บทที่ 10 พิษรักของวาคีน10

รุ่งเช้าของอีกวัน

เช้าที่แสนจะปวดหัวของคนที่ดื่มหนักไปเมื่อคืน มายตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการแฮงค์ เมื่อลุกขึ้นจากเตียงก็รีบบิดตัวไปมา ให้ร่างกายได้ตื่นตัว เพราะในหัวยังมึนๆเหมือนคนยังไม่สร่าง ใบหน้าขาวเหลือบสายตาไปที่มือถือที่วางอยู่ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า ต้องรีบโทรหาคนรัก

ตืด ตืด ตืด ตืด

เสียงสัญญาณที่ไม่สามารถติดต่อได้ ของอีกคนยิ่งทำให้มายรู้สึกกระวนกระวายไม่น้อย จนป่านนี้เฮียคีนยังไม่ติดต่อกลับมา ไม่รู้ว่าทำอะไรอยู่

"เฮียคีน เล่นบ้าอะไรเนี่ย รู้หรือเปล่ามีคนเป็นห่วง" ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น หลังจากที่บ่นขึ้นลอยๆ แล้วจึงวางมือถือลงที่เดิมแล้วเดินเข้าห้องน้ำเตรียมตัวที่จะไปมหาลัยตามเดิม

มายมาถึงมหาลัยตามปกติเหมือนเช่นทุกวัน แต่วันนี้ใบหน้าเนียนดูเศร้าหมองจะไม่ให้เศร้าได้ยังไง คนรักกลับบ้านไปตั้งแต่วันศุกร์ไร้การติดต่อ มีเพียงคลิปวิดีโอเท่านั้น ที่เป็นเหมือนเครื่องบรรเทาจิตใจ เขานั่งเท้าคางอยู่ที่โต๊ะประจำที่เคยนั่ง ก่อนที่เพื่อนจะเดินมาสมทบ

"ไอ้มาย เฮียคีนมึงมาหรือยัง"

นับตังค์ที่มาถึงก็รีบถามข่าว หนุ่มหล่อหน้าหวานที่ได้ยินคำถามเพื่อนเขารีบวางมือลงพร้อมกับส่ายหัว

"ถ้ามาแล้วกูจะนั่งเครียดทำไม มันแปลกเฮียคีนไม่โทรหากูเลย"

มายพูดแล้วก็ทำหน้าบึ้ง พร้อมกับถอนหายใจ

"ใจเย็นเฮียคีนคงกำลังมาแหละ มึงอย่าคิดมากบางทีอาจจะมือถือพัง เดี๋ยวเฮียก็มา"

นทีรีบปลอบเพื่อน กลัวว่าเพื่อนจะไม่มีสมาธิในการเข้าเรียนวันนี้ ในเมื่อทำอะไรไม่ได้สักอย่าง อีกทั้งไม่รู้จักใครที่บ้านเฮียคีนสักคน ก็คงต้องรอ รอเวลาที่คนรักจะมา วาคีนเองคงจะมีเหตุจำเป็นอะไรสักอย่างที่สำคัญมาก ไม่อย่างนั้นคงติดต่อตัวเองมาแล้ว

เวลาผ่านไปจนค่อนวัน ในใจของมายก็แอบคิดว่า วาคีนคงจะมาและเข้าเรียนแล้ว เขาพยายามใจดีสู้เสือ ไม่อยากโทรไปบ่อยหากว่าเฮียคีนมาแล้วตัวเองโทรไปอาจจะรบกวนเวลาเรียนของรุ่นพี่ ดังนั้นก็รอแค่ช่วงพัก หวังว่าเที่ยงนี้คงเจอคนตัวสูงนั่งหน้าหล่ออยู่กับเพื่อนๆที่หน้าตึกตามเดิม

เสียงสัญญาณหมดคาบชั่วโมงของการเรียนการสอนเท่านั้น มายไม่รอช้ารีบเก็บข้าวของลงใส่กระเป๋าแบบลวกๆ การกระทำเหล่านั้นทำเอา นทีที่นั่งมองต้องขมวดคิ้วเรียวเพราะสงสัย พร้อมทั้งคำถาม

"ไอ้มายมึงจะรีบไปไหน หิวข้าวหรือไง"

"เปล่ากูจะไปหาเฮียคีน ป่านนี้คงมาแล้วละ"

พอพูดจบก็รีบลุกขึ้นแล้ววิ่งออกจากห้อง ก่อนที่นทีจะรีบเก็บข้าวของของตัวเองแล้ววิ่งตามออกไป มายวิ่งมาได้จังหวะที่พี่ๆกำลังจะออกมาจากห้องเรียน เมื่อมาถึงก็ชะเง้อคอมองหาคนตัวสูงที่มีใบหน้าหล่อเหลา ปกติวาคีนจะออกจากห้องสุดท้ายเพื่อน เมื่อรุ่นพี่ทยอยออกมากันหมดแล้ว ทิวและวินก็ออกมา มายรีบกระชับเท้าเข้าไปหา พร้อมประโยคคำถาม

"พี่วินพี่ทิว เฮียละครับ" ถามพลางรอยยิ้มประดับที่ใบหน้า ก่อนที่ทิวจะตอบ แต่ทว่าคำตอบของทิวนั้นทำเอามายต้องรีบหุบยิ้มลงทันที

"ไม่มา นี่พวกพี่ก็แปลกใจเหมือนกัน ร้อยวันพันปี มันไม่เคยขาดเรียน นอกจากจะป่วย กลับบ้านมันก็มาเรียนปกติ แต่รอบนี้ พี่โทรหาก็ไม่ติด อีกอย่างลองโทรไปที่บ้านมันไม่มีคนรับสายอีก"

มายที่ได้ยินคำตอบของรุ่นพี่ถึงกับใจแป้วไม่รู้ว่าทางบ้านของเฮียคีนเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ชายหนุ่มถึงไม่มาเรียน

"แล้วพวกพี่มีเบอร์ใครที่บ้านนั้นไหมครับ"

"ไม่มีหรอก บ้านนั้นกฎระเบียบเยอะ อีกอย่างนะ อากงของมันดุมาก พวกพี่เลยไม่ค่อยเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับครอบครัวมันเท่าไหร่"

หนุ่มร่างเล็กที่ได้ยินรุ่นพี่พูดแบบนั้น ยิ่งถอนหายใจใหญ่ เพราะไม่รู้ว่าจะติดต่ออีกคนได้ที่ไหน จนกระทั่งนทีที่ตามมาที่หลังพูดขึ้น

"คืนนี้มึงไม่สบายใจ มึงมานอนกับกูก็ได้นะ" มายหันมามองเพื่อน ก่อนจะพูดบ้าง

"ไม่ดีกว่าเผื่อเฮียมา แล้วไม่เห็นมันจะเป็นเรื่อง" ในใจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกคนจะมาหรือเปล่า แต่ก็พูดเพื่อให้ตัวเองจะได้สบายใจ พอพูดแล้วก็รีบหันหลังปล่อยให้นทีต้องยืนมอง ทิวเห็นว่านทียังยืนอยู่เลยถือโอกาสพูดขึ้น

"ยืนอ่อยหรือน้อง" ทันที ที่ได้ยินประโยคของทิว นทีหันมามองก่อนที่เขาจะพูดขึ้น

"คงไม่จำเป็นต้องอ่อยใครมั้ง เพราะผมไม่สนใจใครอยู่แล้ว" พอพูดจบก็ตวัดสายตาใส่ แล้วเดินหนีไป ปล่อยให้ทิวยืนแสยะยิ้ม ส่วนวินก็นหันมามองเพื่อนแล้วพูดต่อ

"ไอ้หมาหยอกไก่ เดี๋ยวไก่จิกตาบอดหรอกมึง"

"กลัวที่ไหน กูจะคาบให้เหลือแต่กระดูกให้ดู" หลังจากที่นทีและมายเดินลับตาไปแล้ว สองหนุ่มก็เดินออกจากห้องมื้อเที่ยงแบบนี้ที่หมายเดียวกันก็น่าจะเป็นโรงอาหารของมหาลัย

หลังจากที่แยกตัวออกมาแล้วก็เดินตรงมาที่โรงอาหาร แต่ใช่ว่ามายจะหิวหรอกนะความหิวมันไม่เท่าความห่วงใยอีกคน ไม่รู้ว่าเกิดเหตุดีหรือร้ายคนรักไม่สามารถติดต่อได้ เป็นใครจะทานลง นทีที่เห็นเพื่อนเอาแต่นั่งเหม่อก็นึกสงสาร อีกทั้งข้าวปลาก็ไม่ยอมทาน นทีจัดการซื้อข้าวมาวางต่อหน้า ส่วนตัวเขาก็นั่งลง แล้วพูดกับมาย

"มึงกินข้าวก่อนไหม อีกอย่างนะ ถ้าคิดในแง่ดี หากเฮียคีนเกิดอะไรขึ้น เรื่องใหญ่แบบนั้นพวกพี่วินต้องรู้" นทีเสนอความคิดเห็น

"มึงไม่ได้ยินหรือไงว่า พี่วินบอกว่าบ้านนั้นกฎระเบียบเยอะพี่วินกับพี่ทิวเองยังเข้าไม่ถึงเลย แล้วแบบนี้กูต้องทำยังไงดี"

นทีที่ได้ยินมายพูดแบบนั้นก็ถอนหายใจไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี จนกระทั่งนับตังค์ที่พึ่งซื้อข้าวมาต้องพูดบ้าง

"ก่อนอื่นมึงต้องรู้จักห่วงตัวเองด้วย กูรู้ว่ามึงเป็นห่วงผัว แต่ต้องแดกข้าวก่อน เดี๋ยวไม่มีแรงตามหา กูว่านะเฮียคีนของมึงไม่เป็นอะไรหรอก มึงลืมหรือเปล่า อากงของเฮียคืนรวยระดับไหน ถ้าหากทายาทคนสุดท้ายในบ้านเป็นอะไรจริงๆมีหรือจะไม่ออกข่าว มันต้องมีข่าวบ้างแหละ"

สิ่งที่นับตังค์พูดมามันก็มีเหตุผล ถึงแม้วาคีนจะไม่ได้อวดรวยอะไร แต่เขาก็เป็นถึงหลานเจ้าสัวหากเกิดอะไรขึ้นจริงก็ต้องมีข่าวบ้างนั่นแหละ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป