บทที่ 3 บทที่ 3.

คนกลางคือ คุณเดียวหรือ อัคนี วัยสามสิบสองปีซึ่งดูแลกิจการด้านการโรงแรมของครอบครัวและตอนนี้เขาก็ประจำอยู่ที่เยอรมันและเดินเดินทางไปดูงานโรงแรมของครอบครัวทั่วโลกยกเว้นเมืองไทย... ส่วนคนสุดท้ายคือ คุณโดม หรือ อัครวัฒน์ วัยยี่สิบเก้าดูแลกิจการด้านสายการบิน นั่นก็คือ ดีแลนด์อินเตอร์เนชันแนลแอร์ไลน์ และหนึ่งในสามคนนั้นคือสามีของเธอ หญิงสาวคิดแล้วก็รู้สึกเศร้าในใจ...

“บี...” เสียงคุณอีริคเรียกเธอเบาๆ ด้วยความอาทร

“คะคุณพ่อ”

“คืนพรุ่งนี้ไปงานเลี้ยงวันเกิดของคุณวิลสันกับพ่อนะ ทางนั้นเขาอยากเจอบีและสนใจลายผ้าของเรา อีกอย่างพ่ออยากให้หนูเปิดหูเปิดตาด้วย ตอนนี้หนูเล็กกลับจากอเมริกาแล้วนะ”

ผู้สูงวัยกล่าวกับลูกสะใภ้ด้วยรอยยิ้มซึ่งเต็มไปด้วยความรักความเมตตา และเอ่ยถึง หนูเล็ก หรือ ชลิตา เพื่อนที่เข้าอกเข้าใจเธอที่สุดและเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่บารนีมีอยู่ในตอนนี้...

“ค่ะ บีไม่มีปัญหาค่ะอยากเจอหนูเล็กอยู่พอดี”

“จ้ะ งั้นเราไปทานข้าวกันเถอะ”

บารนียิ้มให้พ่อสามีของตนบางๆ แล้วเดินตามร่างสูงใหญ่ภูมิฐานของคุณอีริคที่เดินไปสมทบกับภรรยาซึ่งกำลังหอมแก้มซ้ายขวาของน้องบูมอย่างมันเขี้ยว หญิงสาวมองผู้สูงวัยทั้งสองที่อุ้มน้องบูมเข้าบ้านไปด้วยความชื่นมื่นเสียงหัวเราะสดใสของน้องบูมทำให้บ้านหลังงามมีสีสันความฉลาดและรู้เกินวัยทำให้น้องบูมเป็นแก้วตาดวงใจของทุกคน

คุณอีริคกับคุณดาราเอ็นดูกับลูกเป็นอย่างมากจนเธอรู้สึกละอายใจเพราะถึงแม้เธอจะแต่งงานกับอัคนีมาถึงสี่ปีแล้วแต่การใช้ชีวิตครอบครัวของเขาและเธอมันไม่ได้เป็นปกติเหมือนคู่สามีภรรยาคนอื่นๆ อัคนีทิ้งให้เธออยู่กับบิดามารดาของเขาแล้วตัวเขาเองก็หนีหน้าไปบริหารงานโรงแรมของ ดีแลนด์แกรนด์โฮเทล อยู่ที่เยอรมันและทั่วโลกซึ่งแน่นอนโรงแรมในเครือของดีแลนด์แกรนด์โฮเทล นั้นย่อมเป็นโรงแรมระดับห้าดาวและเป็นโรงแรมที่หรูหราทันสมัยอันดับหนึ่งของโลกหลังจากคืนเข้าหอแล้วอัคนีก็เดินทางไปเยอรมันทันทีโดยไม่สนใจเจ้าสาวที่นอนร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดจากการกระทำของเขา ทั้งร่างกายจิตใจของเธอบอบช้ำจนแทบไม่อยากจะอยู่ที่บ้านหลังงามโอ่อ่านี้...

อัคนีไปและก็ไม่เคยติดต่อกลับมา ไม่เคยส่งข่าวคราวมาให้เธอได้รับรู้ว่าเขาเป็นอยู่อย่างไร แต่เธอก็ได้รับข่าวคาวๆ ของเขาทางหนังสือพิมพ์บันเทิงต่างประเทศบ้างเพราะเขาขยันเป็นข่าวกับเหล่าดารานางแบบแถวหน้าของวงการบันเทิงทั้งในเยอรมันและฮอลลีวูด สร้างความน้อยเนื้อต่ำใจให้เธอพอสมควร

แม้ว่าเธอกับเขาจะแต่งงานกันเพราะความจำเป็นไม่ได้มีความรักเข้ามาเกี่ยวข้องก็ตาม แต่เธอยังอยู่ในฐานะภรรยาของเขาเขาก็ควรให้เกียรติเธอบ้างสิ หญิงสาวคิดในใจแต่แล้วอีกเสียงหนึ่งก็มักแย้งขึ้นมาเสมอว่า

ก็เขาไม่ได้เต็มใจ ไม่ได้รักเธอซ้ำยังถูกมัดมือชกแบบนั้น เขาจะมาสนใจเธอเพื่ออะไร...

“บี น้องบี...”

“คะ...” หญิงสาวตื่นจากภวังค์หันมามองใบหน้างามของคุณดารา ผู้สูงวัยมองใบหน้าสวยหวานของลูกสะใภ้ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดลึกๆ นางมองคนที่นั่งเขี่ยข้าวในจานไปมาและดูเลื่อนลอยมาสักครู่แล้วและก็รู้ว่าบารนีกำลังคิดอะไรอยู่นางจึงเรียกเธอให้กลับมาสู่โลกความเป็นจริงแต่เธอไม่ได้ยินนางจึงเรียกเธออีกครั้งแล้วเขย่าแขนเรียวเบาๆ คุณดารามองใบหน้าสวยหวานจับใจด้วยความสงสาร...

นี่นางทำร้ายชีวิตอันสดใสของบารนีด้วยทะเบียนสมรสจากบุตรชายที่ไม่เคยเห็นค่าของบารนีหรือเปล่า คุณดาราถามตัวเองในใจ...

“ปละ เปล่านี่คะ บีแค่รู้สึกเหนื่อยๆ เมื่อคืนนี้ออกแบบลายผ้าดึกไปหน่อยค่ะ”

“ขอให้จริงเถอะไม่ใช่ว่าคิดเรื่องตาเดียวจนนอนไม่หลับล่ะ”

คุณดาราพูดเหมือนมานั่งอยู่ในใจของเธอ บารนีหน้าแดงด้วยความละอายเสหลบตาผู้สูงวัยด้วยการเดินไปนั่งข้างๆ ลูกชายตัวน้อยเช็ดปากซึ่งเปรอะเปื้อนคราบอาหารที่ติดมุมปากของน้องบูมอย่างอ่อนโยน

คุณดาราถอนใจพลางมองหน้าสามีอย่างขอความเห็น คุณอีริคส่ายหน้าช้าๆ เป็นการบอกรายๆ ว่าอย่าเพิ่งทำหรือพูดอะไรตอนนี้ นางจึงได้แต่รู้สึกหนักอึ้งในใจ...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป