บทที่ 9 พิษรักของวาคีน9
ช่วงค่ำของวันนั้น มายที่นัดเพื่อนพร้อมด้วยรุ่นพี่อีกสองคนมานั่งที่ร้านเหล้าที่พวกเขาเคยมา พอมาถึงก็สั่งกับแกล้มมารอตามด้วยเหล้าที่เปิดไว้แล้ว นที มาย นับตังค์นั่งสนทนาพร้อมด้วยการดื่มเพียงเบาๆ ก่อนที่ทิวและวินจะตามมาสมทบ
"พี่ทิวทางนี้ครับ"
มายที่เห็นว่าสองหนุ่มตัวสูงเดินเข้ามาในร้านก็รีบเรียก ทิวหันตามเสียงเรียกนั้น ก่อนที่จะสะกิดวินให้เดินตาม
"ขอโทษนะที่พวกพี่มาช้า พอดีมัวไปหาของขวัญให้เราอยู่"
ทิวหันมาหาเจ้าของวันเกิดพร้อมประโยคบอกเล่า ก่อนที่ทิวจะยื่นกล่องขนาดเล็กให้มาย พร้อมด้วยวิน
"สุขสันต์วันเกิด มีความสุขมากๆนะ"
มายยิ้มพร้อมกับเอื้อมมือรับและกล่าวขอบคุณ
"ขอบคุณนะครับ นั่งก่อนสิครับ"
เมื่อกล่าวขอบคุณแขกที่มีน้ำใจซื้อของมาให้ ก็ไม่ลืมที่จะเชิญรุ่นพี่นั่งร่วม มายขยับก้นไปทางนับตังค์ ส่วนนที เหลือบสายตามามองรุ่นพี่ตัวสูงก่อนจะขยับให้ทิวได้นั่งบ้าง ส่วนวินก็นั่งข้างๆมายแทน
"ขอบใจ"
น้ำเสียงที่ฟังดูออกจะกระด้างไปสักนิด ทิวหันไปพูดกับคนข้างๆอย่างนที แต่หนุ่มรุ่นน้องก็ไม่ได้พูดอะไร เขาเมินหน้าหนี ถ้าหากไม่ติดที่เป็นวันเกิดเพื่อนรักละก็คงไม่มา ถ้าหากว่าอีกคนต้องมานั่งร่วมวงด้วย
"เอ่อ.. สรุปติดต่อไอ้คีนได้ป่ะ"
วินเอ่ยถามเสียงเรียบ เพราะตัวเขาเองก็ใช่ว่าจะติดต่อเพื่อนได้
"โทรไม่ติดเลยครับ"
มายตอบพร้อมกับทำหน้าเศร้า ก่อนที่ทิวจะพูดขึ้นบ้าง
"อย่าไปคิดมาก พรุ่งนี้เดี๋ยวมันก็มา วันนี้ฉลองกับพวกพี่ไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยไปฉลองกับมันสองคนแล้วกัน"
เมื่อรุ่นพี่บอกมาแบบนั้น เจ้าของงานวันเกิดก็ยิ้มหวานขึ้น ใบหน้าที่หล่อก็ยิ่งหล่อเพิ่มเมื่อมีรอยยิ้มประดับที่ใบหน้า
"พี่สองคนจะเอาอะไรเพิ่มสั่งได้เลยนะ เดี๋ยวมื้อนี่ผมเลี้ยงเอง"
"ไหวเหรอ"
ทิวแกล้งพูดแหย่ จนกระทั่งนับตังค์ที่เป็นผู้หญิงหนึ่งเดียวในแก๊งต้องพูดขึ้น
"งั้น พี่สองคนก็คงต้องช่วยเจ้าของวันเกิดจ่ายแล้วละคะ"
"ได้! ไม่มีปัญหา"
วินตอบส่วนทิวก็แค่ยกยิ้มบ้างๆ แล้วหันมาหาอีกคนที่นั่งข้างๆตัวเองแต่ไร้แม้เสียงสนทนาใดๆ
"ไม่เอาปากมาหรือไง นั่งเงียบเชียว" ทิวตวัดหางเสียงใส่คนนั่งข้าง
"เอามาเพียงแต่ผมขี้เกียจพูด" เมื่อถูกว่ามีหรือจะไม่สวนกลับ
พอบอกรุ่นพี่ไปแล้วก็ยกแก้วขึ้นมาดื่ม พร้อมกับเบือนหน้าหนีเหมือนเดิม ก่อนที่ ทิวจะเบ้ปากเล็กน้อย แล้วพูดต่อ
"ไม่พูดก็ดีขี้เกียจฟัง!"
พูดแล้วก็ทำหน้าตาเฉยแล้วยกแก้วที่มายเสิร์ฟให้ขึ้นมาดื่ม ส่วนนที ที่ได้ยินประโยคนี้เขารีบหันมามองหน้า ก่อนที่จะมองรุ่นพี่ตัวสูงที่เขาเองไม่ชอบขี้หน้าเช่นกัน
ทั้งหมดดื่มกินอย่างสนุกสนานพลางสนทนาเรื่องต่างๆไปด้วย ไม่ว่าจะเรื่องการเรียน รายวิชาต่างๆ หรือแม้กระทั่งเรื่องที่วาคีนไปไหนไม่บอกก็ถูกเอามาพูดในวงเหล้า ส่วนมายที่เมาได้ที่ก็เอาแต่ตัดพ้อแฟนหนุ่ม
"เฮียคีนก็เหมือนกัน ไปไหนไม่บอก พวกพี่คอยดูนะกลับมาผมจะให้ง้อให้เข็ดเลยโทษฐานที่ผิดนัดงานวันเกิดผม"
น้ำเสียงที่อ้อแอ้เต็มทน พูดพลางก้มหน้าก้มตาเพราะความเมา ส่วน นทีที่เห็นเพื่อนจะไม่ไหวจึงพูดขึ้น
"ไอ้มายกูว่ามึงพอเถอะ เฮียคีนยิ่งไม่อยู่ดื่มหนักแบบนี้ไม่มีคนดู"
มายไม่ได้ตอบเพื่อน เพราะมัวแต่นั่งก้มหน้าอยู่แบบนั้น จนวินต้องเอ่ยถามขึ้นอีก
"แล้วมารถอะไรกันละ"
นับตังค์ที่ยังพอมีสติพร้อมด้วยนที ที่หันหน้ามามองกัน แล้วหนุ่มรุ่นน้องจึงเป็นคนตอบ
"พวกผมนั่งแท็กซี่มาครับ ส่วนนับตังค์พี่มันมาส่ง"
"งั้น ไอ้ทิวมึงบริการน้องๆที ไปส่งที่ห้องแล้วกัน"
ทิวที่กำลังยกแก้วขึ้นพร้อมจะเข้าปาก ถึงกับชะงักแล้วหันไปพูดกับเพื่อนตัวเอง
"ทำไมต้องกูวะ"
"ไอ้สัด! แม่ง ถามได้ มึงมีรถ อีกอย่างกูไม่มีรถนี่หว่า มาก็มากับมึง"
วินตะคอกเสียงหนักใส่เพื่อนตัวเอง ทิวทัศน์มีรถขับไม่ต่างจากวาคีนเท่าไหร่ เพราะทางบ้านพอมีฐานะบ้าง ถึงแม้จะไม่ได้ร่ำรวยเท่าวาคีน แต่ก็พอใช้จ่ายสบายกระเป๋า
"เอ่อ งั้นก็ได้" เมื่อทิวตกลง นับตังค์จึงพูดขึ้น เพราะไม่อยากให้พี่ๆลำบากหลายรอบ
"ไม่ต้องไปส่งหนูนะ พอดีพี่สาวหนูจะมารับ อีกหน่อยคงถึง"
เธอหันไปพูดกับเจ้าของรถ ทิวจะพยักหน้า อย่างว่าไม่ต้องไปส่งหลายคนก็สบายไปหนึ่ง เพราะไม่ต้องวนส่งหลายรอบอย่างที่รุ่นน้องบอก
เวลาผ่านไปได้สักพักทุกคนก็เริ่มทยอยออกจากร้าน โดยที่นับตังค์กลับก่อนเพราะพี่สาวมารับที่หน้าร้าน ส่วนสองหนุ่มอย่างที่บอกว่าทิวจะเป็นคนไปส่ง
"จะให้ไปส่งใครก่อนดี"
ทิวหันมาถามนที ที่นั่งด้านหลัง เพราะตอนนี้มายก็เอาที่คอพับถามไปก็คงไม่ได้คำตอบ
"ไปส่งมายก่อนก็ได้ครับจะได้ไม่ต้องย้อนไปมา อีกอย่างห้องพักผมน่าจะเป็นทางผ่านของพวกพี่อยู่แล้ว"
ทิวไม่ได้พูดอะไรมาก ในเมื่อรุ่นน้องบอกแบบนั้นก็รีบขับรถตรงไปที่คอนโดของเพื่อน เพราะมายกับวาคีนอยู่ด้วยกัน ดังนั้นการที่ไปที่นั่นบ่อยๆก็พอให้เขาชำนาญทางได้แม่น
ทิวมาส่งมายที่ห้องตอนนี้ก็เกือบห้าทุ่มเข้าไปแล้ว เมื่อมาถึง นทีก็จัดการปลุกเพื่อนที่นอนคอพับพลางซบไหล่ตัวเอง
"ไอ้มายถึงแล้ว" ถึงจะเรียกแต่ทว่า เหมือนคนที่เมาจะไม่มีสติครบถ้วน
"ไม่ต้องเรียกหรอก เอางี้ ช่วยกันพยุงมันขึ้นห้องแล้วกัน ไอ้เหี้ยคีนมันจะรู้หรือเปล่าวะเนี้ยเมียมันเมาขนาดไหน"
สิ้นเสียงพูดของวิน ทั้งสามก็ลงจากรถ ก่อนที่จะช่วยกันหามคนเมาไปที่ห้องอย่างทุลักทุเล พอมาถึงก็เหมือนจะมีสติ ยื่นกุญแจให้เพื่อนได้เปิดห้อง นทีที่เห็นเพื่อนเหมือนจะมีสติแล้วก็อดที่จะว่าไม่ได้
"แหม พอมาถึงห้องดันยืนเองไหว มึงนี้เสแสร้งเก่งจริงๆ"
ประโยคที่นทีว่ามาย ทำเอาคนตัวสูงอย่างทิวถึงกับยิ้มมุมปากพร้อมกับมองรุ่นน้องทั้งสองที่ประคองกันเข้าห้อง นทีเดินออกมาแล้วก็ลงมาที่ชั้นล่างพร้อมพี่ๆทั้งสอง ใบหน้าคมเดินมาที่ตัวรถที่จอดอยู่ ก่อนจะขึ้นไปนั่ง ทิวก็พูดขึ้น
"ไอ้วินมึงไปนั่งข้างหลัง นทีมานั่งหน้าจะได้บอกทาง"
คนที่ยืนฟังถึงกับขมวดคิ้วหนา ถึงอย่างนั้นก็ยอมไปนั่งด้านหลังอย่างที่เพื่อนบอก เมื่อวินไปนั่งเบาะด้านหลังแล้ว นที ก็ก้าวขาขึ้นมานั่งข้างๆคนขับ พอขึ้นมานั่งแล้วประโยคแรกที่ทิวถามขึ้น ทำเอานทีต้องหันไปมอง
"อยู่คนเดียวหรืออยู่กับแฟน"
ไม่รู้ยังไงที่รุ่นพี่ถามแบบนี้ ทั้งๆที่ไม่ค่อยสนิทสนมกันสักนิดแต่ดันถามเรื่องส่วนตัว แต่อย่างนั้น นทีก็ต้องตอบเพราะคนถามเหมือนจะรอฟัง
"ผมอยู่คนเดียว ไม่มีแฟน"
ตอบแล้วก็หันหน้าออกไปทางนอกกระจกรถ ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อดี เพราะตัวเองก็ไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับรุ่นพี่ทั้งสองอยู่แล้ว แต่อย่างนั้น ทิวก็ตั้งประโยคคำถามไม่หยุด
"ทำไม ไม่มีแฟน ไม่ชอบผู้หญิง หรือว่าผู้หญิงไม่ใช่สเปก"
นทีหลับตาแล้วถอนหายใจเบาๆ คำถามที่ถามยิ่งล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวเข้าไปใหญ่
"ผมว่า ผมไม่จำเป็นต้องตอบนะ เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัว"
พอพูดแบบนั้น เหมือนคนที่นั่งด้านหลังจะพอใจ วินแอบขำ แต่สายตาเพื่อนที่มองผ่านกระจกหลังทำเอาวินต้องหยุด ก่อนที่ความเงียบจะเข้ามาปกคลุม จนกระทั่งรถของทิววิ่งมาถึงหน้าหอพัก ทิวหาที่จอดจนสนิทพร้อมส่องมองที่ตัวตึกอยู่แบบนั้น จนนทีเปิดประตูรถแล้วกล่าวขอบคุณ
"ขอบคุณนะครับที่มาส่ง"บอกแล้วก็รีบลงจากรถ ส่วนเจ้าของรถไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงผงกหัวรับเท่านั้น
