บทที่ 2 πrᵀᴵᴳᴱᴿ 1. นกน้อยในกรงทอง

เช้าวันเสาร์ อากาศยามเช้าสดใส แต่บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลับถูกปกคลุมด้วยความน่าอึดอัด

คุณพ่อนั่งหัวโต๊ะในชุดเชิ้ตเรียบกริบ สายตาคมกวาดมองลูกสาวทั้งสองที่นั่งฝั่งตรงข้ามกัน พาสต้าพี่สาวคนโตนั่งตรงข้ามน้องสาว อย่างเรียบร้อย ส่วนพายอาร์นั่งก้มหน้ามือเล็กค่อย ๆ คนข้าวต้มในถ้วย ริมฝีปากมีรอยยิ้มบางแต่ดวงตาแฝงแววเหม่อลอย

กลิ่นข้าวต้มหอม ๆ ลอยคลุ้ง แต่บรรยากาศบนโต๊ะกลับเงียบสงัด มีเพียงเสียงช้อนกระทบถ้วยเป็นครั้งคราว

“เป็นไงบ้าง ติวหนังสือ?”

“ก็ดีค่ะ”

“อืม…งั้นก็ตั้งใจเรียน จะได้เก่งเหมือนพี่”

คุณพ่อเอ่ยเพียงนั้น แล้วลูกสาวก็ตอบกลับด้วยเสียงเบา ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับไปเงียบอีกครั้ง

ตั้งแต่เล็กจนโตทั้งสองพี่น้อง ไม่เคยได้ทำอะไรตามใจตัวเอง ชีวิตที่งดงามสวยหรู แต่ไม่ต่างอะไรจาก นกน้อยในกรงทอง มีทุกอย่างเพียบพร้อม…แต่ไร้ซึ่งอิสระ

‘สิ่งที่พ่อเลือกให้ คือสิ่งที่ดีที่สุด’

ประโยคเดิม ๆ ที่พ่อพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

วันนี้ก็ไม่ต่างกัน

“แล้วอย่าให้เห็นอีกนะ ว่ายังถ่ายภาพไร้สาระพวกนั้นอีก” คุณพ่อเอ่ยย้ำ

“ค่ะ” คนน้องทำได้เพียงพยักหน้ารับ ก้มหน้าตักข้าวต้มเข้าปาก

รสชาติ…น่ะเหรอจืดชืด ไร้ความอร่อย

ชีวิตลูกคุณหนูที่ใครต่อใครอิจฉา แต่สำหรับพายอาร์แล้ว…มันไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ

สิ่งเดียวที่อยากได้จริง ๆ คือ ความรักและความเข้าใจจากพ่อ

ทว่า…มันคงเป็นได้แค่ความฝัน…

บนรถระหว่างทางไปคอนโดไทเกอร์....

เสียงเครื่องยนต์คลอไปกับเพลงสากลจังหวะ พาสต้าจับพวงมาลัยด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างเท้าขอบกระจกรถอย่างสบาย สายตาเหลือบมองคนนั่งเบาะข้างที่กำลังยกกล้องถ่ายรูปขึ้นเล็งออกไปนอกกระจกรถ

กล้องตัวเล็กที่แอบซื้อให้น้องในวันเกิดปีที่แล้ว แม้รู้ดีว่าถ้าพ่อรู้จะโดนดุ ‘ของไร้สาระ’ แต่ก็ไม่สน เพราะรู้ดี…นี่คือสิ่งเดียวที่ทำให้น้องสาวมีความสุข

“ยิ้มใหญ่เลยนะ” เธอเอ่ยขึ้น พลางเหลือบตามองความสดใสที่ไม่ได้เห็นบ่อยนักอีกครั้ง

“เค้าขอบคุณตัวเองนะ” พายอาร์ตอบสั้น ๆ แต่สายตาวาววับจนคนฟังอดหัวเราะน้อย ๆ ไม่ได้

พาสต้าเข้าใจดี…เด็กวัยนี้ คนอื่นคงได้ใช้เวลาว่างเที่ยวกับเพื่อน หรือไปทำอะไรที่ตัวเองชอบ แต่พายอาร์กับไม่เคยได้ออกไปเที่ยวเล่นไหนกับเพื่อน ๆ ตั้งแต่จำความได้

ปิดเทอมกลางภาคก็เรียนพิเศษ

ปิดเทอมฤดูร้อนก็เรียนพิเศษ

ครูสอนพิเศษคนแล้วคนเล่าผลัดกันเข้ามาในบ้านราวกับเวลาของพายอาร์มีไว้เพื่อเรียนอย่างเดียว

เธอรู้ว่าน้องไม่ชอบตัวเลข ไม่ถนัดวิชาเรียนที่พ่อเลือกให้…แต่ก็ต้องฝืนอยู่ในเส้นทางนั้นเหมือนที่ตัวเองเคยทำมา

ต่างกันแค่ พาสต้าโชคดีหน่อยที่ชอบในสิ่งที่พ่อเลือก นั่นคือเรียนวิศวะเพื่อสานต่อธุรกิจที่บ้าน

แต่ถึงอย่างนั้น…เธอก็ไม่เก่งพอจะสอนน้องได้ และไม่อยากให้น้องต้องทนอยู่ในกรงที่พ่อสร้างขึ้นตลอดเวลา

พาสต้าหันมองน้องสาวอีกครั้ง เห็นพายอาร์ยกกล้องขึ้นถ่ายต้นไม้ข้างทาง ริมฝีปากเล็กคลี่ยกขึ้นอย่างพอใจ

เธอเผลอเผยสีหน้าอ่อนโยนออกมาอย่างไม่รู้ตัว

เหตุผลที่ขอร้องให้ไทเกอร์ช่วยติวหนังสือ…ความจริงไม่ใช่เรื่องติวเลยสักนิด แต่เป็นเพราะอยากพาน้องออกมาจากบ้านบ้าง ออกมาเห็นโลกภายนอก เห็นผู้คน ได้หายใจในอากาศร่วมกับคนอื่น ๆ

กว่าเธอจะเกลี้ยกล่อมพ่อได้ ก็ต้องแลกกับการยอมไปเรียนต่อต่างประเทศตามที่พ่อวางแผนให้

แม้ต้องห่างน้อง ห่างบ้าน ก็พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อแลกกับความสุขของน้องสาวที่รักดั่งดวงใจ

หญิงสาวแอบถอนหายใจ แต่รอยยิ้มยังแตะอยู่บนใบหน้าแล้วเหลือบมองน้องอีกครั้ง

พายอาร์หัวเราะหลังได้ภาพที่ถูกใจ แววตาเป็นประกายราวกับเด็กที่ได้ของเล่นชิ้นโปรด ทำให้หัวใจคนเป็นพี่สุขล้นเหมือนได้รับของขวัญล้ำค่า

‘ขอให้ได้เห็นรอยยิ้มของน้องแบบนี้…ทุกวัน’

พาสต้าภาวนาในใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะศีรษะเล็ก

“ถ่ายรูปพี่บ้างสิ ถ่ายแต่วิวพี่น้อยใจแล้วนะ”

“...” คนน้องไม่ตอบเพียงส่งสายตาซุกซน แล้วหันเลนส์กล้องถ่ายภาพพี่สาวทุกอิริยาบถ...

ไม่นานนัก...รถคันหรูเลี้ยวเข้าลานจอดของคอนโดสูงใจกลางเมืองกรุง

พาสต้าดับเครื่องแล้วหันมามองน้องสาวที่ยังไม่ยอมวางกล้องจากมือ

“ถึงแล้ว ลงได้แล้ว ไอ้ตัวเล็ก”

พายอาร์หันมา คลี่ยิ้มมุมปากอย่างซุกซน ก่อนจะเก็บกล้องลงกระเป๋าอย่างทะนุถนอม แกว่งกระเป๋าเบา ๆ ระหว่างก้าวลงจากรถ ทั้งคู่เดินขึ้นลิฟต์มาหยุดที่หน้าห้องของไทเกอร์

พาสต้าเคาะประตูแค่สองครั้ง ประตูก็เปิดออก เผยให้เห็นเจ้าของห้องในเสื้อยืดกางเกงวอร์ม ผมเผ้ารุงรัง สภาพเหมือนเพิ่งตื่น

“มาไวเกินไปปะ” เขาพูดเสียงทุ้มขุ่น ๆ แต่สายตาเหล่มองไปทางน้องสาวของเพื่อนที่ยืนเอียงคอเล็กน้อยส่งรอยยิ้มตาหยีให้ราวกับตั้งใจแหย่

“นี่มันแปดโมงแล้วไอ้ไทเกอร์!... ฝากน้องด้วย กูต้องรีบเข้าไปช่วยงานที่บริษัทต่อ”

พาสต้าเอ่ยเสียงเร่งร้อน ก่อนจะโบกมือลาน้องสาว “อย่าดื้อนะตัวเล็ก”

“เค้าไม่ดื้อหรอกน่า” พายอาร์พูดเสียงหวาน แต่ในใจหัวเราะพลางกัดปากเบา ๆ เพราะมีแผนกวนพี่เสืออยู่แล้ว

พี่สาวหันไปสั่งเพื่อนรัก “ดูแลน้องกูดี ๆ ล่ะ”

“ครับ...คุณพาสต้า” น้ำเสียงนั้นติดประชดชัดเจน

พาสต้าเดินไป ทิ้งให้น้องสาวตัวเล็กกับเสือหนุ่มยืนประจันหน้ากันอยู่หน้าประตู

“เข้าห้องสิ จะรอให้พี่อุ้มเข้าห้องเหรอครับ!”

พายอาร์ทำตาโตแกล้งตกใจเล่น ๆ “อ้าวไม่อุ้มเหรอ เค้าก็คิด

ว่าพี่จะอุ้มเค้าเข้าห้องอุตส่าห์ยืนรอ”

“ไอ้แสบอย่างกวนตีนแต่เช้าได้ปะวะ!” ไทเกอร์ทำเสียงเข้มใส่ แต่คนน้องกลับกลอกตาอย่างไม่แคร์

“เค้า...กวน...ตีน...พี่เสือตรงไหนเหรอคะ” พูดจบก็ยกคิ้วข้างหนึ่งแบบท้าทายพี่สุด ๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องพร้อมรอยยิ้มของผู้ชนะ

‘กูแม่งอยากหักคอเด็กฉิบหาย!’ ไทเกอร์ตะโกนในใจพร้อมถอนหายใจแรงแล้วก้าวตามน้องมันเข้าไป…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป