บทที่ 12 พิษรักของวาคีน12
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนที่มายเฝ้ารอวาคีนให้กลับมาที่ห้อง นับวันเวลาแล้วก็ผ่านไปหลายอาทิตย์แต่ยังไร้เงาของแฟนหนุ่มแม้กระทั่งข่าวก็ยังไม่มี ส่วนนทีที่ขอให้ทิวช่วยอีกแรง ทางนั้นก็ยังไม่เคลื่อนไหวอะไรแม้แต่น้อย คนตัวเล็กตอนนี้เหมือนจะสิ้นหวัง มายนั่งทบทวนเหตุการณ์ที่พอจะเป็นไปได้เรื่องของวาคีน หรือว่าทางบ้านของรุ่นพี่ตัวสูงจะส่งตัวชายหนุ่มไปยังประเทศอื่น แล้วกีดกันไม่ให้ติดต่อกับใครที่นี่ เมื่อความคิดในหัวมันเป็นแบบนั้น ก็อยากจะปรึกษาเพื่อน ใบหน้าเนียนที่เอาแต่ฟุบลุงที่โต๊ะ ค่อยๆเงยขึ้นมามองหน้าเพื่อนทั้งสองที่นั่งตรงข้าม พร้อมเสียงเรียกที่แผ่วเบาราวกับคนไม่มีแรง
"นที.." นทีและนับตังค์หันมามองเพื่อนที่ใบหน้าแววตาเศร้าจนหมดราศี นทีเผยรอยยิ้มให้เพื่อนอย่างอ่อนโยนก่อนที่เขาจะถาม
"มึงจะเอาอะไร"
"มึงว่าเป็นไปได้ไหมที่เฮียคีนอาจจะถูกทางบ้านส่งไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ" นทีที่ได้ยินสิ่งที่เพื่อนตัวเองพูดเขาก็หันหน้ามามองนับตังค์ที่นั่งข้าง ก่อนที่นทีจะหันมามองมายแล้วพูดขึ้น
"มันก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ทำไมเขาไม่รอให้เฮียคีนเรียนจบก่อนละ" ถึงจะแอบเห็นด้วยแต่ก็ยังมีข้อสงสัยที่เกิดขึ้น ตามที่นทีบอกนับตังค์ที่นั่งฟังอยู่ก็เลยพูดบ้าง
"อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะเท่าที่รู้มา อากงของผัวไอ้มาย เขามีเงินอีกอย่างเฮียคีนของมันก็ลงคณะที่ขัดใจอากงด้วยไม่ใช่หรือไง ที่เฮียคีนไม่ชอบกลับบ้านเพราะอากงชอบออกคำสั่งไง..เหอะ หนีจากกฎระเบียบที่บ้านไม่ชอบบังคับ แต่ชอบบังคับเมีย กูก็งง"
ประโยคยาวๆของนับตังค์ที่พูดออกไปนั้น เธอไม่รู้เลยว่ามันจะไปสะกิดใจเพื่อนตรงไหนบ้าง ส่วนนทีที่ได้ยินก็รีบสะกดเพื่อน กลัวว่าคนปากไวอย่างนับตังค์จะเผลอพูดในสิ่งที่ทิ่มแทงใจของมาย
"อีตังค์มึง" นับตังค์ที่โดนนทีสะกิดก็รีบหันมามองมายที่นั่งนิ่ง เธอพึ่งจะรู้ว่าพูดว่าอีกคนแรงไปในขณะที่เจ้าตัวเขาก็ไม่อยู่ เมื่อนึกได้เท่านั้นก็รีบเอ่ยเสียงหวานกับมายทันที
"มายกูขอโทษ"
"ช่างมันเถอะกูไม่ได้คิดมากขนาดนั้น" ปากจะบอกว่าไม่คิดอะไรมากแต่สีหน้าก็พอบ่งบอกความในใจได้เป็นอย่างดี นทีและนับตังค์ไม่รู้จะพูดอะไรได้ ทำเพียงหันมามองหน้ากันก็เท่านั้น
เวลาช่วงเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็วจนเดินทางเข้าสู่ช่วงบ่าย การเรียนก็เป็นไปตามปกติเหมือนเช่นทุกวัน หนึ่งวันช่างเร็วมากเสียจริง ไม่รู้ว่าการรอคอยใครสักคนมันจะทรมานใจขนาดนี้ แต่เหมือนโชคร้ายยังแฝงไปด้วยโชคดีอยู่บ้างเมื่อร่างสูงของรุ่นพี่ที่เอ่ยปากว่าจะช่วยเดินเข้ามาหาขณะที่มายกำลังจะเดินทางกลับไปที่ห้องพัก ดวงตากลมฉายแววอย่างมีความหวัง หวังว่าพี่ทิวจะได้ข่าวของคนรักที่จากไปร่วมสองอาทิตย์ ทิวทัศน์เดินมาแล้วหยุดยืนต่อหน้ามายและนที ก่อนจะมีประโยคที่ทำเอามายต้องฉีกยิ้มกว้าง
"ติดต่อได้แล้ว มันไปต่างประเทศพึ่งกลับ อาทิตย์หน้าก็มาเรียนแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก"
ด้วยความดีใจสุดขีดที่ได้ยินข่าวคนตัวสูงที่มายกระโจนตัวเข้ากอดทิวอย่างแนบแน่น พร้อมกับพูดขึ้น
"ขอบคุณมากครับ"
"ปล่อยเลย ถ้าไอ้คีนมันมาเห็นตอนนี้กูซวยเลยนะ"
ทิวรีบแกะมือของมายออก ก่อนที่จะเห็นรอยยิ้มรุ่นน้องเต็มๆอีกครั้ง เพราะตั้งแต่เพื่อนตัวเองหายไป มายก็ไม่เคยมีรอยยิ้มอีก เจอทีไรมีแต่หน้าบึ้งตึง
"งั้นผมขอตัวกลับก่อนแล้วกัน ต้องขอบคุณพี่ทิวจริงๆที่ช่วยเป็นธุระให้"
ทั้งกล่าวขอบคุณพร้อมยกมือขึ้นมาไหว้ ทิวไม่ได้พูดอะไรมากทำเพียงพยักหน้ารับ ก่อนที่มายจะเดินสวนไปพร้อมนที ที่นิ่งเงียบ แต่จังหวะที่จะเดินไปนั้น ทิวก็รีบทักนทีเสียก่อน
"เดี๋ยว อย่าลืมที่ตกลงกันละ"
"ผมมีสัจจะอยู่แล้ว พี่อยากได้อะไรบอกมาเลย ถ้าหากผมพอซื้อได้ ผมจะซื้อให้"
"ตอนนี้คิดไม่ออก เอาเป็นว่าเราติดหนี้พี่อยู่ ถ้าอยากได้อะไรเดี๋ยวจะบอกทีหลัง ว่าแต่ห้ามเบี้ยวแล้วกัน"
นทีไม่พูดตอบเขาทำเพียงพยักหน้าแล้วเดินจากไป ส่วนทิวที่นทีเดินไปแล้วก็ยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยที่ไม่รู้ว่าสาเหตุที่ยิ้มเพราะอะไรกันแน่
มายที่กลับมาที่ห้องของตัวเองพร้อมรอยยิ้มสดใส เมื่อนึกขึ้นได้ว่าอีกคนจะมาเรียนในอาทิตย์หน้า แม้คำบอกเล่าของพี่ทิวอาจจะย้อนแย่งกันบ้าง เฮียคีนไปต่างประเทศเป็นอาทิตย์แต่ไม่ติดต่อใดๆมาสักอย่าง ช่องทางการติดต่อทางโซเชียลก็มีอีกทั้งโรงแรมต่างประเทศหรือในประเทศเดี๋ยวนี้มีwifiเหตุผลไหนที่เฮียคีนจะไม่ติดต่อตน แต่อย่างนั้นก็ทำได้แค่สงสัยในเมื่ออีกไม่กี่วันเฮียคีนจะกลับมาแล้ว ก็คงต้องรอถามเจ้าตัวถึงเหตุผลคงดีกว่า
หนึ่งอาทิตย์ที่รอคอย
มายตื่นมาแต่เช้าอาบน้ำแต่งตัวเพื่อที่จะเตรียมตัวรอใครคนนั้น ชายหนุ่มยืนส่องกระจกบานใหญ่ในห้องพร้อมกับใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนที่จะหยิบน้ำหอมที่วาคีนเคยซื้อให้ขึ้นมาฉีด ใบหน้าหวานยิ้มใสกระจกอย่างพอใจ ก่อนจะพูดขึ้นกับตัวเอง
"เฮียคีนจะคิดถึงผมเหมือนที่ผมคิดถึงเฮียหรือเปล่า"
พูดจบก็เผยรอยยิ้มแล้วมองไปที่ชุดนักศึกษาและเสื้อช๊อปที่เขาเคยเตรียมไว้ให้คนตัวสูงได้สวมใส่ แต่ตอนนี้เจ้าของเสื้อกำลังจะกลับมาใส่มันอีกครั้ง เมื่อจัดการกับตัวเองเสร็จแล้วมายก็เดินมาที่หน้าคอนโด เพื่อที่จะนั่งแท็กซี่ไปมหาลัย ระหว่างทางมาก็เอาที่อมยิ้มหัวใจดวงน้อยก็เต้น ตึก ตึก เหมือนกับว่าการเจอกันครั้งนี้จะเป็นครั้งแรก ทั้งๆที่อยู่ด้วยกันมาก่อนแล้วแท้ๆ อาจเพราะการไปของอีกคนที่ไม่ได้ข่าวมาหลายอาทิตย์ เลยทำให้การเฝ้ารอครั้งนี้มันตื่นเต้นกว่าครั้งไหน ขนาดตอนมาอยู่ด้วยกันคืนแรกยังไม่ตื่นเต้นเท่าครั้งนี้มาก่อน
