บทที่ 8 หัวใจที่ไม่รู้จักคำว่ารัก

กระดาษแผ่นเล็กยังคงวางอยู่บนโต๊ะไม้กลางเรือนสมุนไพร

ตัวอักษรสีดำเพียงไม่กี่บรรทัดกลับทำให้บรรยากาศในบ้านเงียบกว่าทุกวัน

ส่งจิ้งจอกเก้าหางคืนมา แล้วเราจะไม่แตะต้องมนุษย์ในหมู่บ้าน

ไป๋หลิงยืนมองข้อความนั้นอยู่นาน

นางไม่ได้หวาดกลัวคำขู่เท่ากับประโยคที่อยู่ในกระดาษ

พวกมันรู้แล้ว

รู้ว่านางอยู่ที่นี่

และที่สำคัญ...

พวกมันรู้ว่าหลี่เทียนเซียวเป็นคนที่นางไม่อยากให้ได้รับอันตราย

“อย่ามองมันอีกเลย”

เสียงของเทียนเซียวดังขึ้นจากด้านหลัง

ไป๋หลิงหันกลับไป

ชายหนุ่มเดินเข้ามาหยิบกระดาษบนโต๊ะ ก่อนพับมันเก็บใส่แขนเสื้ออย่างใจเย็น

“เจ้าจะเก็บไว้ทำไม”

“เผื่อมีประโยชน์”

“มันเป็นแค่คำขู่”

“คำขู่ที่มีชื่อของเจ้าอยู่ในนั้น”

ไป๋หลิงเงียบ

เทียนเซียวมองนางครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจเบา ๆ

“อย่าคิดมาก”

“ข้าคิดมากไม่ได้หรือ”

“ได้”

“ถ้าอย่างนั้นเจ้าห้ามข้าไม่ได้”

“ข้าก็ไม่ได้ห้าม”

“เมื่อครู่เจ้าบอกว่าอย่ามองมัน”

“นั่นเรียกว่าขอ ไม่ใช่ห้าม”

ไป๋หลิงกะพริบตา ก่อนหลุดหัวเราะออกมา

“เจ้าพูดมากขึ้นแล้ว”

“อยู่กับเจ้าทุกวัน ถ้าข้าไม่พูดบ้างก็คงไม่ได้”

“หมายความว่าข้าพูดมากหรือ”

“มาก”

“หลี่เทียนเซียว!”

ชายหนุ่มยกมือขึ้นปิดหู

“เห็นหรือไม่ แค่เรียกชื่อข้าก็เสียงดังแล้ว”

“ข้าจะตีเจ้า!”

“เชิญ”

ไป๋หลิงคว้าหมอนใบเล็กบนเก้าอี้ขึ้นมาแล้วฟาดใส่เขา

เทียนเซียวหลบได้ทัน

“ช้าไป”

“เจ้ากล้าหัวเราะข้า?”

“ข้ากำลังบอกว่าฝีมือเจ้าไม่ดี”

“ข้าเป็นจิ้งจอกเก้าหางนะ!”

“แต่ตอนนี้เจ้าถือหมอนอยู่”

“มันเกี่ยวอะไรกับหมอน?”

“เกี่ยว เพราะหมอนหนักไม่พอ”

ไป๋หลิงจ้องเขาอย่างไม่อยากเชื่อ

คนที่ดูนิ่งและเงียบในวันแรกหายไปไหนแล้ว?

เหตุใดพักหลังเขาจึงชอบพูดจาแกล้งนางนัก

“เทียนเซียว”

“ว่าอย่างไร”

“เจ้าเปลี่ยนไป”

“ตรงไหน”

“เจ้าชอบแกล้งข้า”

“เพราะเจ้าแกล้งง่าย”

“...”

“อย่าเพิ่งทำหน้าแบบนั้น”

“ข้าจะกลับไปเป็นจิ้งจอกแล้วกัดเจ้า”

“ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ข้าคงต้องเตรียมเนื้อไว้ล่อ”

ไป๋หลิงเม้มปากกลั้นยิ้ม

นางพยายามทำหน้าดุ แต่สุดท้ายกลับหัวเราะออกมาอยู่ดี

เพียงชั่วครู่ ความหนักอึ้งในอกก็เบาลง

ทว่าเมื่อหันกลับไปมองประตู นางก็รู้ดีว่าเรื่องนั้นยังไม่จบ

คนที่เขียนข้อความนี้ต้องการให้นางออกไป

และพวกมันกำลังใช้ชาวบ้านเป็นเครื่องต่อรอง

“เทียนเซียว”

“อืม”

“ถ้าข้าไปจากที่นี่...”

“ไม่ได้”

เขาตอบทันทีจนไป๋หลิงชะงัก

“ข้ายังพูดไม่จบ”

“ข้ารู้ว่าเจ้าจะพูดอะไร”

“แล้วถ้าข้าไปจริง ๆ ล่ะ?”

เทียนเซียววางถ้วยยาที่อยู่ในมือ

“เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าไปคนเดียวหรือ”

“ข้าไม่อยากให้เจ้าเดือดร้อน”

“ข้าตัดสินใจเองได้”

“แต่พวกมันจะทำร้ายเจ้า”

“แล้วเจ้าคิดว่าถ้าเจ้าเดินออกจากบ้านนี้ พวกมันจะเลิกทำร้ายข้าหรือ?”

ไป๋หลิงเงียบ

“พวกมันรู้แล้วว่าเจ้ามาอยู่กับข้า” เทียนเซียวพูดต่อ “ต่อให้เจ้าหายไป พวกมันก็อาจคิดว่าข้ารู้ว่าเจ้าไปไหน”

“แต่ถ้าข้าไม่อยู่ที่นี่...”

“ข้าก็จะไม่รู้สึกดีขึ้น”

คำตอบนั้นทำให้นางนิ่งไป

เทียนเซียวมองนางตรง ๆ

“ไป๋หลิง เจ้าอย่าตัดสินใจแทนข้าว่าอะไรคือสิ่งที่ข้าควรกลัว”

“ข้าไม่ได้หมายความแบบนั้น”

“ข้ารู้”

“ข้าเพียงไม่อยากให้เจ้าเป็นอะไร”

“ข้าก็ไม่อยากให้เจ้าเป็นอะไร”

ประโยคง่าย ๆ กลับทำให้หัวใจของไป๋หลิงเต้นแรง

นางรีบหลบสายตา

“มนุษย์นี่พูดเรื่องแบบนี้ง่ายจัง”

“เรื่องอะไร”

“เรื่องที่ทำให้หัวใจเต้น”

เทียนเซียวชะงัก

“เจ้ารู้สึกอย่างนั้นหรือ”

“ใช่”

“แล้ว...เจ้ารู้ไหมว่ามันเรียกว่าอะไร”

ไป๋หลิงส่ายหน้า

“ไม่รู้”

“ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน”

“เจ้าเป็นมนุษย์แท้ ๆ ยังไม่รู้?”

“เรื่องหัวใจ ไม่มีตำราเล่มไหนเขียนไว้ละเอียดพอ”

“ข้านึกว่าหมอรู้ทุกเรื่อง”

“ข้ารักษาไข้ รักษาแผล รักษาอาการเจ็บป่วย”

เขาหยุดเล็กน้อย

“แต่หัวใจ...คงต้องเรียนรู้เอง”

ไป๋หลิงมองเขา

คำพูดนั้นทำให้นางรู้สึกแปลก ๆ

ตลอดหนึ่งพันปีที่ผ่านมา นางเคยอ่านตำราเวทมากมาย

เคยเรียนรู้วิธีควบคุมพลัง

เคยผ่านสายฟ้าสวรรค์

เคยฝึกจิตใจให้นิ่ง

แต่ไม่มีตำราเล่มใดเคยบอกว่า...

