บทที่ 1 ไทป์ที่ชอบ

เสียงฝีเท้าส้นสูงดังตกกระทบพื้นหินอ่อนในคฤหาสน์หรูตระกูลสุริยเดชากุล ก่อนที่ประตูห้องทำงานขนาดใหญ่ที่สลักเสลาไปด้วยลายไม้แกะสลักจะถูกผลักออกอย่างแรง หญิงสาวเจ้าของใบหน้าหวานรูปไข่ ล้อมไปด้วยเรือนผมยาวสีน้ำตาลหยักศก เดินก้าวฉับเข้ามาภายในห้องทำงานของผู้เป็นพ่อด้วยสีหน้าไม่พอใจ

เธอหยุดอยู่ตรงกลางห้องต่อหน้าชายวัยกลางคนในชุดสูทสีดำสนิทซึ่งนั่งอยู่โต๊ะทำงานที่กลางห้อง ดวงตาคู่หวานแต่กลับแฝงไปด้วยความดื้อรั้น มองจ้องอีกฝ่ายที่เพิ่งจะเงยหน้าขึ้นมาจากเอกสารในมือแล้วมองเธอกลับด้วยสายตาเรียบนิ่ง

“มีอะไร ทำไมไม่เคาะประตูห้องพ่อก่อนถึงค่อยเข้ามา” น้ำเสียงติดเย็นชาเอ่ยถาม

“คุณพ่อทำแบบนี้หมายความว่าไงคะ”

เสียงหวานกระชากเสียงขุ่นใส่ผู้เป็นพ่ออย่างไม่พอใจ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เธอเพิ่งได้ยินแม่บ้านคุยกันว่า ดร.ทิว พ่อของเธอจะจับเธอหมั้นหมายกับใครบางคน ที่ไม่แม้แต่จะมาบอกเธอก่อนสักนิด และทันทีที่เรื่องนี้รู้ถึงหูหญิงสาว เป็นเหตุให้เธอเดินจ้ำมาถึงที่นี่ 

“ลูกพูดถึงเรื่องอะไร”

“ก็เรื่องที่คุณพ่อจะให้มีอาหมั้นหมายกับลูกชายของเพื่อนพ่ออะไรนั่นไงคะ มีอาไม่ยอมหรอกนะคะ เขาเป็นใครก็ไม่รู้ มีอาไม่มีทางและไม่มีวันแต่งหรือหมั้นกับคนไม่รู้จักเด็ดขาด!”

และถึงแม้เธอจะมีท่าทางโกรธเกรี้ยวมากเพียงใด แต่ผู้เป็นพ่อกลับมีท่าทีสงบนิ่งพร้อมรับมือต่อความเอาแต่ใจของลูกสาวอย่างใจเย็น เขาวางเอกสารในมือลง ดวงตาคมกริบจ้องมองไปที่ลูกสาวราวกับจะบอกว่าเขาคือคนที่ถือไพ่เหนือกว่า

“เห็นทีครั้งนี้ พ่อจะตามใจลูกไม่ได้ เพราะพ่อได้ตกลงกับเพื่อนเอาไว้แล้ว ลูกไม่มีสิทธิ์ขัดคำสั่งหรือปฏิเสธ ดังนั้นหลังเรียนจบลูกจะต้องแต่งงานกับ…”

“ไม่ค่ะ!”

ไม่รอให้ผู้เป็นพ่อพูดจบ หญิงสาวร่างระหงก็กระแทกเสียงใส่

“ให้ตายลูกก็ไม่แต่ง! ลูกไม่มีวันแต่งงานกับคนที่ลูกไม่รู้จัก!”

มีอาสะบัดหน้าก่อนจะหันขวับเดินออกจากห้องในทันที เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นด้วยจังหวะเร็ว ๆ อย่างเอาแต่ใจ ส่งผลให้ผู้เป็นพ่อถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย จากนั้นจึงลุกขึ้นไปที่กระจกบานใหญ่เพื่อเปิดม่านดูลูกสาวเจ้าอารมณ์ที่เดินลิ่วไปยังรถสปอร์ตหรูที่จอดอยู่ด้านหน้าอาคาร เห็นลูกสาวสุดที่รักแผลงฤทธิ์เหวี่ยงใส่บอดี้การ์ดสองคนที่ยืนประจำการอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะขึ้นรถและสตาร์ตออกไป

ดร.ทิว เดินกลับมาที่โต๊ะ พร้อมกับกดสมาร์ตโฟนเพื่อโทรออกหาใครบางคนเพื่อให้

‘เตรียมรับมือ’

ยี่สิบนาทีต่อมา

รถสปอร์ตหรูที่วิ่งด้วยความเร็วสูงก่อนหน้า แต่กลับต้องชะลอความเร็วลงด้วยเพราะการจราจรที่ติดขัด ยิ่งเวลาใกล้จะพลบค่ำหลังเลิกงานแบบนี้ บนท้องถนนมักจะคลาคล่ำเต็มไปด้วยรถราจำนวนมาก บนริมทางฟุตพาทผู้คนเดินขวักไขว่ดูวุ่นวายและสับสน ไม่ต่างอะไรกับความรู้สึกของหญิงสาวในตอนนี้

มีอา เมริดา สุริยเดชากุล นักศึกษาสาวในวัย 21 ปี ทุบกำปั้นเล็กลงกับพวงมาลัยรถอย่างหัวเสีย

“บ้าที่สุด จะให้เราแต่งงานหลังเรียนจบเนี่ยนะ”

ใช่ มันเร็วเกินไปมากสำหรับเธอ ในเมื่อคำว่า ‘หลังเรียนจบ’ คือหมายถึงอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าที่เธอจะจบการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยคานส์ เธอยังไม่ทันใช้ชีวิตให้คุ้ม ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่อยากทำ แต่กลับต้องไปแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ 

ที่สำคัญแฟนสักคนเธอก็ยังไม่เคยมี ความรักสักนิดก็ยังไม่รู้จัก อยู่ ๆ พ่อจะมัดมือชกให้หมั้นหมายกับลูกชายของเพื่อนสนิทตัวเองเนี่ยนะ

“เหอะ ฝันไปเถอะ คงไม่พ้นแต่งงานเพราะผลประโยชน์ทางธุรกิจสินะ!” เธอบ่นออกมาอย่างไม่สบอารมณ์

การมีครอบครัวไม่ใช่เรื่องสนุก เพราะนั่นหมายถึงเธอต้องเอาชีวิตไปอยู่กับคนคนนั้น แถมยังต้องมีองค์ประกอบด้านพื้นฐานนิสัย ความเข้ากันได้ และอะไรต่ออะไรอีกหลายอย่าง แต่ใด ๆ ตอนนี้เธอไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับอีกฝ่าย หรือต่อให้รู้ ก็ใช่ว่าเธออยากจะสนใจ 

สำหรับมีอา การแต่งงานมันต้องเกิดจากความรักและความพึงพอใจเท่านั้น

“น่าหงุดหงิดชะมัด! “

หญิงสาวพ่นลมหายใจเพื่อระบายอารมณ์อันหนักหน่วง พลางเอนหลังพิงกับเบาะ เพราะต่อให้จะรู้สึกหงุดหงิดหรืออยากขับหนีจากทุกสิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่สุดท้ายกลับทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการบอกตัวเองให้อารมณ์เย็นลง

ใช่ เธอจะทำอะไรได้ล่ะ ในเมื่อรถสปอร์ตหรูของเธอยังคงติดแหง็กอยู่บนท้องถนน

“ชิ” เสียงจิ๊ที่ริมฝีปากสลับกับเสียงถอนหายใจซ้ำ ๆ ทว่ารถตรงหน้าก็ยังไม่ขยับเขยื้อนไปไหน

มีอาละสายตาจากรถบนท้องถนน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้า

และนี่…

คงเป็นสิ่งเดียวที่พอจะทำให้อารมณ์ดีขึ้นมาได้บ้าง...

ท้องฟ้าสีชมพูอมส้ม ผสานกับดวงอาทิตย์สีแดงส้มที่ใกล้ตกดินที่อยู่ตรงหน้า

“สวยอะ” เธอชะโงกหน้าจนหน้าอกติดกับมือที่เกาะพวงมาลัย ริมฝีปากอิ่มระบายยิ้ม มองดูฝูงนกที่บินผ่านท้องฟ้าเป็นทางยาว

“เนี่ย ถ้ามีแฟนแล้วได้นั่งดูพระอาทิตย์ตกดินที่ริมทะเลด้วยกันก็ดีสิ”

ได้แต่คิด สุดท้ายก็คว่ำปากอย่างเซ็ง ๆ

หึ…แฟนไม่ทันมี

แต่ดันจะให้มีผัวก่อนซะงั้น!

แค่คิดก็สยองจนนึกอยากร้องยี้ 

แล้วถ้าอีตาคนที่พ่อของเธอให้แต่งงานด้วย แก่งั่ก ไม่ก็อ้วนพุงพลุ้ย หัวหยิก หน้าหม้อ กระดอดำ เธอจะทำยังไงก่อน

ในเมื่อไทป์ที่เธอชอบ ต้องหล่อ สูง ขาว ขายาว แขนล่ำ กล้ามแน่น แถมไอนั่นใหญ่ และต้องมีรสนิยมความชอบที่ตรงกัน!

หรือ…

เธอต้องรีบหาแฟนเป็นตัวเป็นตน ก่อนที่พ่อของเธอจะจับเธอแต่งงาน!

บทถัดไป