บทที่ 5 πrᵀᴵᴳᴱᴿ 4. พี่เลี้ยงเด็ก
ร้านอาหาร...
มาถึงยังไม่ทันได้เดินเข้าไป เสียงทุ้มปนสำเนียงกวน ๆ ก็ดังขึ้นจากด้านข้าง
“ไอ้เกอร์!”
ไทเกอร์ชะงัก ก่อนหันไปมองเจ้าของเสียงด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายทันที
เลโอ เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกวนประสาทเต็มใบหน้า “มากับสาวที่ไหนวะ โห…ถักเปีย น่ารักโคตร” ปากว่า แต่สายตาดันไล่มองคนตัวเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้า
“น้องไอ้ต้า” ไทเกอร์ตอบเสียงห้วน
“น้องไอ้พาสต้า…จริงดิ? โห ไม่เจอนาน โตขนาดนี้เลยเหรอ” เขาทำตาโตอย่างตกใจ “จำพี่ได้ไหมครับ น้องพายอาร์”
เจ้าของชื่อขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนส่ายหัวเบา ๆ แววตางุนงงเต็มที่
“พี่เลโอ เพื่อนพี่สาวน้องไงครับ ไอ้ต้าวตัวเล็กของพี่”
“ไอ้ต้าวอะไรนะคะ” เธอถามเสียงใสซื่อ แต่รอยยิ้มมุมปากบอกชัดว่าพร้อมจะเล่นด้วย
ไทเกอร์ถอนหายใจ “เลิกเล่น เดี๋ยวได้เรื่อง”
“กูพูดกับน้องไม่ได้พูดกับมึง!” เลโอหันมามองเพื่อนอย่างไม่พอใจที่โดนขัด ก่อนจะหันไปคุยกับน้องด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม เสียงสองชนิดไม่เคยใช้กับใครมาก่อน “กินข้าวด้วยกันกับพี่ไหมครับตัวเล็ก”
“ไม่” ไทเกอร์ตัดบท พร้อมดึงแขนน้องเดินเข้าร้าน ทิ้งเพื่อนที่ยังยิ้มอยู่ข้างหลัง
พายอาร์เหลือบมองพี่เสือข้าง ๆ แล้วแอบยิ้ม “พี่เสือหวงเค้าหรือเปล่า”
“เพ้อเจ้อ” เสียงห้วนตอบทันควัน แต่ใบหูเริ่มแดง…เธอเห็นเต็มตา
ไทเกอร์ทำหน้าขรึมไม่สนใจ เขาดึงประตูเปิดให้พายอาร์เข้าไป กริ๊ง~ เสียงกระดิ่งเหนือประตูร้านดัง
ร้านตกแต่งโทนอบอุ่น กลิ่นอาหารหอมฟุ้งอบอวลจนท้องน้อย ๆ ของใครบางคนส่งเสียงร้อง คนพี่กวาดสายตามองหามุมที่เงียบที่สุด ก่อนจูงมือน้องตรงไปยังโต๊ะริมกระจก
“นั่งตรงนี้” เขาเอ่ยสั้น ๆ พลางดึงเก้าอี้ให้น้อง ส่วนเจ้าตัวเดินอ้อมไปนั่งฝั่งตรงข้ามอย่างเงียบขรึม
คนตัวเล็กนั่งนิ่ง กะพริบตาปริบ ๆ ก่อนยกข้อศอกค้างบนโต๊ะ เอามือเท้าคาง ดวงตากลมใสแป๋วสะท้อนความซุกซน เอียงคอนิด ๆ ถามพี่เสียงใส
“เมื่อกี้นี้…พี่เสือทำหน้าเหมือนจะต่อยเพื่อนเลยนะคะ”
ไทเกอร์ปรายตามองแวบหนึ่ง ก่อนถอนหายใจในลำคอ “มันกวนตีน” เขาตอบเรียบ ๆ พลางพลิกเมนูในมือ
“หรือจริง ๆ พี่เสือ…หวง” เธอเน้นเสียงคำสุดท้าย พร้อมยิ้มมุมปากกวนประสาทสุดชีวิต
คนพี่วางเมนูลงทันที ดวงตาคมตวัดมองน้องอย่างหมดความอดทน “จะกินอะไร เลือก!”
พายอาร์หัวเราะชอบใจที่กวนประสาทพี่ได้สำเร็จ “โอเค ๆ เค้าไม่แซวแล้วก็ได้”
เธอก้มหน้าดูเมนู แต่สายตากลับเหลือบมองเขาเป็นระยะ ก่อนจะอมยิ้มอยู่คนเดียว
ไม่นานพนักงานยกถาดอาหารมาเสิร์ฟ กลิ่นหอมหวานมันของ หมูสามชั้นคาราเมลไข่ยาง ลอยขึ้นจนพายอาร์ตาโตทันที ข้างกันคือ ข้าวหน้าเนื้อซอสเข้ม ที่ถูกวางตรงหน้าไทเกอร์
“ว้าว~ น่าอร่อยจังเลยค่ะพี่เสือ”
“น่าอร่อยก็กินครับแสบ…ปากจะได้ไม่ว่างเนอะ” ไทเกอร์เอ่ยเสียงเรียบเหยียดยิ้มมุมปากเล็กน้อย
เสียงหัวเราะในลำคอดังต่ำ ๆ ตามมา เฮอะ ก่อนสายตาคมจะปรายมองเด็กตัวเล็กที่ทำตาโตใส่ของกินราวกับมันคือโลกทั้งใบ ‘คนอะไร ยิ้มหัวเราะได้แค่เพราะของกิน…’ เขาคิดพลางส่ายหัวยอมรับว่าอดเอ็นดูไอ้แสบไม่ได้
ทั้งคู่เริ่มลงมือรับประทาน พอกินได้ไม่กี่คำ พายอาร์ก็ใช้ส้อมจิ้มหมูชิ้นสวย ยื่นไปตรงหน้าพี่
“พี่เสือ อ้าปาก”
เขาขมวดคิ้ว “เมื่อกี้เค้กยังไม่พออีกเหรอ”
“นี่ของคาวค่ะ ไม่เหมือนกัน” เธออ้อนเหมือนเดิม
ไทเกอร์มองหน้าน้องอยู่สองวินาที…ก่อนผ่อนลมหายใจแล้วโน้มตัวไปกินจากส้อมที่น้องยื่นให้อย่างว่าง่าย ‘ไม่ได้ตามใจน้องนะเว้ยแค่ชิมดูเฉย ๆ ว่าอร่อยไหม’
ตัวเล็กยิ้มตาหยี “พี่เสือน่ารักอีกแล้ว~”
“กินของตัวเองไป” เขาว่าพลางตักข้าวเข้าปาก น้ำเสียงนิ่งเหมือนไม่สนใจ
คนน้องไม่สนใจอะไรอยู่แล้ว ตักข้าวเข้าปากก็เผลอฮัมเบา ๆ “อื้อ อร่อย หวาน ๆ เค็ม ๆ เค้าชอบ” แก้มพองเพราะเคี้ยวคำใหญ่เกินไป พร้อมยกนิ้วโป้งให้พี่ที่พามากินของอร่อย
ไทเกอร์ก้มหน้ามองจาน ทำทีเหมือนไม่สนใจ แต่หางตายังเหลือบมองน้อง…ที่แกว่งเท้าไปมาอย่างอารมณ์ดี มุมปากเขากระตุกขึ้นนิดหน่อย ก่อนรีบปรับสีหน้าทำขรึมเหมือนเดิม
พายอาร์ตักต่อ ยิ้มจนตาหยี เคี้ยวไปหัวเราะไปอย่างมีความสุข พอเห็นน้องยิ้มมีความสุข คนพี่เลยเลื่อนจานของตัวเองไปใกล้ ๆ ฝั่งน้อง
“ให้ชิมคำหนึ่ง”
น้องเงยหน้าดวงตากลมโตเป็นประกาย “ได้เหรอคะ!”
“คำเดียว” เขาย้ำ แต่ริมฝีปากก็แอบยกขึ้นน้อย ๆ
พายอาร์รีบตักคำใหญ่เกินไป ร้อนจนหน้าหงิกนิดหนึ่งแต่ก็ยังยิ้มตาปิด “อร่อย~”
ไทเกอร์มองภาพนั้นแล้วรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ‘แม่ง…หรือกูจะแพ้ยิ้มเด็กวะ’
