บทที่ 11 CHAPTER 10 เธอโกรธที่ฉันไปมีอะไรกับคนอื่น
CHAPTER 10 เธอโกรธที่ฉันไปมีอะไรกับคนอื่น
วันต่อมา..
สนามบิน
"มานั่งรอหรอ" พีเจเอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งคอตกรอด้วยรอยยิ้ม วางมือบนศีรษะเธอขยี้เล็กน้อยสำรวจความเรียบร้อยของร่างเล็ก
"มารอค่ะ นอนจนเปื่อยแล้ว"
"เปื่อยสิ ที่คอโดนอะไรมาล่ะ"
"แพ้น้ำที่นี่ค่ะ" เธอตอบหน้านิ่งเกาไปที่รอยต่าง ๆ ตามร่างกายและลำคอ รอยพวกนั้นไม่ได้เกิดจากกวินท์อย่างเดียว ยังมีที่เธอซุ่มซ่ามไปโดนอะไรต่อมิอะไรทำให้ผื่นแดงขึ้นเป็นบางจุดแบบที่ไม่สามารถหาสาเหตุได้
"โดนอะไรกัดมา ซื้อยาก่อนไหม"
"ก็ดีนะคะ ยาแก้แพ้หน่อยก็ได้"
"ทำไมไม่ดูแลตัวเอง มาไกลแล้วปล่อยให้ตัวเองเป็นแบบนี้หรือไง"
"พี่พีเจหยุดบ่นนัทได้ไหม นัทไม่รู้นี่คะ"
"ซุ่มซ่าม" พีเจว่าให้หญิงสาวข้างกายเชิงดุ เดินเคียงข้างเธอแวะเข้าไปที่ร้านยา ซื้อยาทาและยาเม็ดให้เธอ ก่อนจะยืนกอดอกมองท่าทางติดเล่นของคนตรงหน้าที่ไม่ยอมกินยาเม็ดสักที
"นัดสิบเอ็ดโมง ตอนนี้สิบครึ่งจะลีลาอีกนานไหม"
"ใจร้าย" เธอยู่ปากใส่พี่พีเจเล็กน้อยก่อนจะเดินไปหยุดเรียกแท็กซี่ แล้วก็ต้องเก็บมือกลับเข้าที่เมื่อเห็นรถคันหรูมาจอดรอรับตรงหน้า
"จีวีเคเคส่งรถมารับ บริการดีสุด" เขากระซิบบอกเธอที่ขึ้นรถมาด้วยกัน ยิ้มมุมปากมองท่าทีแปลกใจของนัท
ชายหนุ่มติดต่อทางบริษัท บอกให้มารับตอนที่เครื่องลง..หารู้ไม่ว่านันท์นภัสไม่ได้มาคนเดียว คราวนี้เธอมีสามีมาด้วย
GVKK
"เชิญทางนี้ค่ะ" พนักงานต้อนรับผายมือให้ท่าทางยิ้มแย้มดูเป็นมิตร
"กอดเอวได้ไหม ขอกดจมูกบนแก้มด้วยวันนี้"
"เยอะไปหรือเปล่าคะ" เธอถามสีหน้าเป็นกังวล ไม่ใช่ว่าไม่เคยแต่ทุกครั้งที่โดนกระทำเธอรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเพราะห่วงความรู้สึกของอีกคน หากมีใครเก็บภาพไปเผยแพร่หรืออะไรหลาย ๆ อย่างที่แพร่งพรายออกไปคงทำให้ใครอีกคนรู้สึกเสียใจอยู่ไม่น้อย
"ปกตินะ ออกงานก็ต้องมี อย่าเก็บไปคิดมากทุกคนโอเค"
"หรอ..คะ"
"ครับภรรยา" เขาตอบด้วยรอยยิ้มจนไปหยุดที่หน้าห้องประชุมใหญ่ ภายในมีหุ้นส่วนทั้งสองคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
"ด้านในมีหุ้นส่วนทั้งสองและเลขานะคะ"
"ขอบคุณค่ะ" นัทตอบกลับพนักงานด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินเข้าไปพร้อมคนข้างกายที่โอบเอวเธอไม่ห่างอย่างที่เขาขอมาก่อนหน้านี้
"สวัสดีค่ะ นี่คุณพีเจสามีของนัทค่ะ" เธอเอ่ยแนะนำให้ทั้งสามคนในห้องรู้จัก เผลอไปสบตาเข้ากับเขาคนนั้นเห็นแววตาไม่พอใจนั่นยิ่งทำให้เธอไม่เป็นตัวของตัวเอง
"ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ" พีเจพนมมือไหว้และยิ้มตามมารยาทของประเทศไทย
"พูดไทยชัดเลยครับ หล่อด้วย เหมาะกับคนสวยแบบคุณนัทมากเลยครับ" ขุนเขาจำต้องยิ้มแห้งเพราะสิ่งที่คิดไว้ไม่เกินจริง และตอนนี้สีหน้าไอ้กวินท์กำลังออก มองยังไงก็รู้ว่ามันไม่พอใจ
"ขอบคุณครับ" พีเจเอ่ยขอบคุณทว่าสายตาดันไปสบตาผู้ชายอีกคน
"เข้าเรื่องกันเลยไหมครับ" พีเจมองนิ่งยิ้มมุมปากสบตาไม่กะพริบ ตอนนี้เขารู้แล้วใครคือแฟนเก่าของนัท ดูจากสายตา..คงกำลังหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย
"เข้าเลยดีกว่าครับ" ขุนเขาเห็นท่าทางไม่ดีรีบยื่นสัญญาและอธิบายรายละเอียดให้คุณพีเจทำความเข้าใจในทันที ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้เตรียมใจอยากจะเจอสามีของนัทเลยสักนิด
"ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่ไม่สามารถให้ภรรยาบินไปบินมาได้ เรามีแพลนจะสร้างครอบครัวด้วยกันเร็ว ๆ นี้ครับ เลยอยากให้นัทเตรียมพร้อมร่างกายมากกว่า อนาคตหวังว่าเราคงได้ร่วมงานกันนะครับ" พีเจเอ่ยขอโทษหุ้นส่วนทั้งสองคนพร้อมกับบอกจุดประสงค์หลักที่ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้
หารู้ไม่คำตอบของเขาทำให้ใครบางคนถึงกับควันออกหู..นั่งมองตาไม่กะพริบ แต่ละช่วงที่เผลอไปสบตาเขาทำใจไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจไม่ได้กลับสิงคโปร์
"นัทต้องขอโทษด้วยนะคะ" นัทเอ่ยขอโทษอีกครั้งทำวินและขุนเขาไปต่อไม่ถูก
"ขอคุยเป็นการส่วนตัวได้ไหม.." กวินท์กดน้ำเสียงให้เป็นปกติมองหญิงสาวข้างกายสามีที่ดูหล่อเหลาเพียบพร้อมเหมาะเป็นคนของเธอด้วยใบหน้าเรียบเฉย
"กับผมหรือภรรยาผมครับ" พีเจเอ่ยถามขึ้น ทำคนข้างกายหุ้นส่วนเงยหน้าสบตา ขอให้เขาไปนั่งจิบกาแฟด้วยกันระหว่างรอ
"อธิบายหน่อย" กวินท์ก้มหน้ามองพื้นก่อนจะหันไปสบตาร่างเล็กที่เดินตามหลังกันมาและหยุดยืนมองวิวนอกกระจก..
"ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้จริง ๆ ตามที่แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรรวมถึงสิ่งที่สามีพูด.."
"เธอโกรธ โกรธที่ฉันไปมีอะไรกับคนอื่นแล้วก็มีคู่หมั้น"
"วิน นัทไม่โกรธวินหรอก เข้าใจด้วยซ้ำว่าความต้องการของวินเป็นแบบไหน ถ้าวันหนึ่งวินจะแต่งงานนัทก็ยินดีด้วย"
"โกรธหน่อยก็ได้ เสียใจหน่อยก็ได้นะ"
"เสียใจจนทำใจได้แล้ววิน.."
"เก่ง.." เขาตอบกลับไม่กล้าแม้แต่จะสบตา
"เรื่องที่อยากพูดมีแค่นี้หรอ"
"แต่งงานกับผู้ชายคนนั้นเพราะอะไร ?"
"วิน.." ตากลมสวยเบิกกว้างมองกวินท์ที่ไม่รู้ว่าไปรู้อะไรมา ในใจสั่นระรัวกลัวความลับที่ปกปิดไว้เนิ่นนานจะเปิดเผย
"ตอบมานัท ถ้าเรื่องเงินตอนนี้วินมีพร้อมหมดแล้ว"
"..วิน พูดอะไรอยู่รู้ตัวหรือเปล่า"
"รู้ แล้วก็รู้ว่าร่างกายของนัทไม่เคยมีใครได้แตะต้องมันนอกจากวิน ทำไมวินจะไม่รู้นัท ห้าปีเชียวนะนัทไม่ใช่ห้าวัน.."
"แต่เราเลิกกันไปสามปีแล้วนะวิน.."
"เราเลิกกันหรอ วินหลอกตัวเองทุกวันหลอกว่านัทแค่ไปทำงาน ไม่ได้เลิกกัน.."
"วินเมื่อวันก่อนไม่ใช่แบบนี้หนิ.." เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วลงไม่กล้าเงยหน้าสบตาเขาเช่นกัน จึงทำได้แค่ก้มหน้าคุย
"อยากให้แต่งงานจริง ๆ ใช่ไหม ?"
"ถ้าวินเจอคนที่ดีนัทก็ยินดีด้วย.."
"นัทยินดีกับวินจริงหรอ"
"การที่เราเห็นคนที่รักมีความสุข มีคนรักดี ๆ มีชีวิตที่ดีขึ้นทำไมจะไม่มีความสุขละวิน..มีความสุขสิ นัทมีความสุข.." ร่างเล็กพยายามหันไปสบตาทว่าน้ำตาไม่รักดีดันคลอและไหลพรากออกมาไม่ขาดสายอย่างไม่รู้ตัว ทำกวินท์ที่หันมาสบตารีบดึงเธอเข้าไปโอบกอด
"นัทไม่มีความสุข อย่าหลอกตัวเอง" เขากดปลายจมูกสูดดมความหอมจากศีรษะร่างเล็ก กระชับกอดคนขี้ร้อง แถมยังปากแข็งแน่น หากเธอมีความสุขจริงเขาคงไม่เห็นน้ำตาเธอเลยสักหยด เผลอ ๆ อาจจะเดินทิ้งกันไปไม่ไยดี แต่ไม่นัทไม่ได้เป็นแบบนั้น เธอไม่ได้เข้มแข็งขนาดที่จะโกหกเขาได้
"วิน..เราอย่ามาเจอกันอีกได้ไหม"
"...ทำไม"
"มันคาราคาซังไม่จบสักที เจ็บอะ เจ็บอะวิน..นัทเจ็บ"
"เฮ้ยนัท วินก็เจ็บเว้ย! แม่งโคตรเจ็บมาทิ้งกันไปแบบนี้ ถามหน่อยดิ วินผิดอะไร วินทำอะไรผิด ทำไมนัททิ้งวิน..ทำไมละนัท ?" เขาถามเธอเสียงสั่นไม่ต่างกันและถ้าหากไม่ถามวันนี้ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสให้ถามแบบนี้อีกไหม ไม่รู้ว่าสามีของเธอจะพาบินกลับไปสร้างครอบครัวแบบที่ปากพูดจริงหรือเปล่า หรือบางทีเราอาจต้องตัดขาดกันถาวร
ไอ้ขุนเขาพูดถูกทุกอย่าง..เป็นเขาที่ฟอร์มจัดมากจริง ๆ หึงหวงก็ทำได้แค่มองแสดงออกทางสีหน้าและทำเสียงไม่พอใจ แถมยังชอบหันมองเธอบ่อย ๆ ยิ่งวันที่มีอะไรกันเขาก็พูดว่าเพิ่งมีกับคนอื่น มีคู่หมั้นเพราะอยากให้เธอหึง หวง เปล่าเลย..ตื่นมานัทหายไปเลยต่างหาก
"วินไม่ได้ผิดอะไรเลยนะ..ไม่ต้องร้องไห้ นัทผิดเอง"
"ทำไมนัท ทำไมเราไม่คุยกัน.."
"ทุกอย่างมันสายไปหมดแล้ววิน นันท์นภัสไม่ใช่ผู้หญิงของกวินท์อีกแล้ว ไม่ใช่ตั้งแต่สามปีที่แล้ว.."
"ไม่เอานัท ต้องไม่เป็นแบบนี้.."
"คู่หมั้นวินรอวินอยู่นะ"
"ไม่ได้ต้องการใครคนอื่นนอกจากเธอ ยังไม่เข้าใจอีกหรอ" กวินท์ตอบเสียงสั่นสะอื้นไห้กอดคนในอ้อมแขนไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ยิ่งนัทดิ้นเท่าไหร่เขาก็ยิ่งโอบกอดรัดเธอแน่นขึ้นด้วยที่ว่ากลัวเธอจะหายไป กลัวเธอกลับไป..พร้อมใครอีกคนที่ขึ้นชื่อว่าสามี
