บทที่ 4 4

“แด๊ดคะ”

แพรวารีบวิ่งเข้าไปกอดบิดาที่นั่งอยู่โซฟากลางบ้านพร้อมกับพี่ชายทั้งสองคน

“ลูกแพร” ลูคัส โฮเมอร์อดีตซีอีโอสายการบินโฮเมอร์แอร์ไลน์ที่ลงจากตำแหน่งเพื่อให้ลูกๆ ทั้งสามขึ้นบริหารงานแทน โอบกอดลูกสาวสุดที่รักด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

“มันเกิดอะไรขึ้นค่ะ แด๊ด พี่ลูฟ พี่โลฟ แล้วคุณแม่เป็นยังไงบ้าง”

“มันเป็นความผิดของพี่เอง พี่บริหารงานผิดพลาด” ชายหนุ่มในวัยสามสิบสองปีกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ ลูฟ พี่ชายคนโตที่เป็นซีอีโอใหญ่ของสายการบินยอมรับในความผิดพลาดการบริหารงานของตนเอง

“ไม่ใช่พี่คนเดียวหรอกครับ ผมก็ด้วย” โลฟ พี่ชายคนรองที่อ่อนกว่าพี่ชายคนโตเพียงสองปีก็มีสีหน้าสำนึกผิดจนทุกคนในห้องต่างพากันเครียดในสิ่งที่เกิดขึ้นตามไปด้วย

“ลูกแพรเองก็ผิด ลูกแพรไม่ได้ช่วยพี่ชายทั้งสองบริหารงานเลยแม้แต่น้อย ถ้าลูกแพรสามารถช่วยอะไรพี่ชายกับแด๊ดได้ลูกแพรก็จะทำ เพื่อให้ได้บริษัทของเราคืนมา”

“ลูกแพรช่วยบริษัทของเราได้นะลูก”

“ยังไงคะแด๊ด ลูกแพรสัญญาว่าจะทำให้ได้บริษัทของเราคืนมาค่ะ”

“แต่งงาน”

“แต่งงาน!” แพรวาแทบจะกัดลิ้นตัวเองกับสิ่งที่ได้ยินและสิ่งที่ได้เอ่ยปากสัญญาออกไปโดยไม่ทันคิด

“เขาเป็นเพื่อนรักของแด๊ดที่คบกันมานาน...”

“หนูไม่แต่งกับตาแก่คราวพ่อแบบนั้นนะคะแด๊ด” แพรวารีบลุกขึ้นโวยวายเมื่อพ่อของเธอเอ่ยถึงเพื่อนรักที่คบกันมานานนมตั้งแต่เธอยังเป็นวุ้นอยู่ที่ไหนสักแห่งในท้องแม่ จะให้เธอแต่งงานกับคนรุ่นพ่อเธอไม่เอาด้วยเด็ดขาดถึงแม้จะต้องผิดคำพูดก็เถอะ

“ลูกแพรฟังแด๊ดให้จบก่อน”

“พี่ลูฟ...” แพรวาที่เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของแต่ละคนที่มองมาเหมือนฝากความหวังครั้งสุดท้ายไว้ที่เธอแล้วก็ต้องใจอ่อนยอมนั่งลงข้างบิดาอีกครั้ง

“เขาเป็นเพื่อนรักของแด๊ดที่คบกันมานาน แด๊ดจึงขอความช่วยเหลือจากเขาและเขาก็เต็มใจช่วยครอบครัวและบริษัทเรา แต่มีข้อแม้ว่าลูกจะต้องแต่งงานกับลูกชายของเขา”

“แล้วทำไมเขาต้องอยากให้ลูกแพรแต่งงานกับลูกชายของเขาด้วยละคะ ถ้าคิดจะช่วยแล้วคิดผลตอบแทนแบบนี้ลูกแพรว่าเราไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่นไม่ดีกว่าหรือคะ”

“ไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยบริษัทที่ขาดทุนและไม่รู้ว่าจะขาดทุนไปอีกนานแค่ไหนแบบนี้หรอกนะลูกแพร”

“พี่โลฟรู้ได้ยังไงคะ”

“ก็เพราะพี่กับพี่ลูฟทำทุกวิถีทางแล้วยังไงละ ตอนนี้ก็เหลือแค่ทางนี้ทางเดียว อยู่ที่การตัดสินใจของลูกแพรพี่ไม่บังคับน้องรักของพี่อยู่แล้ว เราค่อยมาเริ่มต้นใหม่เรายังมีมือมีเท้าต้องทำอะไรได้สักอย่าง”

“พี่ลูฟกับพี่โลฟ จะยอมปล่อยให้บริษัทที่ตกทอดกันมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณย่ามาพังทลายในรุ่นเราหรือคะ ลูกแพรไม่ยอม”

“แล้วลูกแพรจะให้พี่ทำยังไง พี่กับเจ้าโลฟก็ทำทุกวิถีทางแล้วเหมือนกัน”

แพรวาเงียบไม่สามารถตอบคำถามของพี่ชายคนโตได้ ขนาดนักบริหารสายการบินอันดับหนึ่งของโลกยังไม่สามารถหาคำตอบได้ แล้วเธอที่วันๆ ไม่ได้ทำอะไรนอกจากรับเงินปันจากบริษัทแล้วออกเดินทางไปยังที่ต่างๆ ของโลกและมูลนิธิจะสามารถทำอะไรได้ ความคิดหนักจึงตกอยู่ที่เธอเมื่อเธอคือความหวังสุดท้ายที่จะสามารถกอบกู้บริษัทของครอบครัวเอาไว้ได้ แต่ต้องแลกด้วยการแต่งงานซึ่งมันคือการผูกมัดตัวเองไว้กับคนคนหนึ่งไปตลอดชีวิต แพรวามองหน้าพี่ชายทั้งสองและบิดาที่สภาพแต่ละคนเต็มไปด้วยเคร่งเครียด หนวดเคราขึ้นรกครึ้ม เสื้อผ้ายับยู่ยี่เหมือนกับคนไม่ได้พักผ่อน อีกทั้งมารดาที่เครียดหนักจนล้มป่วย ทั้งที่ปกติคุณหญิงแพรพรรณร่างกายแข็งแรงยิ่งกว่าสาวๆ บางคนด้วยซ้ำ

การตัดสินใจของเธอเป็นความหวังหนึ่งเดียวของครอบครัวและชีวิตของพนักงานอีกหลายแสนคน แพรวาหลับตาสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะถอนหายใจเสียงดังจนทุกคนต่างลุ้นไปกับการตัดสินใจของน้องสาวสุดที่รักของพวกเขา

“แล้วผู้ชายคนนั้นชื่ออะไรคะ เป็นใคร ลูกแพรพอจะรู้จักไหม”

ทุกคนแทบจะถอนหายใจพร้อมกัน แสดงว่าน้องสาวของเขาเริ่มใจอ่อนคล้อยตามแล้วถึงยอมถามเรื่องของผู้ชายที่จะมาเป็นว่าที่เจ้าบ่าวแบบนี้

“แอชตัน มารีโน่”

“อะไรนะ!!”

แอชตัน มารีโน่ แค่ได้ยินชื่อเธอก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว เจ้าพ่ออุตสาหกรรมการบินที่เปลี่ยนคู่ควงไม่ซ้ำหน้าภายในไม่เกินสามวันนั่นนะหรือที่เป็นคู่แต่งงานของเธอ

“แอชตัน มารีโน่ เจ้าของแอชตัน แอร์เพลน ที่เป็น...”

“พอๆๆค่ะแด๊ด ลูกแพรรู้จักเขา ชื่อเสียงเขาออกจะโด่งดังขนาดนั้นทั้งเรื่องงานเรื่องผู้หญิงแล้วเขาก็เป็นเพื่อนพี่ลูฟ แต่ลูกแพรไม่เข้าใจว่าทำไมต้องแต่งงานด้วยคะ”

“ลูกแพรก็ดังใช่ย่อย ‘นางฟ้าคาสโนวี่’ ชื่อเสียงของน้องก็ดังพอๆ กับแอชตันนั่นแหละ”

“หยุดนะ พี่โลฟ อย่าเอาลูกแพรไปเปรียบกับผู้ชายคนนี้เด็ดขาด” ถึงลูกแพรจะเปลี่ยนคู่ควงบ่อยแต่ลูกแพรไม่ใช่ผู้ใจง่ายที่จะยอมนอนกับใครง่ายๆ นะ

“เอาเป็นว่า ลูกแพรจะแต่งงานกับแอชตัน มารีโน่ เพื่อช่วยบริษัทของเราหรือเปล่า”

แพรวาต้องคิดหนักกว่าเดิม เพราะผู้ชายที่จะต้องแต่งงานด้วยเป็นถึงซีอีโอหนุ่มเนื้อหอม เพลย์บอยตัวพ่อที่สาวๆทั่วทั้งโลกต่างหมายปอง ถึงเธอจะได้ฉายา นางฟ้าคาสโนวี่ แต่นั่นก็เป็นเพียงเปลือกนอกที่เธอสร้างไว้กันตัวเองออกจากพวกที่ชอบเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตเท่านั้นเอง มันจึงเป็นเรื่องที่ทำให้ปวดหัวยิ่งกว่าการวางแผนพลางตัวหลบสายตาผู้คนเสียอีก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป