บทที่ 3 บทที่ 3.
“แย่จริงลูกคนนี้นี่ก็เกือบเที่ยงแล้ว สักพักคนบ้านนั้นก็จะมา เฮ้อ พูดแล้วฉันก็กลุ้มใจเราจะทำอย่างไรกันดีคะคุณ”
“เอาน่าคุณ หากเขาส่งคนมาเจรจาแบบนี้เราก็ควรจะเบาใจ ดีกว่าเรื่องต้องขึ้นโรงขึ้นศาล”
คุณอนันต์กล่าวพลางหลบตาผู้เป็นภรรยา แล้วชำเลืองมองไปยังชั้นบนของบ้านฝั่งที่เป็นห้องนอนของลูกเลี้ยงสาวแสนสะคราญซึ่งคงกำลังนอนหลับอย่างหมดเรี่ยวแรงหลังจาก กิจกรรม เมื่อคืน
“แล้วนี่นังมดไปไหน ทำไมตั้งแต่มาฉันยังไม่เห็นหัวมันเลย จิต นังจิต..”
“ขา คุณผู้หญิง” แม่จิตขานรับพลางยกถาดเครื่องดื่มออกมาอย่างรู้หน้าที่
“นังมดไปไหน”
“เอ่อ คุณหนูไม่สบายค่ะ เป็นไข้หวัดมาสองวันแล้วค่ะ”
แม่จิตตอบตามความเป็นจริง ซึ่งมันทำให้คุณพริ้งไม่ใคร่จะพอใจนัก แต่ก็ได้แต่พยักหน้า เมื่อเห็นแม่บ้านเก่าแก่ที่อยู่กันมานานมองด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก และวันนี้ดูท่าทางของแม่บ้านสูงวัยจะเปลี่ยนไป
“มีอะไรรึเปล่าถึงได้มองฉันแบบนี้” คุณพริ้งถามเสียงแข็งในใจก็กลัวว่าลูกจ้างจะขอขึ้นเงินเดือนมากกว่าอย่างอื่น
“อิฉันจะขอลาออกค่ะ และคุณหนูมดก็จะออกไปอยู่ข้างนอกเหมือนกัน ตอนนี้คุณหนูก็เรียนจบแล้ว”
“เฮอะ เรียนจบแล้ว กะอีแค่ใบปริญญาจากรามฯ ใบเดียวคิดว่ามันจะช่วยเลี้ยงแกทั้งสองคนให้กินดีอยู่ดีเหมือนอยู่กับฉันรึ อยากจะไปไหนก็ไป แต่บอกไว้ก่อนว่านี่ยังไม่สิ้นเดือน หากแกไปเงินเดือนๆ นี้ก็ไม่ได้ และนังมดก็จะไม่ได้อะไรออกไปแม้แต่บาทเดียว”
“ค่ะ อิฉันเข้าใจแค่จะเรียนให้ทราบเท่านั้น”
“อยากจะไปไหนก็เชิญ แต่ก่อนออกไปก็เอาข้าวของมาให้ฉันดูก่อนล่ะ ฉันไม่ไว้ใจพวกแก”
คุณพริ้งพูดอย่างเย็นชาไม่ได้รู้สึกห่วงหาผู้เป็นหลานสาวเลยสักนิด แม่จิตเดินออกไปจากห้องรับแขกเงียบๆ พลางคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาอย่างนึกอดสูและสงสารผู้ซึ่งเป็นทายาทที่แท้จริงของ บ้านอรุณวลัย
คุณพริ้งมองตามหลังแม่จิตไปอย่างสมใจ ความจริงแล้ว รติมานั้นเป็นลูกน้องสาวแท้ๆ ของคุณพริ้งนั่นก็คือ คุณพราว และเมื่อผู้เป็นน้องสาวกับ คุณตฤณ น้องเขยประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกันทั้งสองคนในขณะที่รติมาอายุได้สามขวบ คุณพริ้งซึ่งเป็นญาติเพียงคนเดียวของคุณพราวนั้นได้มาขออาศัยอยู่ในบ้านอรุณวลัยตั้งแต่สามีเสียชีวิต จึงกลายเป็นผู้ดูแลมรดกของรติมาซึ่งยังเป็นเพียงเด็กตัวน้อยๆ และนั่นมันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่นางจะได้ในสิ่งที่ใฝ่ฝันมานาน ที่สำคัญได้แก้แค้น ใช่แล้วคุณพริ้งได้ แก้แค้น
นางได้แก้แค้นคนที่ทำให้ตนเจ็บใจและเสียใจในอดีต เมื่อผู้มีศักดิ์เป็นน้องเขยนั้น เป็นชายหนุ่มซึ่งนางหมายปอง เพราะคุณพริ้งนั้นหลงรักและคาดหวังจะได้แต่งงานกับคุณตฤณ ซึ่งเป็นนักธุรกิจหนุ่มหล่อไฟแรงและเนื้อหอมที่สุดในตอนนั้น หากแต่คุณตฤณกลับมาพึงใจน้องสาวแสนกะโปโลของนาง และแต่งงานอยู่กินกันอย่างมีความสุข ในขณะที่ตัวของคุณพริ้งเองนั้นกลับได้แต่งงานกับชายหนุ่มอ่อนแอขี้โรค ที่สำคัญรวยน้อยกว่าสามีของน้องสาว แต่โชคก็เข้าข้างเมื่อคนเหล่านั้นล้วนอายุสั้น ล้มตายไปก่อนและทิ้งสมบัติมากมายไว้ให้นางได้เสวยสุขกับบุตรสาว ซึ่งเกิดจากผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่สามีของตน
คุณพริ้งเลี้ยงดูรติมาผู้เป็นหลานสาวอย่างเสียไม่ได้เพราะสมบัติและกรรมสิทธิ์ของทายาทผู้สืบสกุลยังคงอยู่ แต่นางก็ไม่ได้เลี้ยงดูรติมาอย่างดีนัก หลังจากสามเดือนผ่านไปนางก็ให้คนรับใช้เก็บข้าวของทั้งหมดของน้องสาวและน้องเขยไปทิ้ง และไล่ให้เด็กหญิงวัยสามขวบไปอยู่เรือนเล็กรวมกับคนรับใช้ และให้แม่จิตเป็นคนดูแลเลี้ยงดูรติมาแทน แม้เด็กหญิงวัยสามขวบผู้น่าสงสารจะเป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติมหาศาล แต่เด็กหญิงรติมาก็อยู่อย่างผู้อาศัยแม้ไม่ได้อดแต่ก็ไม่อิ่ม แม้ไม่ได้อยู่ในที่ๆ ดีนัก แต่ก็ไม่เลวร้ายเกินไป เมื่อคนรับใช้เก่าแก่ทั้งแม่จิตและคนอื่นๆ ต่างดูแลและเลี้ยงดูเธออย่างดี ด้วยสำนึกในบุญคุณของนายเก่าผู้ล่วงลับ แม้จะมีบางคนที่หันไปพะเน้าพะนอเอาใจผู้เป็นนายใหม่ที่ไม่มีความชอบธรรมในจิตใจก็ตาม...
ทางด้าน รติมา อรุณวลัย ในวันนี้เธออายุยี่สิบสองปีแล้วและเพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยรามคำแหงคณะมนุษยศาสตร์ หลังจากเพียรพยายามทำงานและเรียนอย่างหนักในระยะเวลาสามปีที่ผ่าน ซึ่งเธอแอบไปลงทะเบียนเรียนไว้ เนื่องจากถูกคุณพริ้งกีดกันทางการศึกษามาตลอด คุณพริ้งให้รติมาเรียนแค่ในระดับชั้นมัธยมปลายในโรงเรียนวัดย่านชานเมือง เมื่อเรียนจบนางก็ให้รติมาทำงานบ้าน และดูแลความเรียบร้อยทุกอย่างในบ้านหลังใหญ่โต หญิงสาวทายาทที่แท้จริงทำงานราวกับทาสก็ไม่ปาน
