บทที่ 4 πrᵀᴵᴳᴱᴿ 3. ตาเสือ
“…หนักเหมือนกันนะเรา” เขาพูดพลางก้มมองใบหน้าที่อยู่ห่างไม่ถึงคืบ
พายอาร์เงยหน้าตอบทันควัน “นี่พี่กำลังบอกว่าเค้าอ้วนเหรอ”
“เปล่า…” เสียงทุ้มลากช้า มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ “…พี่หมายถึง ตรงนั้นน่ะนุ่มดี” พร้อมปรายตามองหน้าอกน้องแบบไม่ปิดบัง
คนน้องชะงักไปนิด แต่แทนที่จะถอยกลับเอียงคอเล็กน้อย “คิดทะลึ่งกับเค้าเหรอ”
ไทเกอร์เลิกคิ้ว หัวเราะหึ ทั้งเอือมทั้งขำน้อง “ไอ้ตัวแสบ…นี่ไม่กลัวพี่เลยใช่ไหม”
“ก็ไม่เห็นต้องกลัวนี่คะ” เธอยิ้มหวานท้าทาย
เขาจ้องอยู่พักหนึ่ง ก่อนดีดหน้าผากเบา ๆ “ลุกได้แล้ว พี่จะไปอาบน้ำ”
พายอาร์หัวเราะคิก พลิกตัวออกจากอ้อมแขนแล้ววิ่งไปกอดต้มยำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...
ไม่นานนัก... ร่างสูงเดินออกมาจากห้องในเสื้อยืดดำกับยีนขายาวธรรมดา แต่กลับหล่ออย่างกับนายแบบที่หลุดออกมาจากนิตยสาร
สายตาคมสะดุดเข้ากับร่างเล็กที่นั่งย่อตัวอยู่บนพรม จับกล้องเล็งใส่เจ้าแมวอ้วน ‘ต้มยำ’ ที่นอนหรี่ตาอย่างขี้เกียจ
เขาก้าวเข้าไปข้างหลังช้า ๆ ก้มมองจอจากมุมเดียวกับเธอ ก่อนเอ่ยเสียงทุ้ม “ถ่ายสวยใช้ได้เลย”
พายอาร์หันไปยิ้มกว้าง แต่ไม่ตอบง่วนกับการกดชัตเตอร์รัวกลัวแมวไอ้ต้มยำขยับหนี
“พี่จะออกไปหาอะไรกิน จะออกไปด้วยหรือรอที่ห้อง” ไทเกอร์ถาม
เธอเงยหน้าทันที รอยยิ้มแป้นแทบปิดไม่มิด “เค้าไปด้วย! เค้าอยากกินเค้ก”
เขาขมวดคิ้วทันควัน “จะไปกินข้าว”
“แต่เค้าอยากกินเค้กร้านนี้ค่ะ” ไม่พูดเปล่า มือเล็กล้วงมือถือ เปิดภาพร้านเค้กเจ้าดังโชว์ตรงหน้า เหมือนเตรียมพร้อมมาก่อน
“นะคะพี่เสือ~” น้ำเสียงหวานเจืออ้อน เพราะรู้ดีว่าพี่แพ้ลูกล่อลูกชนแบบนี้
“ไทเกอร์” เขาเรียกชื่อตัวเอง เตือนน้อยด้วยสายตา
“พี่เสือของเค้า” เธอแก้ทันควัน พร้อมยิ้มใสตาแป๋ว
‘เอาเข้าไป…อ้อนเข้าไป อ้อนยังไงกูก็จะไม่ตามใจน้องเด็ดขาด!’ ไทเกอร์ผ่อนลมหายใจยาว “เออ ๆ จะไปก็ตามมา ส่วนต้มยำ รอพ่ออยู่ห้องไป เดี๋ยวกลับ” สุดท้ายก็ตามใจน้องจนได้
เขาเดินนำออกไป พร้อมเสียงฝีเท้าคนตัวเล็กวิ่งตาม ก่อนก้าวพ้นประตู เธอก็หันไปบอกเจ้าต้มยำที่ยังนอนนิ่ง “เดี๋ยวเค้าซื้อขนมมาฝากนะต้มยำ~”
เวลาต่อมา รถสปอร์ตสีดำแล่นฝ่าการจราจรช่วงสาย ข้าง ๆ มีเด็กน้อยผมเปียนั่งยิ้มหน้าบาน มีกล่องเค้กวางบนตัก มือเล็กตัดชิ้นพอดีคำเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย หลังจากคนที่เคยประกาศว่า ‘กูจะไม่ตามใจเด็ก’ ขับพาไปซื้อถึงที่
“อื้ม~ อร่อยจัง…โอ๊ย! รสนี้ก็อร่อย รสนี้ก็ดี” เธอพูดพลางทำตาเป็นประกายเหมือนเค้กเป็นของวิเศษที่เสกอะไรได้สารพัด
ไทเกอร์ชำเลืองหางตา “กินดี ๆ ดิแสบ เดี๋ยวหกเลอะรถ”
“ไม่หกหรอกค่ะ เค้าระวังจะตาย ของอร่อยใครจะทำหก” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้เขาใจอ่อนทุกที
อยู่ ๆ ช้อนเค้กก็ถูกยื่นมาตรงหน้า “พี่เสือ…อ้าปาก”
“ไม่” เขาปฏิเสธสั้น ๆ มือยังจับพวงมาลัย สายตาไม่ละจากถนน
“นะคะ เค้าป้อน” น้ำเสียงออดอ้อนมาพร้อมสายตาแป๋วที่สั่งให้ทำตาม
ไทเกอร์ถอนหายใจ “…เออ วุ่นวายจริงโว้ย” ก่อนยอมอ้าปากรับคำป้อน
“พี่เสือน่ารักที่สุดเลย” เธอพูดเสียงใส ส่งยิ้มมาให้
เขาบ่นในใจ ‘เลิกทำตาแบบนั้นสักทีเถอะ กูเห็นทีไรก็ใจอ่อนทุกที’ เพื่อกลบเกลื่อน ต้องหยิบแว่นตาดำขึ้นมาใส่ ปิดบังสายตาที่เผลอหันไปมองบ่อยเกิน
พายอาร์ไม่รู้ตัวว่ายังถูกแอบมอง ยังกินเค้กไปยิ้มไปอย่างมีความสุข…ตั้งแต่เด็กจนโต การได้กินของหวานดี ๆ นับครั้งได้ ของไม่มีประโยชน์จะกินเข้าไปทำไม คุณพ่อมักพูดแบบนั้น ครั้งนี้เลยอยากเก็บไว้เป็นความทรงจำให้นานที่สุด
เงียบได้ไม่นาน เสียงใสก็แทรกขึ้นมากับเพลง “พี่เสืออายุเท่าไหร่คะ”
“ถามทำไม” เขายังมองถนน มือจับพวงมาลัยแน่น คิ้วกระตุกน้อย ๆ ‘ไอ้เด็กแสบ…ต้องมีอะไรอีกแน่’ สัญชาตญาณมันบอก
“ก็อยากรู้”
“ก็เท่าไอ้พาสต้า”
“เหรอ...ทำไมดูแก่จัง”
แค่คำว่า แก่ ทำเอาไทเกอร์ขมวดคิ้ว มือหนึ่งยกแว่นกันแดดออก เก็บลงข้างที่นั่งอย่างใจเย็น ก่อนหันสายตาคมจ้องตรง ‘จะกวนประสาทให้ได้สินะ หึ…ไม่ได้กินพี่หรอกน้อง’
“แก่ตรงไหน พี่ออกจะหล่อ” เขาตอบเสียงเรียบ ไม่หลงกลเกมที่เธอวางไว้
คนน้องพยักหน้ารับไวปานสายฟ้าฟาด ก่อนพูดหนักแน่น “หล่อจริงค่ะ แต่แก่ไปหน่อย...ดูสิ ผมขาวทั้งหัวเลย”
จบคำก็ฉีกยิ้มกว้าง หน้าทะเล้นยั่วเต็มที่
“ไอ้แสบ!” เสียงทุ้มต่ำผ่านไรฟัน
“คะลุงเสือ ไม่สิ…หงอกทั้งหัวขนาดนี้ต้องเรียก...ตาเสือ คิก คิก”
“สงสัยมีเด็กแถวนี้ไม่อยากโต” ไทเกอร์เหลือบตามองด้วยแววอำมหิต
‘เล่นกูอีกจนได้ ไอ้เด็กนี่ แสบจริง ๆ น่าจับคักคอจริงโว้ย!’ แต่ก็ได้แค่ด่าในใจ ‘ขู่ให้กลัวเสือกทำหน้าทะเล้นใส่ กวนตีนฉิบหาย’
“กินเข้าไปเค้กน่ะ ปากจะได้ไม่ว่าง”
“อร่อย” ตัวเล็กตักอีกคำเข้าปาก เอียงคอหรี่ตามองแล้วก็หัวเราะ
“ไม่ต้องมาขำเลย!”
‘กว่ากูจะได้สีนี้มา เสียเวลาเป็นวันแม่ง! บอกกูหัวหงอกเอาซะหมดความมั่นใจ เลยกูเวรฉิบหาย!’
เขาบ่นทางสายตาอีกที แต่มุมปากดันเผลอยิ้ม เพราะภาพคนนั่งข้างกันกำลังกินเค้กอย่างเอร็ดอร่อยมันทำให้รู้สึกดีแปลก ๆ
‘คนเหี้ยอะไรกินเค้กก็ยังน่ารัก’
