

นางคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“เนื้อ”

เทียนเซียวหันกลับทันที

“ไม่ได้”

“ทำไม?”

“ข้าไม่มี”

“ออกไปซื้อ”

“แต่ข้าต้องเปิดร้าน”

“ร้าน?”

“เรือนสมุนไพร”

“วันนี้ไม่เปิดได้ไหม?”

เทียนเซียวมองนาง

“เจ้าจะเลี้ยงข้าหรือ?”

ไป๋หลิงส่ายหน้า

“ข้ายังไม่มีเงิน”

“งั้นก็ต้องช่วยข้าทำงาน”

“ทำอะไร?”

“แยกสมุนไพร”

“ข้าทำได้”

“เจ้ารู้จักสมุนไพรหรือ?”

“ไม่”

“แล้วจะทำได้อย่างไร?”

“เจ้าสอนข้า”

เทียนเซียวเงียบไป

ก่อนยิ้ม

“ตกลง”

เขายกมือขึ้น

“แต่ก่อนอื่นไปล้างหน้า”

ไป๋หลิงมองเขา

“ทำไม?”

“เพราะเจ้าดูเหมือนคนเพิ่งตื่น”

“ข้าก็เพิ่งตื่น”

“นั่นแหละ”

“แล้วเจ้าล่ะ?”

“ข้าก็เพิ่งตื่น”

“งั้นทำไมไม่ไปล้างก่อน?”

เทียนเซียวเงียบ

ไป๋หลิงยิ้มกว้าง

“ข้าชนะ”

“เจ้าเพิ่งเป็นมนุษย์ไม่ถึงครึ่งวันก็เถียงเก่งแล้วหรือ?”

“ข้าเรียนรู้เร็ว”

“ข้าคงลำบากแล้ว”

เสียงหัวเราะของทั้งสองดังขึ้นในเรือน

ไม่นานนักเทียนเซียวก็ออกไปเตรียมน้ำ

เมื่อกลับเข้ามา เขาก็พบว่าไป๋หลิงกำลังยืนอยู่หน้ากระจกทองแดง

นางจ้องเงาของตัวเองอยู่นาน

“มองอะไร?”

“ข้า”

“เจ้ารู้จักตัวเองหรือยัง?”

“ข้ารู้จัก”

“แล้วทำไมมองอยู่นาน?”

ไป๋หลิงแตะแก้มตัวเอง

“เพราะข้าไม่ได้เห็นร่างนี้มานานมากแล้ว”

เทียนเซียวหยุด

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

“ข้าเคยมีร่างมนุษย์มาก่อน”

“นานแค่ไหน?”

“นานมาก”

“หลายสิบปี?”

“มากกว่านั้น”

“ร้อยปี?”

ไป๋หลิงพยักหน้า

เทียนเซียวชะงัก

“เจ้า...อายุเท่าไร?”

นางหันกลับมา

“ถ้าข้าบอก เจ้าจะตกใจ”

“ลองบอกก่อน”

“พันปี”

ความเงียบเข้าปกคลุมทันที

เทียนเซียวจ้องนาง

“อะไรนะ?”

“ข้าอายุพันปี”

“พันปี?”

“ใช่”

“เจ้าพูดจริง?”

“จริง”

เทียนเซียวเดินไปนั่ง

“ข้าต้องนั่งก่อน”

ไป๋หลิงหัวเราะ

“ตกใจมากหรือ?”

“มาก”

“ข้านึกว่าเจ้าจะถามว่าข้าเป็นผีหรือไม่”

“ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะเป็นผี”

“แล้วคิดว่าข้าเป็นอะไร?”

“ตอนนี้?”

“อืม”

เทียนเซียวมองนางตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า

“หญิงสาวที่หิวเนื้อ”

ไป๋หลิงหัวเราะออกมา

“เจ้าคิดแบบนั้นจริง ๆ หรือ?”

“ใช่”

“ข้าบอกว่าอายุพันปีนะ”

“ข้ารู้”

“แล้วเจ้ายังไม่กลัว?”

“กลัวสิ”

“แต่ยังพูดเล่น”

“ถ้าข้ากลัวทุกครั้งที่เจ้าเปิดปาก ข้าคงไม่ต้องทำงานกันพอดี”

ไป๋หลิงยิ้ม

“เจ้าช่างแปลก”

“เจ้าก็เหมือนกัน”

เสียงประตูเปิดขึ้น

เซียวอวิ๋นเหอเดินกลับเข้ามา

“ข้ากลับมาแล้ว”

เทียนเซียวหันไป

“เจออะไร?”

“รอยเท้าหายไป”

“หมายความว่า?”

“มันไม่ได้อยู่แถวบ้านแล้ว”

ไป๋หลิงถาม

“แน่ใจหรือ?”

อวิ๋นเหอหันมามองนาง

“ข้าควรถามเจ้ามากกว่า”

“อะไร?”

“เมื่อคืนเจ้าเปลี่ยนร่างได้อย่างไร?”

ไป๋หลิงเงียบ

อวิ๋นเหอพูดต่อ

“พลังของเจ้ามากกว่าที่ข้าคิด”

“ข้าไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อน”

“แต่เจ้าทำไปแล้ว”

เทียนเซียวขมวดคิ้ว

“อวิ๋นเหอ”

“ข้าไม่ได้ตำหนินาง”

“แต่คำพูดเจ้าฟังเหมือนกำลังตำหนิ”

“ข้าแค่เตือน”

ไป๋หลิงมองอวิ๋นเหอ

“เจ้าจะฆ่าข้าหรือ?”

คำถามนั้นทำให้อวิ๋นเหอเงียบ

เทียนเซียวเองก็มองเขา

อวิ๋นเหอจึงตอบ

“ถ้าเจ้าทำร้ายมนุษย์ ข้าจะหยุดเจ้า”

“แล้วถ้าข้าไม่ทำ?”

“ข้าจะยังจับตาดูเจ้า”

ไป๋หลิงพยักหน้า

“ตกลง”

เทียนเซียวมองทั้งสองคน

“ง่ายกว่าที่ข้าคิด”

อวิ๋นเหอหันมามอง

“อะไร?”

“ข้าคิดว่าพวกเจ้าจะทะเลาะกัน”

“ข้าไม่ทะเลาะกับคนที่กำลังยอมรับข้อตกลง”

ไป๋หลิงตอบ

“แต่ถ้าเขาทำร้ายเจ้า ข้าจะโกรธ”

อวิ๋นเหอเลิกคิ้ว

“เจ้าปกป้องเขา?”

“เขาช่วยข้า”

“แล้วเจ้าจะปกป้องเขาไปตลอด?”

ไป๋หลิงเงียบ

เทียนเซียวเองก็เงียบ

คำถามนั้นทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไป

อวิ๋นเหอมองทั้งคู่ก่อนถอนหายใจ

“ข้าพูดมากไป”

เทียนเซียวหัวเราะ

“ในที่สุดเจ้าก็รู้ตัว”

“ข้าไปตรวจรอบบ้านก่อน”

“กินข้าวก่อน”

อวิ๋นเหอชะงัก

“อะไร?”

“ข้าทำไว้แล้ว”

“ข้าไม่หิว”

“เมื่อวานเจ้าก็กินน้อย”

“ข้ากินได้”

“งั้นนั่ง”

อวิ๋นเหอจ้องเขา

“เจ้าสั่งข้าหรือ?”

“ใช่”

“เจ้าเป็นหมอหรือแม่?”

“ถ้าเจ้ายังดื้อ ข้าจะเป็นทั้งสองอย่าง”

ไป๋หลิงหลุดหัวเราะ

อวิ๋นเหอส่ายหน้าแล้วนั่งลง

“พวกเจ้าสองคนเข้ากันได้ดีเกินไป”

เทียนเซียวตอบ

“ข้าก็คิดเหมือนกัน”

ไป๋หลิงมองเขา

“ข้าก็คิดเหมือนกัน”

ทั้งสามมองหน้ากัน

ก่อนหัวเราะพร้อมกัน

หลังอาหารเช้า เทียนเซียวเริ่มสอนงานไป๋หลิง

เขาวางสมุนไพรหลายชนิดลงบนโต๊ะ

“นี่คือหญ้าห้ามเลือด”

เขาหยิบขึ้นมา

“จำรูปร่างไว้”

ไป๋หลิงพยักหน้า

“นี่คือใบลดไข้”

“ต่างกันอย่างไร?”

“กลิ่น”

นางก้มลงดม

“เหมือนกัน”

“ไม่เหมือน”

“สำหรับข้ามันเหมือน”

“เจ้ามีจมูกของจิ้งจอกไม่ใช่หรือ?”

“ข้าไม่เคยใช้ดมสมุนไพร”

เทียนเซียวหัวเราะ

“พันปีของเจ้าเอาไปทำอะไรหมด?”

“บำเพ็ญเพียร”

“แล้วไม่เคยเรียนเรื่องสมุนไพร?”

“ไม่”

“น่าเสียดาย”

“ทำไม?”

“เพราะข้าอยากให้เจ้าช่วยงานได้”

ไป๋หลิงยิ้ม

“ข้าจะเรียน”

“จริง?”

“จริง”

“ถ้าอย่างนั้นเริ่มจากแยกสามกองนี้”

“ถ้าข้าแยกผิดล่ะ?”

“ข้าสอนใหม่”

“ถ้าผิดอีก?”

“สอนใหม่”

“ถ้าผิดสิบครั้ง?”

“ก็สอนสิบครั้ง”

ไป๋หลิงมองหน้าเขา

“เจ้าจะไม่ดุข้าหรือ?”

“ข้าดุเจ้าตอนไหน?”

“เมื่อวาน”

“เรื่องอะไร?”

“ตอนข้าจะขึ้นเขา”

“นั่นเรียกเป็นห่วง”

ไป๋หลิงนิ่ง

“เป็นห่วง?”

“ใช่”

“คำนี้หมายความว่าอย่างไร?”

เทียนเซียวหยุดมือ

“เจ้าพันปีแล้วไม่รู้หรือ?”

“ไม่รู้”

“จริงหรือ?”

“จริง”

เขามองนางอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนพูดช้า ๆ

“เป็นความรู้สึกที่ทำให้เราอยากให้ใครบางคนปลอดภัย”

ไป๋หลิงมองหน้าเขา

“แล้วทำไมเจ้าถึงเป็นห่วงข้า?”

เทียนเซียวเงียบ

“เพราะเจ้าอยู่กับข้า”

“แค่นั้น?”

“แล้วเจ้าคิดว่าอย่างไร?”

ไป๋หลิงไม่ตอบ

เทียนเซียวเองก็ไม่พูดต่อ

อวิ๋นเหอที่กำลังจัดของอยู่ด้านข้างกลับพูดขึ้น

“พวกเจ้าจะคุยเรื่องนี้อีกนานหรือไม่?”

เทียนเซียวหันไป

“เจ้าฟังอยู่?”

“ข้ามีหู”

“งั้นก็อย่าฟัง”

“ข้าพยายามแล้ว”

ไป๋หลิงหัวเราะ

“อวิ๋นเหอ”

“ว่า?”

“เจ้ารู้จักคำว่าเป็นห่วงไหม?”

เขานิ่งไป

“รู้”

“เป็นอย่างไร?”

“ไม่รู้”

“เจ้าก็ไม่รู้?”

“ข้าไม่ใช่คนอธิบายเรื่องพวกนี้”

เทียนเซียวหัวเราะ

“ดูเหมือนพวกเราสามคนจะไม่มีใครเก่งเรื่องความรู้สึกเลย”

ไป๋หลิงพึมพำ

“ข้าอยากรู้”

เทียนเซียวหันมามอง

“อยากรู้อะไร?”

“ความรู้สึกของมนุษย์”

เขานิ่ง

“ทำไม?”

“เพราะข้ากำลังเรียนรู้มัน”

“แล้วตอนนี้รู้สึกอะไร?”

ไป๋หลิงมองเขา

คำถามง่าย ๆ แต่ทำให้นางตอบไม่ออก

“ข้า...ไม่รู้”

เทียนเซียวยิ้ม

“ไม่เป็นไร”

“เจ้าจะไม่ถามต่อ?”

“ไว้เจ้ารู้แล้วค่อยบอก”

ไป๋หลิงพยักหน้า

“ตกลง”

ช่วงสายผ่านไปอย่างสงบ

ไป๋หลิงเริ่มแยกสมุนไพรได้ถูกต้องมากขึ้น

เทียนเซียวเองก็เริ่มปล่อยให้นางช่วยงานเล็ก ๆ ในเรือน

จนกระทั่งมีเสียงเคาะประตู

หญิงชาวบ้านคนหนึ่งเดินเข้ามา

“หมอหลี่อยู่หรือไม่?”

เทียนเซียวรีบลุกขึ้น

“อยู่ครับ”

หญิงคนนั้นหยุดทันทีเมื่อเห็นไป๋หลิง

“แล้วแม่นางคนนี้...”

เทียนเซียวตอบอย่างเป็นธรรมชาติ

“ญาติข้า”

ไป๋หลิงหันมองทันที

เทียนเซียวส่งสายตาให้

นางจึงพยักหน้า

หญิงชาวบ้านยิ้ม

“หน้าตางดงามจริง ๆ”

ไป๋หลิงไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไร

เทียนเซียวจึงพูดแทน

“นางเพิ่งมาอยู่กับข้า”

“ชื่ออะไรหรือ?”

ไป๋หลิงตอบเอง

“ไป๋หลิง”

หญิงชาวบ้านยิ้ม

“ชื่อเพราะดี”

“ขอบคุณ”

“พูดน้อยจัง”

เทียนเซียวรีบตอบ

“นางไม่ค่อยชินกับคนเยอะ”

หญิงชาวบ้านพยักหน้า

“เข้าใจแล้ว”

นางยื่นแขนให้เทียนเซียวดู

“ข้าถูกมีดบาด”

เทียนเซียวรีบตรวจแผล

ไป๋หลิงยืนดูอย่างสนใจ

“เจ็บไหม?”

หญิงชาวบ้านถาม

“ไม่มาก”

“ถ้าอย่างนั้นก็ดี”

ไป๋หลิงพูด

หญิงคนนั้นยิ้ม

“เจ้าพูดเพราะดีนะ”

เทียนเซียวเหลือบมองไป๋หลิง

นางดูเขินเล็กน้อย

เมื่อคนไข้กลับไป เทียนเซียวก็ถาม

“วันนี้เจ้าพูดกับคนอื่นได้ดีขึ้น”

“เพราะนางไม่กลัวข้า”

“แล้วเจ้ากลัวนางหรือ?”

“นิดหน่อย”

“ทำไม?”

“ข้าไม่รู้ว่ามนุษย์ทั่วไปคิดอย่างไรกับปีศาจ”

เทียนเซียวเงียบ

“ถ้าพวกเขารู้?”

ไป๋หลิงถาม

“ข้าไม่รู้”

“เจ้าจะบอกไหม?”

“ไม่”

นางเงยหน้ามอง

“ทำไม?”

“เพราะข้าไม่อยากให้ใครมาทำร้ายเจ้า”

ไป๋หลิงนิ่ง

“เทียนเซียว”

“ว่า?”

“ข้ารู้แล้ว”

“รู้อะไร?”

“ความรู้สึกนั้น”

เขาหันกลับ

“อะไร?”

นางยิ้มบาง ๆ

“เป็นห่วง”

เทียนเซียวชะงัก

ไป๋หลิงพูดต่อ

“ตอนเจ้าคุยกับคนอื่น ข้ากลัวว่าพวกเขาจะรู้ว่าข้าเป็นปีศาจ”

นางมองเขา

“ข้ากลัวว่าเจ้าจะเดือดร้อนเพราะข้า”

เทียนเซียวเงียบ

“นี่เรียกว่าเป็นห่วงใช่ไหม?”

เขาพยักหน้า

“ใช่”

ไป๋หลิงยิ้ม

“ข้าเข้าใจแล้ว”

แต่ยังไม่ทันที่เทียนเซียวจะพูดอะไร...

เสียงกระดิ่งที่แขวนอยู่หน้าประตูก็ดังขึ้นเอง

กริ๊ง...

กริ๊ง...

ทั้งสามคนหันไปพร้อมกัน

อวิ๋นเหอลุกขึ้นทันที

“มีคนมา”

เทียนเซียวเดินไปหน้าประตู

แต่กลับไม่มีใครอยู่

มีเพียงกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่บนพื้น

เขาก้มลงหยิบ

บนกระดาษมีข้อความสั้น ๆ เพียงบรรทัดเดียว

“ส่งจิ้งจอกเก้าหางคืนมา แล้วเราจะไม่แตะต้องมนุษย์ในหมู่บ้าน”

สีหน้าของเทียนเซียวเปลี่ยนไป

ไป๋หลิงมองกระดาษในมือเขา

นางไม่พูดอะไร

เพราะในที่สุด...

ความจริงที่นางพยายามซ่อนไว้

ก็กำลังถูกเปิดเผยทีละน้อย

และคราวนี้...

ไม่ใช่เพียงตัวตนของนางที่กำลังตกอยู่ในอันตราย

แต่เป็นคนทั้งหมู่บ้านที่อาจต้องรับผลจากการที่นางเลือกอยู่เคียงข้างหลี่เทียนเซียว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป