บทที่ 1 พิษรักของวาคีน1
สองเดือนที่แล้ว
เสียงเฮลั่นกลางท้องสนามฟุตบอลของมหาลัย เมื่อชายหนุ่มร่างสูงที่เป็นนักกีฬาฟุตบอลของคณะทำประตูแซงหน้าคู่แข่งไปอย่างสวยงาม พอดีกับเป็นช่วงหมดเวลาแข่งขัน ทำเอากองเชียร์ที่มาเชียร์ต่างปรบมือกรีดร้องกันยกใหญ่ ไม่ต่างจาก มาย เด็กหนุ่มปีที่หนึ่งที่มาดูเหมือนกัน
"ไอ้มายดูพี่วาคีนสิ แม่งโคตรเท่เลยว่ะ"
น้ำเสียงที่ดีใจเหลือล้นของเพื่อนที่มาร่วมเชียร์ นทีเพื่อนสนิทของมายพูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่ท้องสนามที่มีชายหนุ่มตัวสูงกว่าร้อยแปดสิบสองกำลังยืนอยู่
"ใช่"
ประโยคสั้นๆ ที่ มายพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม นทีรู้ดีว่าเพื่อนของตัวเองมีใจให้รุ่นพี่ปีสี่ ถึงแม้จะบอกเลิกคนรักเก่าไปไม่กี่อาทิตย์ แต่มายก็เหมือนคนกำลังมีความรักใหม่ ใบหน้าแววตาดูมีความสุข ยิ่งทุกครั้งที่มองวาคีน แววตาคู่นั้นยิ่งเปร่งประกายจนเห็นได้ชัด
"มาแล้ว มาแล้ว เขาออกจากสนามแล้ว"
เสียงผู้คนที่มานั่งเชียร์ต่างพูดกันเสียงดังลั่น มาย มองไปที่คนตัวสูงที่กำลังเดินออกมา พร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า จนกระทั่ง ชายหนุ่มรูปหล่อคนนั้นเดินมาถึงขอบสนามแล้วตรงดิ่งมาที่คนที่นั่งมองพร้อมคำพูด
"พี่นึกว่า มายจะไม่มาเชียร์ ซะแล้ว ขอบคุณนะครับที่มา"
เมื่อพูดแล้วก็ส่งรอยยิ้มแสนหวานให้ ทุกคนที่นั่งอยู่รอบข้างแม้จะแอบอิจฉาอยู่บ้าง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะวาคีนไม่ได้ชอบผู้หญิง อีกอย่างคนที่รู้จักวาคีนต่างรู้ดีว่าเขาชอบเด็กสเปกแบบไหน
หากจะเท้าความ วาคีนเขาเป็นหลานเจ้าสัวฐานะทางบ้านค่อนข้างร่ำรวย อีกอย่างกิจการค้าขายของที่บ้านก็ใหญ่โตพอควร ใครที่รู้จักหรือเป็นรุ่นน้องที่สนิทสนมส่วนมากจะเรียกว่าเฮียคีน ผิดกับเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่เขาพึ่งจีบ มายไม่ได้เรียกเหมือนที่คนอื่นเรียกเพราะคิดว่าตัวเองยังไม่ถึงขั้นที่ต้องเรียกเฮีย อีกทั้งตอนนี้เขาและวาคีนยังไม่ได้ตกลงปลงใจที่จะเป็นแฟนกันแบบจริงจัง ถึงแม้ว่ามายจะเลิกกับแฟนหนุ่มรุ่นเดียวกันไปก่อนหน้าแล้วก็ตาม ทว่าความไว้เนื้อเชื่อใจก็ยังมีไม่มากเนื่องจาก วาคีนเองเป็นคนหน้าตาดี อีกอย่างการเปลี่ยนแฟนของรุ่นพี่ก็บ่อยเท่ากับรองเท้าก็ว่าได้
มายยังคงนิ่งทำเพียงแค่รอยยิ้มให้รุ่นพี่เป็นบางครั้ง ส่วนวาคีนเหมือนจะอยากฟังเสียงของอีกคน ไม่เพียงแค่มอง เมื่อชายหนุ่มรุ่นน้องหลบตา วาคีนก็พยายามมองตา ส่องมองที่หน้าเนียนใสนั้น พลางยิ้มหวานไม่ขาด จนมายเองต้องพูดขึ้นบ้าง
"สมมติว่า มายไม่มาเชียร์ละ พี่จะทำยังไง"
"พี่คง ไม่ชนะมั่ง ไม่มีกำลังใจ"
พูดแล้วก็ทำท่าเหมือนจะเศร้า สายตาที่หมองลงพร้อมกับงุดหน้าลงเล็กน้อย ทำเอามายต้องยิ้มหวานขึ้น ส่วนคนที่นั่งข้างอย่างนที ถึงกับต้องเบ้ปาก เมื่อรู้สึกว่าความหวานของทั้งสองเริ่มแผ่ไปทั่วบริเวณ อีกทั้งวาคีนเองก็มอง มาย อย่างกับคนคลั่งรัก ทั้งมองทั้งยิ้ม ส่วนคนที่ถูกมอง ยิ่งทำตัวไม่ถูก มายเขินจนหน้าขาวแดงระเรื่อขึ้นราวกับมีเลือดฝาด วาคีนยิ่งรุกหนักเข้าไปอีก
"ในเมื่อพี่ชนะแล้ว เย็นนี้คงต้องมีรางวัลกันหน่อยนะ"
"รางวัลหรือครับ พี่อยากได้อะไร ถ้าซื้อไหว ผมก็ซื้อให้ได้"
"เรื่องสิ่งของคงไม่จำเป็นละมั้ง เพราะพี่น่าจะซื้อเองไหว มายน่าจะรู้นะครับว่าพี่อยากได้อะไร"
พอวาคีนพูดแบบนั้นคนที่นั่งอยู่ถึงกับยิ้มขึ้น ส่วนนทีที่ได้ยินเขาเองก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนมาอยู่เป็นพยานรักให้คนทั้งสอง อีกอย่างรู้สึกว่าตัวเองเป็นอากาศ เมื่อรู้สึกแบบนั้นปากก็บอกขึ้นทันที
"มายงั้นกูไปนั่งรอข้างหลังนะ ... ไปก่อนนะครับพี่วาคีน"
นทีหันมาบอกเพื่อนก่อนที่จะหันไปบอกชายหนุ่มตัวสูงที่ยืนสบตาเพื่อนของตน วาคีนหันมาพยักหน้า แล้วนที ก็เดินจากไป ปล่อยให้ทั้งสองใช้สายตาเป็นสื่อของหัวใจ ร่างสูงจ้องมองใบหน้าเนียนของรุ่นน้องอยู่แบบนั้น ไม่รู้ว่าใบหน้าของตนมีอะไรที่รุ่นพี่ต้องมองนักหนา จนกระทั่งมายต้องพูดขึ้นก่อน
"พี่วาคีนเล่นมองผมแบบนี้ผมเขินแย่นะสิ"
"แล้วสรุป พี่จะได้รางวัลหรือเปล่าละ"
เหมือนกับต้อนกระต่ายน้อยให้จนมุม ร่างเล็กที่นั่งอยู่ยิ่งหายใจติดขัด เมื่อถูกทวงของรางวัล ในใจมันรู้ดีว่า รางวัลที่รุ่นพี่อยากได้มันไม่ใช่สิ่งของแต่มันเป็นเรือนร่างของตัวเองต่างหาก มายเม้มปากอิ่มเข้าหากันจนแน่น ได้ยินแค่เสียงลมหายใจของตัวเองที่ดังเอือกใหญ่อยู่หลายครั้งเมื่อนึกถึงสิ่งที่รุ่นพี่ต้องการ
"เอาเป็นว่า ผมยังไม่ให้คำตอบได้ไหม"
"มาย พี่จริงใจกับมายขนาดนี้ ยังไม่เชื่อใจกันอีกเหรอครับ พี่เสียใจนะ อีกอย่างมายไม่มีใครแล้ว ไม่ใช่หรือไง ทำไมยังให้พี่รออีกละ มายจะไม่ใจดำกับพี่ไปหน่อยเหรอ"
ไม่เพียงแค่คำพูดที่ดูน่าสงสาร แววตา ใบหน้าที่สื่อออกมายิ่งทำให้มายแอบใจอ่อน วาคีนยิ่งรู้ว่ารุ่นน้องเองก็มีใจ เหตุไหนวาคีนต้องยอมรอ อีกอย่างวันนี้ถือว่าเป็นวันดีแล้วที่ตัวเองต้องขอให้มายยอมตกลงสักที วาคีนกระชับเท้ามาใกล้คนที่นั่งนิ่งก่อนที่ตัวเองจะทรุดเข่าลงอีกข้างแล้วพูดเสียงอ่อนหวาน
"จะเป็นแฟนพี่ได้หรือยังครับ พี่รักมายนะ"
เพียงเท่านั้น มายหนุ่มน้อยปีหนึ่งถึงกลับไปไม่เป็นรู้ดีเต็มอกว่าไม่มีทางปฏิเสธเขาได้ เพราะหัวใจทั้งสี่ห้องให้เขาไปหมดแล้ว ตั้งแต่วันที่เข้ามาและได้เจอรุ่นพี่เขายอมให้เพื่อนตราหน้าว่าเลว ที่บอกเลิกแฟนที่คบมาก่อนหน้า แต่จะทำไงได้ ความรักมันอยู่เหนือเหตุผลไปแล้ว
มายงุดหน้าต่ำลงเล็กน้อยพวงแก้มนวลทั้งสองเห่อร้อนแดงระเรื่อเพิ่มขึ้น รอยยิ้มแสนหวานก็เผยแย้มออกพอได้เห็น วาคีนก้มลงส่องไปที่ใบหน้าเนียนใสแล้วยิ้มหวานให้คนตรงหน้า พร้อมมือหนา ที่เอื้อมมาจับมือทั้งสองที่วางอยู่หน้าตัก มายค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาสบตา วาคีนก็พูดขึ้นอีก
"มายครับ พี่รอคำตอบอยู่นะ"
เสียงอ่อนหวานของชายหนุ่มเหมือนจะเร่งรัดเอาคำตอบของมายให้ได้ ส่วนเจ้าตัวเล็กกว่าที่มองหน้าทำตาปริบๆอยู่นั้น เหมือนจะจนมุม
"ถ้าเกิดผมตกลงกับพี่วันนี้ อนาคตผมต้องเสียใจไหม"
"พี่สัญญา พี่จะรักมายคนเดียว!!"
คำสัญญาที่วาคีนมีให้มายเหมือนเครื่องหยึดเหนียวจิตใจได้ดี คนฟังก็ยิ้มจนแก้มปริ ที่ได้ยินคำนี้ วาคีนที่เอื้อมมือมาจับที่มือของรุ่นน้อง เขายกมือขึ้นมาจูบเบาๆพร้อมเงยขึ้นมาจ้องที่หน้าขาวของอีกคน ส่วนมายนาทีนี้หัวใจดวงน้อยที่ซุกซ่อนอยู่ในเนื้อกายหยาบรู้สึกว่ามันจะเต้นแรงจนผิดจังหวะ
"ไปอยู่กับพี่นะ!" เป็นคำชวนที่แสนง่ายก็ว่าได้ แต่ดูท่าคนที่นั่งอยู่จะคล้อยตามอย่างไม่ขัดสักนิด มายเงยหน้าขึ้นมาแล้วสบตาไปที่ตาคมคู่นั้น ก่อนจะพยักหน้าเบาๆรับคำชวนนั้นอย่างว่าง่าย
"ครับ"
นับจากที่วาคีนชวนน้องมาอยู่ที่คอนโดด้วยในวันนั้น มายที่เคยอยู่ร่วมห้องกับนที ก็ได้ย้ายออกจากเพื่อนรัก เพื่อที่จะมาอยู่กับแฟนหนุ่มรุ่นพี่ ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้นับเวลาแล้วร่วมสองเดือนเห็นจะได้ ความรักที่ก่อเกิดขึ้นมานั้นก็ไม่ได้ลดน้อยลงไปสักนิด มีบ้างที่ทะเลาะ ซึ่งมันก็เป็นปกติของคนที่เป็นแฟนกัน
ปัจจุบัน
"อื้ม พี่วาคีนพอได้แล้วผมมีเรียนเช้านะ"
เสียงประท้วงของคนตัวเล็กกว่าวาคีนที่นอนเปลือยเปล่าใต้ร่างหนา โดยมีจมูกโด่งรั้นคลอเคลียที่ใบหนาขาวอยู่แบบนั้น
"บอกให้เรียกว่า เฮียคีนสอนไม่จำเลย แบบนี้จะโดนลงโทษนะ"
"เรียกก็ได้ครับ เฮียคีน พอได้แล้ว ผมมีเรียนเช้านะลุกออกไปเลย" คนที่นอนทับร่างของมายไม่ยอมลุกขึ้นมาด้วยซ้ำแม้ว่าจะโดนดุโดนว่าก็ตามเหมือนว่าร่างนั้นยังคงดื้อรั้นไม่ยอมปล่อยอีกคนให้เป็นอิสระ
"อีกรอบได้ไหม ชดเชยที่เมื่อวานขัดใจเฮีย ไปคุยกับเพื่อนผู้ชาย"
"นั้นมันเพื่อนผมที่ต้องทำรายงานด้วยกันนะ"
"แล้วไง เฮียไม่ชอบให้มายไปใกล้คนอื่นสักนิด" จมูกโด่งของคนตัวสูงกดลงที่ซอกคอของชายหนุ่มรุ่นน้อง จนรู้สึกสยิวขึ้น
"อื้ม เฮีย" การเล้าโลมที่เกิดขึ้น เหมือนจะทำให้อีกคนที่เร่งรีบลืมช่วงเวลานั้นไป ทว่ามายก็ยังคงคิดเรื่องการเรียนที่จะเกิดขึ้นเบื้องหน้า ก่อนที่หนุ่มน้อยจะผลักวาคีนให้ล้มไปนอนข้างๆก่อนที่ตัวเองจะลุกขึ้นจากที่นอนนุ่ม
"ผมไม่ให้แล้ว สายแล้วครับ" น้ำเสียงที่เน้นหนักเมื่ออีกคนเหมือนจะไม่ยอมปล่อย มายมองดูเวลาที่หน้าจอมือถือแล้วรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำ อาบน้ำแต่งตัวในเวลาที่กระชั้นชิด เมื่อแต่งตัวเสร็จก็หันมามองรุ่นพี่ที่ยังนอนขดอยู่ เพราะเขามีเรียนสาย
"เฮียไปส่งหน่อย สายแล้ว"
"หือ ไปเองได้ไหมเฮียเพลีย" ทั้งๆที่ก่อนหน้ายังตื่นตัวอยู่เลย พอมายจะให้ไปส่งเท่านั้น วาคีนถึงกับคลุมโปงแถมบอกว่าเพลียอีกต่างหาก
"เฮียคีน นิสัยไม่ดีเลย รั้งคนอื่นไว้ ตัวเองไม่รับผิดชอบ" มายยืนต่อว่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีเสียงสนทนากลับมา แถมยังได้ยินเสียงกรนออกมาเพียงเล็กน้อยอีก ไม่รู้จะว่าอะไรได้ ในเมื่ออีกคนไม่ยอมลุกไม่ยอมไปส่ง ดังนั้นทางเดียวที่จะไปถึงเร็วที่สุดคงไม่พ้นนั่งวินมอไซค์ไป
