บทที่ 1 พิศวาสรักเมียชั่วคืน บทที่1
เธอ…คนที่โลกใบนี้ไม่เคยใจดีด้วย ในชีวิตท่องจำแค่คำว่า “งานคือเงิน” และบางครั้งเงิน…ก็ต้องมาก่อนศักดิ์ศรี
เขา…ศัลยแพทย์ผู้หลงใหลในเซ็กซ์พอๆกับการผ่าตัด สำหรับเขา 'ความสุข' ซื้อได้ด้วยเงิน
“ถอดออก ผมจะดูที่เหลือเอง” มือน้อย ๆ กอบกำเข้าหากันแน่น สายตาที่มองมาเหมือนกำลังเปลื้องผ้าเธอออกทีละชิ้น ๆ ร่างกายหญิงสาวร้อนผ่าวเหมือนถอดออกไปทุกชิ้นแล้วทั้งที่ยังอยู่ครบ
“ถอดสิ หรือว่าจะให้ผมเป็นคนถอด?” คุณหมอผู้วางสีหน้าเรียบนิ่งในวันที่เธอพาประสิทธิ์ไปโรงพยาบาลเห็นได้ชัดว่าตอนนี้เป็นคนละคน แม้ยังวางตัวได้เป็นอย่างดีแต่ก็ไม่ต่างจากราชสีห์ที่พร้อมตะครุบเหยื่อทุกเมื่อ
“ไม่ต้อง” ยกมือขึ้นห้ามอย่างไว อัจจิมาสูดหายใจเข้าลึก ความปรารถนาที่คุกรุ่นของศัลยแพทย์หนุ่มทำลายความเหนียมอายลงไปหลายส่วน หลังจากลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ เธอก็จัดการถอดเดรสสั้น แก้มเนียนขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อเนื้อตัวเย็นเฉียบเหมือนมีน้ำแข็งเกาะกุม ไม่คิดว่าในชีวิตเธอต้องมาทำอะไรแบบนี้
“สองชิ้นนั้นด้วย” น้ำเสียงดุจพญามัจจุราชสั่งให้อัจจิมาขยับร่างกาย ส่งมือไปด้านหลังเพื่อจัดการปลดตะขอบราเซีย บางส่วนของเรือนผมนุ่มสลวยหล่นลงบดบังปลายถันเรื่อสีเรื่อ ลมหายใจเกิดติดขัดแทบจะหายใจไม่ออกในตอนที่เธอใช้มือรูดชิ้นล่างลงจากสะโพก
ทรวงอกอวบอิ่มและเนินโหนกผืนน้อยที่มีหย่อมหญ้าบาง ๆ ขึ้นคลุมปรากฏแก่สายตาชายหนุ่มอย่างโจ่งแจ้ง
เจ้าของร่างบางยืนขาเบียดชิดตามสัญชาตญาณ หากแต่รูปร่างของเธอก็งดงามได้สัดส่วนจนท่ายืนไม่มีผลต่อการสำรวจสินค้า
อัจจิมาเบือนหน้าหนีดวงตาคมกริบ ไม่ได้รู้สึกอึดอัดหรือไม่พอใจที่ถูกจ้องมองแต่รู้สึกประหม่ามากกว่า
เผลอกลั้นลมหายใจเมื่อกายสูงใหญ่กำยำลุกขึ้นยืน ท่อนขายาวก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ อัจจิมาเกร็งตัวอย่างตื่นตะหนกเมื่อใบหน้าหล่อเหลาพุ่งเข้ามาใกล้ซอกคอโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ทว่าพิธาก็ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านี้ ไม่ได้สัมผัสตัวเธอ มีเพียงลมหายใจอุ่น ๆ ที่รินรดผิวกาย ก่อนที่ริมฝีปากหยักหนาจะยกยิ้มขึ้น ราวกับรู้ทันว่าเธอกำลังหวาดกลัวเขาอยู่
“กดเลขบัญชีของคุณ” เขายื่นโทรศัพท์มือถือมาให้เธอ
“คะ?” เธอตกใจเพราะไม่คิดว่าเขาจะยอมจ่ายให้ก่อน เงินแค่หนึ่งล้านบาทคงไม่ทำให้ขนหน้าแข้งเขากระดิกสินะ
หญิงสาวก้มหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาบดบังร่างกายก่อนจะรับมือถือมาแล้วทำการกดตัวเลขลงไปจนครบ
ไม่กี่วินาทีเธอก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนดังออกมาจากกระเป๋าใบเล็กของเธอ พอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเธอก็เห็นยอดเงินจำนวนหนึ่งล้านบาทโชว์หราอยู่หน้าจอ
เป็นใครก็ต้องอึ้ง เขายอมจ่ายให้เธอง่ายดายแบบนี้เลยเหรอ?
แต่ทำไมเขาถึงโอนเงินให้เธอก่อน ไม่ใช่ว่าเธอต้องทดลองงานก่อนหรือไง?
การที่เธอยอมนอนกับผู้ชายเพื่อแลกกับเงินมันเป็นเรื่องที่น่าอับอายและดูไร้ค่าหรับผู้หญิงคนหนึ่ง
แต่แล้วยังไงล่ะ
ในเมื่อความรัก ความไว้ใจและความซื่อสัตย์พวกนั้นสุดท้ายมันก็เหลือให้เธอแค่ความโง่เขลาไม่ใช่หรือไง
มอบหัวใจใช้ร่างกายกับผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรัก แล้วผลตอบแทนเป็นเช่นไร
ถ้าเขาไม่ได้โกหกเรื่องสถานภาพในขณะที่เธอก็เพิ่งโสดหมาด ๆ มันคงไม่ผิดอะไรถ้าเธอเลือกจะเป็นคู่นอนของใครสักคน
แต่ไม่มีทางที่เธอจะเอาใจลงไปเล่น โดยเฉพาะกับผู้ชายที่มีอาชีพเป็นหมอ
เพราะพวกหมอ...ไว้ใจไม่ได้
--------------------------------------
บทที่ 1
“ชุดนักศึกษาเมย์ล่ะ อย่าบอกนะว่าไม่ได้รีดไว้” น้ำเสียงไม่พอใจที่ดังเข้ามาในห้องปลุกให้อัจจิมาต้องฝืนลืมตาขึ้นมา
“พี่รีดไว้แล้วแต่ลืมเอาไปให้” คนซึ่งล้มตัวลงนอนไม่กี่ชั่วโมงลุกขึ้นเดินไปหยิบชุดนักศึกษาด้วยความงัวเงีย
“คราวหลังรีดแล้วก็เอาไปไว้ที่ห้องสิไม่ใช่ให้เมย์ต้องเดินมาเอาเอง”
เมธาวี เป็นน้องสาวต่างมารดากับเธอ รสนิยมสูง ใช้ของแบรนด์เนมแต่งตัวเหมือนลูกคุณหนูทั้งที่ฐานะทางบ้านไม่ได้ร่ำรวย นิสัยเอาแต่ใจตัวเองเพราะมีแม่คอยให้ท้ายมาตั้งแต่เด็ก
“แม่ฉันกับพ่อออกไปข้างนอกนะ แล้วแม่ก็บอกให้พี่จี๊ดลงไปทำกับข้าวให้ฉันกินด้วย” สิ้นน้ำเสียงออกคำสั่งเมธาวีก็ถือชุดนักศึกษาลงบันไดบ้านไป
อัจจิมาถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะรีบเข้าไปอาบน้ำให้ตัวเองหายจากความง่วง ถึงจะไม่ใช่พี่น้องคลานตามกันออกมาแต่เพราะคำว่าหนี้บุญคุณทำให้อัจจิมาต้องคอยทำนั่นทำนี่ให้เมธาวีกับแม่เลี้ยงของเธอไม่ต่างจากคนรับใช้ในบ้าน
ไม่กี่นาทีต่อมาอัจจิมาก็นำอาหารมาเสิร์ฟให้เมธาวีที่โต๊ะ
“กะเพราเนี่ยนะ อี๋…! เมย์ไม่กินหรอกไปทำมาใหม่เลย” ปัดจานอาหารออก คิดยังไงถึงทำเมนูสิ้นคิดให้เธอกิน
“ในตู้เย็นมีแค่นี้กินไปก่อน” เธอพยายามใจเย็น
“พี่จี๊ดก็รู้นี่ว่าเมย์ต้องทานข้าวเช้าก่อนไปเรียนทำไมไม่รู้จักซื้ออะไรมาไว้” ชักสีหน้าไม่พอใจ
“ตอนนี้พี่ไม่มีเงิน เงินเดือนยังไม่ออก”
“เมย์รู้ว่าอาชีพพนักงานบริษัทเล็กๆ อย่างพี่จี๊ดได้เงินเดือนน้อยแต่มันเป็นความรับผิดชอบของพี่ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงไม่รู้จักจัดการบริหารให้ดี” เมธาวีมักจะพูดจาดูถูกอาชีพของเธอแบบนี้เป็นประจำ ทั้งที่เธอเป็นเสาหลัก ต้องหาเงินจุนเจือทุกคนในบ้านไม่พอเธอยังต้องจ่ายค่าเทอมให้เมธาวี ทั้งหมดนี้ก็เพื่อตอบแทนหนี้บุญคุณที่ เพ็ญพักตร์ แม่ของเมธาวีเคยช่วยเหลือเธอกับพ่อ
ยี่สิบกว่าปีก่อน บังอร แม่ของเธอจากไปอย่างกะทันหันด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ หลังจากแม่ของเธอเสียชีวิตได้ไม่ถึงปี ประสิทธิ์ ก็พาเพ็ญพักตร์เข้ามาอยู่ในบ้านแทนที่แม่ของเธอ ตอนนั้นเธอเพิ่งจะอายุห้าขวบ ทุกอย่างในบ้านรวมถึงการดูแลเธอจึงเป็นหน้าที่ของเพ็ญพักตร์เสียส่วนใหญ่ เพราะประสิทธิ์ต้องออกไปทำงานข้างนอกทุกวัน
ไม่นานเพ็ญพักตร์ก็แสดงธาตแท้ อยู่ต่อหน้าประสิทธิ์เพ็ญพักตร์ดูรักและเอ็นดูเธอเหมือนลูก แต่พอพ่อของเธอออกไปทำงานเธอก็จะถูกเพ็ญพักตร์ใช้ให้ทำงานบ้านสารพัด
อัจจิมาเคยเล่าเรื่องแม่เลี้ยงให้ประสิทธิ์ฟัง หากแต่ผู้เป็นพ่อกลับได้แต่บอกให้เธอทำตามคำสั่งของภรรยาใหม่ เพื่อตอบแทนบุญคุณที่เธอไม่รู้ว่าจะจบสิ้นเมื่อไหร่
ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ บังอร นำโฉนดบ้านไปกู้หนี้ยืมสินกับคนรู้จักเพื่อมาลงทุนค้าขาย
แต่หลังจากแม่ของเธอเสียชีวิต ประสิทธิ์ก็ไม่มีเงินไปจ่ายแม้กระทั่งดอก ด้วยความที่ไม่อยากเสียบ้านไปประสิทธิ์เลยขอให้เพ็ญพักตร์ช่วยจ่ายหนี้ก้อนนั้นให้
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเพ็ญพักตร์เลยมีบุญคุณกับสองพ่อลูก ซึ่งผลจากการช่วยเหลือครั้งนั้นทำให้เมธาวีได้รับอนิสงส์ไปด้วย
“เอาไว้พรุ่งนี้พี่จะไปตลาดซื้อของมาเพิ่มแล้วกัน”
“ตลาดเนี่ยนะ? เมย์ไม่เข้าใจเลยว่าสถานที่สกปรกๆ แบบนั้นไปเดินได้ไง” เมธาวีในชุดนักศึกษารัดติ้วกวาดสายตามองพี่สาวต่างแม่ด้วยความดูแคลน ก่อนจะลุกออกไปจากโต๊ะโดยไม่คิดจะแตะต้องอาหารที่เธออุตส่าห์ตื่นมาทำให้กิน
