บทที่ 9 บทที่ 9.

ใช่แล้วเขาเกลียดเธอที่ทำให้พ่อกับแม่รวมไปถึงพี่ชายและน้องชายของเขาต่างต่อว่าเขาว่าทำเกินไป ไม่มีใครเข้าข้างเขาเลยสักคน ตอนนั้นอัคนีพาลโกรธทุกคนและเอาความโกรธมาลงที่บารนี ก่อนที่จะหนีหน้ามาเยอรมันปล่อยให้บารนีนอนกอดทะเบียนสมรสอยู่คนเดียวในบ้านหลังงามที่กรุงเทพฯ เขาก็ได้ฝากรอยความแค้นใจไว้กับเธอแต่ทำไมมันช่างเหมือนว่าเขาฝากรอยความทรงจำให้กับตัวเองเสียอย่างนั้น มันเป็นอะไรบัดซบที่สุด..

“บัดซบที่สุด...” อัคนีลูบใบหน้าหล่อเหลาของตนเองแรงและสะบัดศีรษะแรงๆ เพื่อขับไล่คนที่ตามหลอกหลอนเขามาตลอดสี่ปีออกไป แต่มันก็ไม่ได้ผลเขาต้องทำอย่างไรนะ...

อัคนีลุกขึ้นเสยผมของตัวเองอย่างหงุดหงิดแล้วเดินเข้าห้องนอนของตนซึ่งมีประตูเชื่อมระหว่างห้องทำงานกับห้องนอนของเขา แต่เสียงโทรศัพท์เครื่องหรูก็ดังขึ้น และเบอร์แปลกๆ ที่เขาไม่คุ้นเคยทำให้คิ้วหนาขมวดมุ่น อาจจะเป็นกลุ่มคนที่มาดูงานหรือไม่ก็นักธุรกิจในกลุ่มนั้นก็ได้ หากไม่ใช่วันนี้ เขาไม่รับโทรศัพท์เด็ดขาด อีกอย่างเบอร์นี้ไม่ใช่เบอร์ส่วนตัวที่เขาใช้ติดต่อกับคนทางบ้านเฉพาะบางคนก็พอจะรับได้...

“มีอะไรเทเรซ่า”

ชายหนุ่มพูดเสียงกระด้างเมื่อกดรับแล้วเสียงหวานหยอดย้อยของใครคนหนึ่งตอบกลับมาทำให้เขาแทบจะวางสายเลยทีเดียวแต่ก็ยังทำไม่ได้เพราะยังรักษาหน้าของบิดาเธออยู่เมื่อได้ยินเสียงของ คุณโทมัส มูเลอร์ คู่ค้าคนสำคัญของเขาแว่วๆ มา

เทเรซ่า  หรือ แทตตี้ นางแบบสาวลูกครึ่งไทย เยอรมัน ซึ่งเป็นบุตรสาวของโทมัสนั่นเอง หลังจากที่เขาทิ้งบารนีไว้ที่เมืองไทยมาดูแลงานที่นี่เขาเคยคว้าเธอมาเพื่อระบายความใคร่และคิดว่าหญิงสาวสวยสมบูรณ์แบบอย่างเทเรซ่าจะช่วยให้เขาลืมเรื่องและคนที่เมืองไทย แต่กลายเป็นว่าเขาไม่มีอารมณ์จะมีอะไรกับเธอเลยแม้แต่น้อยกลับรู้สึกรำคาญอีกด้วย ซ้ำเทเรซ่ายังตามเกาะเขาแจจนน่ารำคาญ ที่สำคัญเธอแสดงตัวว่าเป็นผู้หญิงของเขาอย่างเปิดเผยโดยที่เขาไม่ได้แย้งอะไรเพราะคิดใช้เทเรซ่าเป็นไม้กันสาวๆ ที่คลั่งไคล้หรือที่อยากจะทอดสะพานให้เขาและมันก็ได้ผลเพราะสาวๆ พวกนั้นกระเจิดกระเจิงเมื่อเจอเทเรซ่าแต่ก็มีบ้างที่เขาควงคนนั้นคนนี้แก้เซ็งเพื่อให้ลืมใครบางคน เพื่อให้เขาไม่ฝันร้าย แต่สุดท้ายกจบลงเช่นเดิมคือเขาไม่มีอารมณ์จะแตะต้องหญิงสาวคนไหนเลย...

“คุณอัลล์ขา คือคุณพ่อเชิญให้คุณมาทานมื้อเย็นที่บ้านน่ะค่ะ วันนี้แทตตี้ทำอาหารเองด้วยนะคะ”

“วันนี้ผมเหนื่อยครับช่วยบอกคุณพ่อคุณด้วย”

“โธ่ คุณอัลล์ขา แต่แทตตี้ทำอาหารไว้รอคุณสุดฝีมือเลยนะคะ”

“ขอโทษด้วยนะแทตตี้ ผมไม่สะดวกจริงๆ แค่นี้นะครับเพราะผมต้องเตรียมงานไว้เสนอคณะที่มาดูงานจากเมืองไทย” พูดจบชายหนุ่มก็วางสายทันทีจึงไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความไม่พอใจของเทเรซ่า

“กรี๊ดดด คนบ้า ฉันอุตส่าห์ทอดสะพานให้ยังทำไม่ใส่ใจ มันจะสี่ปีแล้วนะที่ฉันคอยตามคุณเนี่ย”

หญิงสาวกรีดร้องออกมาอย่างไม่เกรงใจบิดาที่มองมายังเธอด้วยความไม่พอใจ ในขณะที่นางวัชราหรือที่แม่บ้านชาวไทยในมิวนิคเรียกเธอว่า คุณนายแมว นั้นกลับลูบหลังลูบไหล่บุตรสาวคนเดียวอย่างปลอบโยน

“โธ่ๆ ลูกขาใจเย็นๆ นะคะลูก คุณอัลล์ก็แค่เหนื่อยละมั้งจ๊ะ วันนี้ที่โรงแรมของคุณอัลล์มีคณะมาดูงานจากเมืองไทยนี่ลูก”

“ก็ใช่สิคะคุณแม่แทตตี้ได้ข่าวด้วยนะคะว่ามียายผู้หญิงหน้าด้านคนหนึ่งมันพยายามอ่อยคุณอัลล์ด้วย”

“พูดจาไม่เห็นจะน่ารักเลยลูกแทต แล้วอย่ากรีดเสียงร้องเหมือนชะนีร้องโหยหวนแบบเมื่อกี้อีกนะพ่อไม่ชอบ คุณก็เหมือนกันนะคุณแมว หากยังสอนลูกให้มีนิสัยเที่ยวล่าผู้ชายอีกผมจะไม่อดทนกับคุณ อย่าเอานิสัยตัวเองมาสอนลูก ผมทำธุรกิจไม่ได้คิดเอาลูกสาวไปขายทอดตลาด หากผมจะทำอย่างนั้นผมคิดว่าคงไม่ได้ราคาดีเท่าไหร่...”

คุณโทมัสพูดจบก็เดินออกไปจากห้องรับประทานอาหารอย่างเบื่อระอานิสัยแย่ๆ ของสองแม่ลูก เขาพลาดเองที่หลงกลของวัชรา เขาคิดว่าหญิงไทยจะนิสัยดีรักนวลสงวนตัวและเป็นกุลสตรีอ่อนโยนน่ารักเสียอีก แต่ไม่ใช่เลย ไม่ใช่วัชราที่มีแต่ความอิจฉาริษยาแม้จะมีทุกอย่างเหนือกว่าคนอื่นแต่ภรรยาของตนก็เที่ยวแสวงหาผู้ชายรวยๆ ให้ลูกสาวและสอนให้แทเรซ่ามีนิสัยเหมือนตนเขารู้ดีว่าลูกสาวของตนนั้นคาวแค่ไหน...

“กรี๊ดดดด... คุณพ่อ / คุณโทมัส...” สองแม่ลูกกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บใจเมื่อโดนประมุขของบ้านด่าตรงๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป