บทที่ 8 πrᵀᴵᴳᴱᴿ 7. เสือร้าย

“ก็…คิดถึง...ทั้งคู่ค่ะ” เธอเงยหน้าตอบเสียงใส ก่อนหันไปลูบหัวแมวต่อ “แต่คิดถึงต้มยำมากกว่า”

“มาได้ไง” เขาถามย้ำ เสียงติดขุ่นนิด ๆ ตอนแรกที่ได้ยินคำว่า คิดถึง ก็แทบกลั้นยิ้มไม่อยู่…แต่พอเติมท้ายว่า คิดถึงต้มยำมากกว่า เท่านั้นแหละ ใจคนพี่กลับขี้ใจน้อย อิจฉาแมวขึ้นมาเสียงั้น

“พี่พาสต้ามาส่งค่ะ พ่อให้เค้ามาติวกับพี่ต่อจนกว่าจะสอบ” เธอตอบพลางก้มลงเล่นกับแมวไม่สนใจว่าเจ้าของห้องจะทำหน้ายังไง

‘ยัง...ยังไม่สนใจกูอีก’

ไทเกอร์เลิกคิ้ว “ติว…หรือป่วน?”

พายอาร์ยิ้มตาหยี “แล้วแต่พี่เสือจะเลือกเลยค่ะ”

ไทเกอร์พยักหน้ารับคำ ก่อนหันไปเริ่มเก็บข้าวของที่วางเกลื่อนห้อง หนุ่มโสดก็แบบนี้แหละ เสื้อผ้าพาดเก้าอี้บ้าง กองบนโซฟาบ้าง ตั้งแต่ไม่ได้มีน้องมาติวก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจเท่าไหร่

พายอาร์ที่นั่งกอดแมวอยู่มุมโซฟา แอบมองอยู่พักหนึ่งก็ยกยิ้มกวน ก่อนวางต้มยำลงแล้วเดินตรงเข้าไปหาคนพี่

“เค้าช่วยไหม” เสียงใสเอ่ยถาม

“ไม่ต้อง” เขาตอบสั้น ๆ โดยไม่หันมามอง รู้ดีว่าน้องมันจ้องจะกวน

“แต่เค้าอยากช่วย” เธอยื่นมือคว้าเสื้อจากมือเขา ทำหน้าทะเล้นตั้งใจจะกวนให้ได้ คนพี่ก็ไม่ยอมแพ้ มือใหญ่กระชากเสื้อไว้แน่น

สองสายตาปะทะกันในระยะประชิด ไม่มีใครยอมใคร จนกระทั่งเสียงหวานเอ่ยขึ้นแผ่ว ๆ

“รอยสักพี่…สวยจัง”

คำพูดนั้นมาพร้อมปลายนิ้วเล็กที่ลากเบา ๆ ไปตามแนวหมึกสีดำบนท่อนแขน ลามขึ้นสู่ลาดไหล่ราวกับจงใจให้ไฟในอกเขาลุกวาบ

สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วทำให้ไทเกอร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ความนิ่งที่พยายามสร้างไว้เริ่มสั่นคลอน ใบหน้าและใบหูแดงเถือกขึ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้

“ผิวพี่ขาวมากเลย…หุ่นก็ดีเหมือนนายแบบ” เธอเอ่ยเสียงใส พลางกวาดสายตามองเขาขึ้น ๆ ลง ๆ อย่างไม่เกรงใจ

มือเล็กยังไล้ไปตามผิวไม่หยุด ไม่รู้เลยว่าคนตรงหน้าเลือดในกายเดือดพล่านขนาดไหน

ไทเกอร์สูดลมหายใจเข้าลึก ยุบหนอ…พองหนอ…น้องเว้ย! น้อง! แต่เสือใหญ่ใต้กางเกงกลับแข็งขืน ไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งเอาเสียเลย

สายตาคมเหลือบไปมองใบหน้าใสที่อยู่ใกล้แค่คืบ แก้มเนียนนั้นคงนุ่มน่าสัมผัส… ปากเล็กสีชมพูนั่นคงหวานน่า…

“เหี้ย!” เขาสบถในใจ เลือดในกายสูบฉีดจนแทบคุมอารมณ์ไม่อยู่

พายอาร์ยังคงทำหน้าใสซื่อ ยกมือขึ้นลูบรอยสักบนต้นแขนอีกครั้งโดยไม่รู้เลยว่า ทุกสัมผัสของเธอเหมือนการจุดไฟลงบนเชื้อเพลิง ปลุกเร้าความดิบเถื่อนในตัวเขาให้ปะทุจนแทบระเบิด

“…” เขาจ้องเธอแบบไม่ปิดบัง จ้องเหมือนจะกลืนเธอเข้าไปทั้งตัว

ก่อนที่เสือร้อยจะแสดงอาการไปมากกว่านี้ ไทเกอร์ก็หันหลัง เดินพรวดเข้าไปในห้องนอน ปล่อยให้พายอาร์ยืนกะพริบตาปริบ ๆ ตามอย่างไม่เข้าใจ

“…อะไรของพี่” เธอพึมพำทำหน้างงงวย

เพราะบทจะซื่อ ก็ซื่อจนไม่รู้เลยว่าตัวเองเพิ่งปลุกเสือร้ายให้ตื่น

ประตูห้องนอนปิดลงพร้อมเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไทเกอร์ทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียง มือขยี้ผมแรงระบายความหงุดหงิด

ไอ้แสบ…ไอ้เด็กบ้า

ไม่รู้รึไงว่าทำแบบนี้…มันหาเรื่องเจ็บตัวชัด ๆ

เขาหลับตา พยายามไล่ภาพมือนุ่ม ๆ ของเธอที่ไล้ไปตามผิวออกจากหัว แต่ยิ่งพยายาม…ความรู้สึกกลับยิ่งตราตรึง

พาสต้าเชื่อใจเขามาก ถึงยอมปล่อยให้น้องอยู่กับเขาสองต่อสอง…แต่ยังไงซะ ‘กูก็ผู้ชายนะเว้ย! มีอารมณ์มีความรู้สึก’

สองมือกำหมัดแน่น ข่มอารมณ์สุดขีด ก้มมองใต้เอวแล้วสบถในใจ ‘เหี้ย…XXXกูแม่งแข็งจนปวดหนึบไปหมด’

เขาสูดลมหายใจแรง ๆ พยายามกดสัญชาตญาณดิบของตัวเองให้สงบ รู้ดีว่าถ้าออกไปตอนนี้…อาจเผลอทำอะไรที่ไม่ควรกับไอ้เด็กแสบ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

“พี่เสือ ทำอะไรอยู่คะ” เสียงใส ๆ ดังลอดเข้ามา

ไทเกอร์สะดุ้ง เฮือก…เหี้ย! อย่าเพิ่งเข้ามา! เขารีบกระแอม เก็กน้ำเสียงให้ปกติที่สุด

“อ่านข่าว”

“ข่าวอะไรคะ”

“ข่าวสงคราม…” เขาตอบพลางเหลือบมอง ‘น้องชาย’ ใต้เอวที่ยังไม่ยอมสงบเสียที

“เค้าเข้าไปได้ไหม”

“ไม่ได้” เขาตอบทันควัน

“อ้าว…ทำไมล่ะคะ”

ไทเกอร์นิ่งคิดอยู่สองวินาที ก่อนทำเสียงเรียบตอบ “พี่…กำลังนั่งสมาธิ”

“หืม? นั่งสมาธิตอนนี้เนี่ยนะ”

เขาพยักหน้ากับตัวเองทั้งที่เธอมองไม่เห็น “ใช่…ก็มีคนทำให้จิตใจว้าวุ่น พี่เลยต้องทำให้สงบ”

เงียบไปอึดใจ ก่อนเสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นจากหลังประตู

“ใครอะ ทำไมฟังดูเหมือนพี่เสือกำลังบ่นเค้าอยู่เลย”

“คิดไปเอง” ไทเกอร์ตอบสั้น ๆ แต่ปลายปากเผลอยิ้ม

‘ไอ้เด็กบ้า…ยังจะรู้ทันกูอีก’

ผ่านไปเกือบชั่วโมง... ไทเกอร์เดินออกจากห้องนอนในที่สุด หลังจากใช้เวลานานกว่าปกติในการจัดการไอ้ลูกชายตัวดี

เขาก้าวออกมาพร้อมสีหน้าที่ตั้งใจเก๊กให้นิ่งเรียบ แต่ดวงตากลับเผลอเหลือบไปมองรอยยิ้มของพายอาร์ที่กำลังก้มเล่นกับต้มยำ

แม่ง…หยุดมองปากน้องสักทีเถอะไอ้ไทเกอร์

เขาด่าตัวเองในใจ แต่สายตาก็ยังจ้องอยู่ดี ไอ้ความคิดไม่เข้าท่าก็แล่นเข้ามาไม่หยุด...ถ้าไอ้แสบรู้ว่ากูคิดอะไรอยู่ คงเอามีดมาปาดคอแน่

เขาส่ายหัวไล่ความคิดบ้า ๆ ออกไป แต่พอเงยหน้าอีกที คนตัวเล็กก็ลุกขึ้นมานั่งบนโซฟา ทำหน้ายิ้มเหมือนมีแผนอะไรซ่อนอยู่

“วันนี้เราไม่ได้ติวหนังสือใช่ไหมคะ”

เขาขมวดคิ้ว “แล้ว?”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป