บทที่ 8 วางมาด

ตอนที่8. วางมาด

“เอาเป็นว่ากูกับมึงไปด้วยกัน เอกก็ด้วย ส่วนพายุก็ไปกับน้องดรีมก็แล้วกันนะ ” ราเชนบอกกับทุกคนทำเอาพายุถึงกับมองเพื่อนด้วยความโมโหเป็นอย่างมาก

“แล้วทำไมกูต้องไปกับยัย เอ่อ ไปกับเด็กคนนี้แค่สองคนล่ะ งั้นเอกก็มาด้วยกันก็ได้ พวกมึงกินเสร็จก็จะได้รีบกลับไปเลย” พายุบอกกับเพื่อน

“กูรู้ว่าตอนกลับจะได้กลับไปเลย ก็ค่อยรอตอนกลับให้กลับพร้อมกับพวกมึง แต่ตอนไปตอนนี้กูมีเรื่องจะคุยกับเอกสักหน่อย” ชนาธิปตัดบทและเดินดันหลังเอกออกไปจากสำนักงานทันที ทิ้งให้พายุและดรีมยืนมองหน้ากันเงียบ ๆ โดยที่ต่างคนก็ไม่พูดอะไร กระทั่งดรีมพูดขึ้นมาก่อน

“ถ้าอย่างนั้นหนูรบกวนหัวหน้าด้วยนะคะ” ว่าแล้วดรีมก็เดินออกไปในทันที ทำเอาพายุถอนหายใจออกมา และเดินตามออกไปในที่สุด

ระหว่างที่นั่งรออาหารอยู่นั้น อยู่ ๆ ราเชนก็พูดขึ้นมา

“ว่าแต่น้องดรีมน่ารักขนาดนี้มีแฟนหรือยังครับ”

แค่ก แค่ก ดรีมถึงกับสำลักขึ้นมาในทันที เพราะไม่คิดว่าราเชนจะกล้าถามออกมาแบบนี้ และดูเหมือนว่าทุกคนจะรอฟังคำตอบของดรีมเป็นอย่างมาก

“หนูยังไม่มีแฟนค่ะ ยังไม่มีใคร และก็ไม่คิดที่จะมีด้วยค่ะ”

“อ้าวทำไมละครับ ” ชนาธิปถามด้วยความสงสัย เช่นเดียวกับเอกที่ได้แต่พยักหน้า ที่รอคำตอบว่าทำไมดรีมถึงไม่มีแฟน และไม่คิดจะมี

“หนูแค่ไม่อยากมีภาระ ไม่อยากมาเสียเวลากับอะไรอย่างนั้นค่ะ การมีคนรักสิ่งหนึ่งที่สำคัญนั่นก็คือ ต้องมีเวลาให้กัน ต้องเอาอกเอาใจกัน เทคแคร์กัน ไหนจะต้องตามเอาใจ และเรียนรู้ที่จะต้องอยู่ด้วยการ การเปลี่ยนนิสัย และอะไรอีกหลาย ๆ อย่างค่ะ ซึ่งหนูว่าคนอย่างหนู ไม่มีจะดีกว่า เพราะหนูไม่ชอบที่จะต้องมาเอาใจหรือมาดูแลเทคแคร์ใครค่ะ ”

“อ้าวแล้วแบบนี้นิยามความรักของน้องดรีมเป็นยังไงละครับบอกพี่ได้ไหม เพราะน้องพูดมาก็น่าสนใจทั้งนั้นเลยนะ”

“นิยามความรักหนูเหรอคะ ไม่งี่เง่า ไม่เอาแต่ใจ ต้องเป็นคนที่คิดถึงความรู้สึกของคนอื่นมากกว่าความรู้สึกของตัวเอง รักเราเข้าใจเรา และเข้ากับครอบครัวเราได้เป็นอย่างดีค่ะ”

“แบบนี้ก็สมควรอยู่คนเดียวนั่นแหละดีแล้วเอาแต่ใจทีสุด” พายุพูดขึ้นมาหน้าตาเรียบเฉย แต่นั่นทำเอาทุกคนถึงกับทำหน้าไม่ถูกด้วยเพราะไม่คิดว่า พายุจะกล้าพูดอะไรแบบนี้ออกมา

“อย่างน้อยถ้าจะมีก็คงไม่ใช่แหละค่ะ เพราะดูเหมือนว่าพี่จะไม่ค่อยสนใจคนอื่นมากสักเท่าไหร่ ขาดความอบอุ่นหรือว่าถูกคนรักหักอกมาหรือเปล่าคะ” ดรีมถามทำเอาทุกคนหน้าเหวอเป็นอย่างมาก พร้อมกันนั้นพายุกับมองดรีมตาขวางเป็นอย่างมาก

“ผมว่าเรารีบกินกันก่อนดีกว่าไหมครับ จะได้รีบกลับไปทำงานสักที”  ชนาธิปพูดขึ้นมาก่อนใครเพื่อน ตามด้วยราเชนที่รีบสมทบต่อ “นั่นสิจะได้รีบไปทำงานกันเน๊อะว่าไหม”

“อ่อ ไม่เป็นไรค่ะไม่รีบก็ได้ เพราะว่างานแรกหนูคือทำลายเอกสาร ง่ายดีใช่ไหมคะ ส่วนงานรองหนูนั้นก็ต้องทำนอกเวลางานค่ะ เพราะต้องรื้อคดีเก่าหนึ่งคดีค่ะ ” ดรีมตอบออกมาตามความจริงทั้งหมด ทำเอาเอกถึงกับสงสัย

“คดีอะไรหรือครับน้องดรีม ” เอกเอ่ยถามและมองดรีมด้วยความอยากรู้เป็นอย่างมาก

“ก็คดีอุบัติเหตุทั่วไปนั่นแหละค่ะ”  ดรีมพูดออกมาและมองหน้าพายุ

“รีบกินเถอะจะมาถามอะไรเรื่องงาน ตกลงจะมาทำงานหรือว่าจะมากินข้าว แล้วมึงสองคนจะมายุ่งวุ่นวายอะไรกับงานในสำนักงานของกู หรืออยากเป็นทนายจะได้ส่งไปเรียนอีกที” พายุถึงกับอดไม่ได้ที่จะตำหนิเพื่อนทั้งสองของเขา ทำเอาทั้งราเชน และชนาธิปถึงกับเงียบไปในทันที

ระหว่างที่นั่งทานข้าวกันอยู่นั้นทุกคนต่างก็นิ่งเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรสักคนเพราะความเกรงใจพายุ จนทำให้ทุกคนเกิดความอึดอัดเป็นอย่างมาก กระทั่งดรีมจึงพูดขึ้นมา

“พี่ ๆ ค่ะต่อไปถ้าการอยู่ของหนูมันทำให้พี่ ๆ อึดอัดครั้งต่อไปไม่ต้องชวนหนูก็ได้นะคะ หนูไม่อยากทำให้พวกพี่เสียบรรยากาศในการกินค่ะ”

“คิดอะไรแบบนั้น คิดมากนะเรา อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเราเพิ่งรู้จักกันใหม่หรือเปล่า เลยทำให้พวกเราไม่สนิทกันเท่าที่ควรเอาอย่างนี้ไหมคืนนี้ไปดื่มกันที่ผับพี่ เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง” ราเชนพูดขึ้นมาทำเอาชนาธิปถึงกับยิ้มออก

“ใช่ก่อนจะสนิทกันเราต้องสร้างสายสัมพันธ์กัน และสร้างความคุ้นเคยต่อกันก่อนจริงไหม ว่าไงเอก น้องดรีมไปกันนะคืนนี้” ชนาธิปหันมาถามทั้งสองคนแต่สายตามองไปที่พายุ

“ไอ้พายุถ้ามึงไม่ว่างก็ไม่เป็นไร เพราะยังไงน้องดรีมก็ทำงานที่สำนักงานมึงอยู่แล้ว แต่พวกกูสองคนอยากสนิทกับน้องก็แค่นั้นเอง หวังว่าในเมื่อไม่ใช่เวลางานมึงคงไม่ว่าอะไรนะ” ราเชนถามเพื่อนด้วยความสงสัยเป็นอย่างมาก ทำเอาพายุถอนหายใจ

“เอาที่พวกมึงสะดวก กูไม่ได้เป็นอะไรกับเด็กคนนี้อยากทำอะไรก็ทำ ไม่ใช่เวลางานกูไม่สนใจหรอก ว่าแต่อิ่มหรือยังกูจะกลับไปทำงาน”  พายุถามเพื่อนทั้งสองคนของเขา

“เออ งั้นก็แยกกันตรงนี้ น้องดรีมครับมื้อนี้พี่เลี้ยงเอง ” ชนาธิปบอกกับดรีมและยิ้มให้หญิงสาวด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ

“อ่องั้นดรีมกลับพร้อมกับหัวหน้าก่อนนะ พอดีว่าพี่มีงานแถวนี้ หัวหน้าครับฝากน้องกลับไปที่สำนักงานด้วยนะครับ” เอกรีบออกตัวก่อนเพราะว่าเขามีงานที่ต้องติดต่ออยู่แถวนี้ทำเอาพายุถึงกับหน้าตึงขึ้นมาอีกครั้ง

"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูกลับเองได้หัวหน้าอาจจะมีงานที่ไหนก็เป็นได้ค่ะ"

“ไม่เป็นไร ก็กลับพร้อมกันนี่แหละ ทำไมกลัวอะไรหรือเปล่าถึงกับไม่อยากกลับพร้อมกัน”

“ไม่ได้กลัวอะไรค่ะ แค่คิดว่าหัวหน้าคงไม่อยากกลับพร้อมหนูก็แค่นั้น”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป