บทที่ 10 บทที่ 10.
“อย่าทำอะไรบีเลยนะคะได้โปรดอย่าทำต่อเลยนะคะบีเหนื่อยแล้ว อุ้ย อื้อออ...”
เสียงวอนขอของเธอไร้ค่าเมื่อเขาไม่นำพากับน้ำตาที่อาบแก้มใส ร่างสูงใหญ่ถาโถมเขาหากายบางอวบอิ่มด้วยวัยสาวสดอย่างหิวกระหาย ดื่มกินยอดทรวงสีหวานด้วยความร้อนแรงจนเจ้าของต้องหวีดร้องออกมาด้วยความเจ็บระคนเสียวซ่านมือหนาฟอนเฟ้นกายบางด้วยความหลงใหลลืมตัว เอวบางที่มือข้างเดียวแทบจะกำรอบถูกเขาจับพลิกให้เธอนอนค่ำพร้อมกับยกสะโพกมนขึ้นสูงก่อนจะสอดเสยความแข็งแกร่งเข้าหาช้าๆ ท่วงท่าเต็มไปด้วยความมั่นใจและหมายมาดจนเขาสามารถเข้าไปจนสุดทาง...
“อา... บารนี เธอนี่แน่นสุดยอดไปเลย... โอว... มัน ไม่น่าเชื่อ...”
เขาขยับสะโพกสอบเข้าหาความอ่อนนุ่มของสะโพกหนั่นแน่นนั้นช้าๆ หมุนวนบดเบียดให้ความแข็งแกร่งเสียดสีเล้าโลมจนบารนีเสียวไปทั้งกาย สาวน้อยแหงนใบหน้าขึ้นพร้อมกับสูดปากด้วยความเสียวกระสันเมื่อความใหญ่โตเคลื่อนไหวอย่างคึกคะนองในกายสาว ความร้อนผะผ่าววิ่งแล่นไปทั้งสรรพางค์จนเธอแทบจะมอดไหม้ ยิ่งเขากระแทกกายเข้าหาและบีบเฟ้นทรวงสาวอวบใหญ่เดินตัวมากเท่าไหร่ เธอก็เหมือนลอยล่องออกห่างความเป็นจริงทุกขณะ ตอนนี้บารนีรู้สึกเหมือนตัวเองฝันไป ความเสียวซ่านรัญจวนใจกับลีลาอันเจนจัดในเกมพิศวาสของของเขาทำให้เธอมึนงง ความเจ็บปวดไม่มีอีกต่อไป มีเพียงความเสียดเสียวที่ทำให้เธอแทบแตกระส่ำด้วยความสุขสมที่เขามอบให้ครั้งแล้วครั้งเล่า...
“กรี๊ดดดด....อ๊า...”
เสียงหวานผสานกับเสียงแหบห้าวของเขาดังก้องห้องหอที่ไร้ซึ่งความรัก เสียงเนื้อหนุ่มสาวกระทบกันราวเสียงดนตรีกามาอันไพเราะก่อนที่อัคนีจะพาเธอไปสู่จุดสูงสุดแห่งเกมสวาทอันร้อนแรง...
“อา... เธอนี่มันสุดยอดจริงๆ สมกับเป็นน้องของไอ้จอมฉก ที่แย่งแฟนของคนอื่น ไม่รู้ว่าพี่ชายเธอมันจะลีลาดีเหมือนเธอรึเปล่านะแพทถึงได้หลงมันจนทิ้งฉันไปเอาพี่เธอมาเป็นผัว...”
“คุณ...” บารนีพูดไม่ออกเมื่อวาจาร้ายกาจดังออกมาจากปากหยักสวยราวอิสตรีของเขา สาวน้อยน้ำตาซึมทั้งหอบด้วยความเหนื่อยอ่อนจากบทรักเร่าร้อนหลายต่อหลายครั้งในค่ำคืนนี้ และหอบหายใจไม่สะดวกจากอาการสะอึกสะอื้นในอกกับความใจร้ายของเขา...
“พูดไม่ออกนี่เพราะโดนจัดหนักหรือมันคือความจริงล่ะ อย่าหันหน้าหนีฉันนะบารนี” อัคนีเสียงเข้มและแรงขึ้นด้วยอารมณ์เมื่อเธอหลับตาลงพลางหันหน้าหนีทำท่าเหมือนรังเกียจเขากระนั้น ชายหนุ่มกระชากไหล่มนของคนที่นอนตะเคียงหันข้างให้ตนหันกลับมาแต่คราบน้ำตาและดวงตาที่ปิดสนิทพร้อมกับกายสาวสะท้านด้วยแรงสะอื้นทำให้อัคนีรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก บารนีหลับไปแล้วและไม่มีทีท่าว่าจะตื่นมาฟังคำพูดร้ายๆ จากเขา...
“โธ่ เว้ย บัดซบที่สุด...” เขาลุกขึ้นจากเตียงสีหวานยับย่นแล้วเดินเข้าห้องน้ำชำระร่างกายด้วยความหงุดหงิดที่หวั่นไหวกับคราบน้ำตาของเธอ...
“ไม่ ฉันไม่ไม่หวั่นไหว เธอไม่มีค่าสำหรับฉัน ไม่ๆ ม่ายยย...”
อัคนีผวาเฮือกร่างสูงผุดลุกนั่งบนเตียงกว้างแล้วเสยผมหยักศกที่ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงของตนแรงๆ ด้วยความหงุดหงิดและโมโห... ทำไม เขาต้องฝันซ้ำซากอยู่อย่างนี้มาตลอดสี่ปีเต็ม
“ทำไม... ทำไมต้องเป็นแบบนี้วะ”
อัคนีลุกขึ้นเปิดประตูกระจกหรูแล้วเดินไปที่ระเบียงกว้าง ดวงตาคมทอดมองไปยังความมืดก่อนจะเงยหน้ามองฟ้าที่พราวพร่างด้วยดวงดาวนับล้านๆ ดวง แล้วดาวที่มิวนิคจะเหมือนกันกับดาวที่กรุงเทพฯ ไหมหนอ...
“นี่ฉันคงบ้าไปแล้วที่ออกมายืนดูดาวอยู่ได้ทุกวัน...”
ชายหนุ่มบ่นอย่างฉุนเฉียวกับตัวเองก่อนจะกลับเข้าห้องและพยายามจะหลับให้ลง...
