บทที่ 6 พิษรักของวาคีน6
สองหนุ่มมาพร้อมกันที่มหาลัย เมื่อมาถึงมายก็ขอมาหาเพื่อนที่โต๊ะนั่งประจำ ที่มีนทีและนับตังค์นั่งอยู่ มายหย่อนก้นลงนั่งยังไม่ทันได้หายเหนื่อยด้วยซ้ำ เสียงทักท้วงของเพื่อนก็ดังขึ้น
"เชี้ยมาย คอมึงแดงเป็นจ้ำๆเลยนะ เมื่อคืนผัวมึงเล่นหนักสิ"
"ไหน เออ จริงด้วย ไอ้มายโชว์เลยนะมึง"
ทั้งนที และนับตังค์ต่างพากันแซวเพื่อน ถึงแม้ว่า มายจะติดกระดุมจนมิดคอแต่ทว่า ร่องรอยที่วาคีนประทับไว้ เหมือนจะจงใจอยากให้คนเห็นอยู่แล้ว
"มันชัดขนาดนั้นเลยหรือวะ"
มายหันไปถามนที พร้อมทั้งยกคอเสื้อขึ้นมาเพื่อปกปิด
"ชัดมาก ดูก็รู้ว่ารอยดูด เฮียคีนนี้แม่งก็สุดจริง กลัวคนไม่รู้หรือไงวะว่าเอามึงทำเมีย"
มายไม่ได้พูดอะไรต่อเขาทำเพียงดึงคอเสื้อนักศึกษาขึ้นมาเพื่อจะปิด แต่อย่างว่าอีกคนที่ตั้งใจอยากให้คนอื่นเห็นไม่ได้กระทำในร่มผ้าถึงจะพยายามปิดยังไงก็ไม่มิดอยู่ดี
"มึงเลิกทำยุกยิกสักทีได้ไหมวะ กูเห็นแล้วรำคาญลูกตา"
นทีเห็นว่าเพื่อนยังไม่ยอมพยายามที่จะปกปิดรอยแดง เขาเลยพูดขึ้นพร้อมกับหันไปมองที่หน้าของเพื่อน แล้วถามขึ้นอีก
"อาทิตย์หน้าวันเกิดมึงใช่ป่ะ เฮียคีนรู้หรือเปล่า"
เมื่อเพื่อนถามมาแบบนั้น มายถึงกับชะงักที่จริงเขากับวาคีนก็ไม่ได้คบกันนานอะไร ส่วนเรื่องวันเกิดอีกคนก็ไม่เคยถาม
"ยังไม่รู้มั้ง แต่ไม่ใช่ปัญหาหรอกเพราะว่ากูจะบอกเฮียเขาเอง"
เมื่อบอกเพื่อนไปแล้วตัวเองก็เตรียมตัวที่จะลุกออกจากที่ จังหวะนั้น เกื้อกูลก็เดินมาพอดี ทั้งคู่เหมือนจะสบตากัน แต่มายก็ไม่ได้ทัก เขาเดินเลี่ยงไปอีกทาง จนกลายเป็นว่า นทีเป็นฝ่ายทักเพื่อน
"เกื้อ มาสายนะวันนี้ปกติเห็นมาเช้า"
"รถติด"
ถึงแม้จะตอบคำถามของนที แต่เกื้อก็มองตามร่างเล็กของคนรักเก่าจนลับตา นทีรู้ได้เพราะเห็นแววตาที่เพื่อนมองมายอย่างเว้าวอน ถึงแบบนั้นก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะกลัวว่าจะกระทบใจเพื่อนเปล่าๆ
เวลาผ่านไปจนครึ่งวัน ที่นักศึกษาทั้งปีที่หนึ่งและสี่ต่างร่ำเรียนวิชา เมื่อพักเที่ยงก็พากันทานข้าวตามปกติ แต่วันนี้ดันพิเศษเพราะเฮียคีนของมายมานั่งทานด้วย
"เฮีย ที่จริงไม่ต้องมานั่งทานกับพวกผมก็ได้นะ เฮียจะนั่งทานกับพวกพี่ๆที่โต๊ะก็ได้นิครับ"
มายหันมาคุยกับคนที่นั่งข้าง ก่อนที่ วาคีนจะพูดขึ้นบ้าง
"ได้ไง มีแฟนก็ต้องทานกับแฟนสิ แฟนเฮียน่ารักขนาดนี้จะให้คลาดสายตาได้ยังไง"
ปากก็พูดตาก็ชำเลืองไปที่โต๊ะข้างๆที่มีอีกคนนั่งอยู่ เกื้อกูลพร้อมกับเพื่อนของเขานั่งทานที่โต๊ะถัดไป แต่มายก็เอื้อมมือมาจับที่มือแฟนหนุ่มหมายอยากจะให้เรื่องนั้นมันจบ ส่วนวาคีนก็ทำหน้าตาเฉย ไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนที่แซะโต๊ะข้างๆ
เวลาผ่านไปในเมื่อทานอิ่มแล้ว วาคีนที่นั่งเล่นมือถือข้างๆมาย นทีที่เห็นว่าเพื่อนยังไม่ได้บอกเรื่องวันเกิด เลยอยากลองถามรุ่นพี่ดู
"เฮียคีน วันอาทิตย์ที่จะถึง รู้หรือเปล่าว่าวันอะไร"
วาคีนเงยหน้าขึ้นมามองคนถามอย่างใจเย็นพร้อมกับหันไปมองหน้าแฟนตัวเองที่นั่งข้าง แล้วจึงตอบ
"วันเกิดมายไง"
"เฮียรู้ด้วยหรือครับ"
ทันที ที่วาคีนพูดมายก็รีบพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม เมื่อรู้ว่าแฟนหนุ่นรุ่นพี่รู้ว่าเป็นวันเกิดของตัวเอง
"ทำไมจะไม่รู้เรื่องที่เป็นของมายเฮียต้องรู้สิ"
คนฟังแทบอยากจะกระโดดกอดหอมแก้มถ้าไม่ติดที่ว่าเป็นมหาลัยละก็คงกอดคนรักไปแล้ว
"อยากได้อะไรละ เฮียจะซื้อให้" แค่คำถามนี้ก็ทำเอาคนฟังใจฟูได้ไม่น้อย เมื่อคนรักบอกว่าจะซื้อของให้มันต้องดีใจอยู่แล้ว
"ยังไม่รู้ว่าอยากได้อะไร เดี๋ยวถึงวันแล้วจะบอกแล้วกัน"
มายหันไปพูดกับคนข้างๆ ส่วนวาคีนก็พยักหน้า ก่อนที่จะก้มหน้าลงเล่นมือถืออีกรอบ จนกระทั่งกลุ่มเพื่อนของชายหนุ่มต้องเดินมาตาม
"จะออดอ้อนกันอีกนานไหม ผีเข้าผีออกนะมึงเนี้ย" ทิวต่อว่าเพื่อนหลังจากที่เมื่อวานกับเมื่อคืนที่ดื่มหนักเพราะโกรธเมียอยู่ ยังไม่ทันไร มานั่งเฝ้ากันซะแล้ว
"เออ ไปๆ เดี๋ยวก่อนจะไป จุ๊บก่อนได้ไหมครับ" พอบอกเพื่อนแล้วก็หันมาหอมแฟนตัวเอง โดยไม่แคร์สายตาใครทั้งนั้น จนกระทั่งเพื่อนของทั้งสองฝ่ายต้องเบ้ปากเหม็นกลิ่นความรักเต็มที่ ส่วนเกื้อกูลก็ได้แต่หันมามองโดยไม่ได้มีกิริยาอะไรร่วม
หลังจากที่แยกจากกลุ่มรุ่นน้องมาแล้ว วาคีนก็เดินนำทิว และวินมายังห้องที่ต้องเข้าเรียน ระหว่างที่เดินมานั้น เสียงมือถือของชายหนุ่มก็ดังขึ้น
กริ่งงง
วาคีนยกเบอร์ขึ้นมามองก่อนที่เขาจะพ้นลมแรงๆ
"ครับอากง"
(หายหัวไปเลยบ้านช่องไม่ยอมกลับฉันจะตัดเงินในบัญชีแกดีไหม ทำไมแกต้องทำตัวนอกลู่นอกทางด้วย)
ยังไม่ทันได้ถามข่าวคราวของหลานด้วยซ้ำ อากงผู้เป็นใหญ่ในบ้านก็พ้นเสียงดังใส่ จนวาคีนต้องรีบยกมือถือออกจากหูตัวเอง เขารู้ดีว่าที่อากงโทรมาเพื่อจะต่อว่าเท่านั้น อากงของเขาถึงจะปากร้ายแต่ก็ใจดีอยู่บ้าง เมื่อเสียงปลายสายเงียบลงเท่านั้น เขาก็ยกมือถือขึ้นมาแนบที่ใบหูอีกครั้ง พร้อมคำถาม
"ที่โทรมาเพื่อจะมาต่อว่าผมใช่ไหมครับ"
(เปล่า ฉันจะบอกแกว่า อาทิตย์นี้กลับบ้านด้วย)
อาทิตย์นี้ที่ว่าเป็นวันเกิดของแฟนรุ่นน้อง ที่พึ่งคุยกันไป ถ้าหากว่าเขากลับมายต้องไม่พอใจแน่
"ผมไม่ว่างครับ มีนัด"
(ดี งั้นเดือนนี้แกอย่าหวังว่าบัตรเคดิตแกจะใช้ได้ ในเมื่อแกไม่อยากกลับมาดูดำดูดีพ่อแกก็ไม่ต้องมา)
สิ้นประโยคของอากง สายก็ถูกตัดไป ส่วนเรื่องที่บอกว่าให้ไปดูดำดูดีหมายถึงการงานของที่บ้าน ชายหนุ่มเป็นลูกชายคนเดียวมีพี่สาวสองคนความหวังทั้งหมดของตระกูลคงฝากไว้ที่วาคีน แต่วาคีนเป็นเด็กหัวดื้อ พี่ๆเรียนจบบริการ จากต่างประเทศ ส่วนตัวเองลงวิศวะเพราะความชอบ อีกทั้งขัดใจอากงอีกต่างหาก
"โดนอีกแล้วสิมึง" วินเอ่ยถามเพื่อนเมื่อเห็นสีหน้าของวาคีนที่บึ้งตึงลง
"สรุปเย็นนี้มึงซ้อมบอลไหม" วาคีนยังไม่ตอบ วินก็ถามขึ้นอีก จนเพื่อนหันมามองหน้าพร้อมคำตอบที่แสนกระด้าง
"ไม่มีอารมณ์"