เหตุใดนางจึงรู้สึกอยากอยู่ใกล้ชายคนนี้

เหตุใดเพียงเห็นเขาเดินออกไปเก็บสมุนไพร นางก็รู้สึกอยากตาม

เหตุใดเมื่อเขากลับมาช้ากว่าปกติ นางจึงรู้สึกกระวนกระวาย

และเหตุใดเพียงได้ยินเขาบอกว่าไม่อยากให้นางจากไป...

หัวใจของนางจึงเต้นแรงเช่นนี้

“เทียนเซียว”

“หืม?”

“ถ้าข้าเป็นห่วงเจ้า...นั่นเรียกว่าความรักหรือเปล่า?”

ชายหนุ่มนิ่งไป

“ข้าไม่รู้”

“เจ้าตอบอะไรบ้างไม่ได้เลย”

“เจ้าถามเรื่องที่ข้าไม่เคยเจอ”

“แล้วเจ้ารู้จักความรักไหม?”

เทียนเซียวเงียบอยู่ครู่หนึ่ง

“อาจจะเคยเห็น”

“ที่ไหน?”

“ในหมู่บ้าน”

“คนรักกันหรือ?”

“สามีภรรยา พ่อแม่กับลูก หรือแม้แต่คนที่ดูแลกันมานาน”

“แล้วมันเป็นอย่างไร?”

“บางครั้งก็ทะเลาะกัน”

ไป๋หลิงทำหน้าประหลาดใจ

“นั่นเรียกว่ารัก?”

“บางครั้งก็ใช่”

“มนุษย์แปลกมาก”

“บางครั้งก็หัวเราะด้วยกัน”

“อืม”

“บางครั้งก็ยอมลำบากแทนกัน”

ไป๋หลิงฟังอย่างตั้งใจ

“บางครั้งก็ยอมอยู่ แม้จะมีเหตุผลมากมายให้จากไป”

ประโยคสุดท้ายทำให้นางเงียบ

เทียนเซียวเองก็ไม่ได้พูดต่อ

ทั้งสองมองหน้ากันอยู่พักหนึ่ง

เสียงลมหนาวพัดผ่านหน้าต่าง

ไป๋หลิงเป็นฝ่ายหลบสายตาก่อน

“ข้าไม่เข้าใจ”

“ไม่เป็นไร”

“ข้าไม่เคยมีความรัก”

“ข้าก็ไม่เคยมี”

“จริงหรือ?”

“จริง”

“แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้ากำลังรู้สึกอะไร?”

“ข้าไม่รู้”

“แต่เจ้าดูเหมือนรู้”

“เพราะข้ากำลังรู้สึกบางอย่างเหมือนกัน”

ไป๋หลิงเงยหน้าขึ้นทันที

“อะไร?”

เทียนเซียวไม่ตอบ

เขาเพียงมองนางแล้วหัวเราะเบา ๆ

“ไว้ข้ารู้แน่ก่อน ค่อยบอกเจ้า”

“เจ้าโกง”

“เรื่องหัวใจใครเขาให้คำตอบเร็วกัน”

“ข้าไม่ชอบรอ”

“แต่เจ้ารอมาหนึ่งพันปีแล้วไม่ใช่หรือ”

ไป๋หลิงชะงัก

“นั่นไม่เหมือนกัน”

“ต่างกันอย่างไร?”

“ข้ารอเพื่อบรรลุเซียน”

“แล้วตอนนี้ล่ะ?”

“ตอนนี้...”

นางหยุด

ไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไร

เทียนเซียวไม่ได้เร่ง

เขาเพียงนั่งอยู่ตรงนั้น

ให้เวลานางคิด

สุดท้ายไป๋หลิงจึงพูดออกมาเบา ๆ

“ตอนนี้ข้าไม่แน่ใจแล้วว่าข้าต้องการอะไร”

เทียนเซียวมองนางด้วยสายตาอ่อนลง

“ไม่ต้องรีบหาคำตอบก็ได้”

“แต่ข้ากลัว”

“กลัวอะไร”

“กลัวว่าถ้าข้าเลือกผิด ทุกอย่างจะหายไป”

“แล้วถ้าไม่เลือกเลยล่ะ?”

“ก็ต้องเสียบางอย่างอยู่ดี”

“บางทีการเลือกไม่ทำอะไรเลยก็เป็นการเลือกเหมือนกัน”

ไป๋หลิงมองเขา

นางเพิ่งรู้ว่ามนุษย์ช่างยุ่งยาก

แต่ในความยุ่งยากนั้นกลับมีบางอย่างที่นางอยากเรียนรู้

“ข้าจะอยู่”

เทียนเซียวเลิกคิ้ว

“อะไรนะ?”

“ข้าจะไม่ไป”

“แน่ใจ?”

“แน่ใจ”

“เพราะอะไร?”

ไป๋หลิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“เพราะข้าอยากรู้ว่าความรู้สึกนี้คืออะไร”

“แค่นั้น?”

“แล้วก็...”

นางมองเขา

“ข้าอยากอยู่กับเจ้า”

คำพูดตรงไปตรงมาทำให้เทียนเซียวเงียบไปหลายวินาที

ไป๋หลิงเริ่มหน้าแดง

“ทำไมไม่พูดอะไร”

“กำลังคิด”

“คิดอะไร?”

“ว่าควรตอบอย่างไรดี”

“ตอบตามที่ใจคิดสิ”

“ถ้าตอบตามใจ เจ้าจะไม่หนีไปใช่ไหม?”

“ไม่หนี”

เทียนเซียวจึงยิ้ม

“ถ้าอย่างนั้นข้าก็ยินดี”

ไป๋หลิงรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงกว่าเดิม

นางรีบลุกขึ้น

“ข้าจะไปทำอาหาร”

“เดี๋ยว”

“อะไร?”

“เจ้าแน่ใจหรือว่าจะทำอาหาร?”

“แน่นอน”

“เมื่อวานเจ้าทำหม้อแตก”

“มันเป็นอุบัติเหตุ”

“วันก่อนเจ้าทำเกลือหก”

“ก็แค่เกลือ”

“สามวันก่อนเจ้าต้มน้ำจนแห้ง”

“ข้ากำลังฝึก!”

เทียนเซียวหัวเราะ

“เอาเถอะ ข้าช่วย”

“ไม่ต้อง!”

“ทำไม?”

“ข้าอยากทำให้เจ้า”

ชายหนุ่มนิ่ง

ไป๋หลิงเองก็นิ่งเช่นกัน

นางเพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป

“ข้าหมายถึง...ทำอาหาร”

“ข้ารู้”

“เจ้าอย่าทำหน้าแบบนั้น”

“แบบไหน?”

“เหมือนกำลังคิดเรื่องอื่น”

“ข้ายังไม่ได้คิดอะไรเลย”

“โกหก”

“เจ้ารู้ได้อย่างไร?”

“ข้าอ่านสีหน้าเจ้าออกแล้ว”

“ดูเหมือนเจ้าจะเรียนรู้มนุษย์เร็วเกินไป”

ไป๋หลิงยิ้ม

“ข้าฉลาด”

“ข้าเริ่มสงสัยแล้ว”

“หลี่เทียนเซียว!”

เสียงหัวเราะดังขึ้นในเรือนเล็ก

ทว่าเสียงนั้นอยู่ได้ไม่นาน

ประตูด้านนอกถูกเคาะสามครั้ง

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...

ทั้งคู่หยุดพร้อมกัน

สีหน้าของเทียนเซียวเปลี่ยนทันที

เขาลุกขึ้น

ไป๋หลิงเองก็สัมผัสได้ถึงบางอย่าง

กลิ่นอายปีศาจจาง ๆ ลอยมาตามลม

“มีบางอย่างอยู่ข้างนอก”

นางพูดเสียงเบา

เทียนเซียวหยิบมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ข้างโต๊ะ

“อยู่ข้างหลังข้า”

“ข้าไม่ใช่คนที่ต้องให้เจ้าปกป้อง”

“ข้ารู้”

“แล้วทำไม...”

“เพราะข้าอยากให้เจ้าอยู่ใกล้ข้า”

ไป๋หลิงเงียบ

ประตูถูกเคาะอีกครั้ง

ครั้งนี้เสียงดังขึ้นกว่าเดิม

ก๊อก!

ก๊อก!

ก๊อก!

เทียนเซียวเดินไปเปิดประตู

แต่ก่อนที่มือจะสัมผัสกลอน เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านนอก

“ข้ารู้ว่าเจ้าซ่อนนางไว้ที่นี่”

ไป๋หลิงหน้าซีด

เสียงนั้นเป็นเสียงผู้ชาย

ไม่ใช่เซียวอวิ๋นเหอ

และไม่ใช่เสียงที่นางเคยได้ยินมาก่อน

“ออกมาส่งจิ้งจอกเก้าหางเสีย”

เทียนเซียวกำมือแน่น

“ถ้าไม่ล่ะ?”

เสียงหัวเราะเย็นเยียบดังขึ้น

“เช่นนั้นหมู่บ้านนี้จะไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบ”

ไป๋หลิงก้าวไปข้างหน้า

“เทียนเซียว”

เขาหันกลับมามองนาง

“อย่าออกไป”

“แต่...”

“ข้าไม่อยากให้เจ้าทำอะไรโดยไม่คิด”

ไป๋หลิงกัดริมฝีปาก

เสียงจากด้านนอกดังขึ้นอีกครั้ง

“ไป๋หลิง!”

เพียงได้ยินชื่อของตัวเอง นางก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาเพื่อข่มขู่เล่น ๆ

มันรู้จักนาง

รู้ว่านางอยู่ที่นี่

และรู้มากกว่าที่พวกเขาคิด

“เทียนเซียว”

“อืม”

“ถ้าข้าต้องสู้...”

“ข้าจะสู้กับเจ้า”

“ถ้าข้าต้องหนี?”

“ข้าจะไปด้วย”

“ถ้าข้าบอกให้เจ้ากลับไป?”

“ข้าจะไม่ฟัง”

ไป๋หลิงมองเขา

“ทำไมเจ้าถึงดื้อเช่นนี้”

“เพราะเจ้าเองก็ดื้อ”

นางหลุดหัวเราะทั้งที่สถานการณ์ตรงหน้าตึงเครียด

“เจ้านี่จริง ๆ เลย”

“เจ้าก็เหมือนกัน”

ทั้งสองมองหน้ากัน

ไม่มีคำสัญญาใดถูกเอ่ยออกมา

แต่ในแววตาของทั้งคู่กลับชัดเจนยิ่งกว่าคำพูด

ไป๋หลิงไม่ต้องการจากไป

และเทียนเซียวก็ไม่คิดจะปล่อยให้นางเผชิญทุกอย่างเพียงลำพัง

ประตูยังคงปิดอยู่

ด้านนอกเต็มไปด้วยเสียงลมและเงามืด

แต่เป็นครั้งแรกที่ไป๋หลิงไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองกำลังเผชิญอันตรายเพียงคนเดียว

นางเคยใช้เวลาหนึ่งพันปีเพื่อฝึกฝนตัวเอง

เคยเชื่อว่าการกลายเป็นเซียนคือคำตอบของชีวิต

แต่ตอนนี้หัวใจกลับกำลังถามคำถามใหม่

หากต้องเลือกระหว่างเส้นทางสู่สวรรค์...

กับคนที่ยืนอยู่ข้างนางในยามที่ทุกอย่างกำลังพังลง

นางจะเลือกอะไร?

ไป๋หลิงยังไม่มีคำตอบ

แต่บางที...

นางก็ไม่จำเป็นต้องรีบตอบ

เพราะหัวใจของมนุษย์และหัวใจของปีศาจ

อาจไม่ต่างกันเลย

ต่างก็ต้องใช้เวลา

เพื่อเรียนรู้ว่า...

ใครคือคนที่ไม่อยากสูญเสียไปจริง ๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป