บทที่ 11 นางแมวป่าเดียวดาย

“ก็นี่ไงกำลังจะเข้าเรื่อง อย่าขัดสิ” มีอาค้อนหนึ่งกรุบก่อนจะเริ่มเล่าต่อ

“คืองี้ ที่พิเศษคืออะไรรู้ปะ รูปถ่ายของเขาเหมือนจะถ่ายจากท้องฟ้าบนถนนเดียวกันกับฉัน ไวป์คือดีมาก และพอฉัน Follow เขา เขาก็ Follow กลับ แล้วเราก็เลยได้ DM คุยกัน แกรรรรร จะเครซี่ แบบนี้เรียกโซลเมตได้ปะ แบบบังเอิญ โลกกลม พรหมลิขิตอะไรแบบนี้”

“มั้ง” กลอกตามองบนรอบที่สิบแต่ก็ยังฟังอยู่

“ค่ะขอบคุณที่ตอบ ฉันเล่ายาวมากแกตอบมาแค่มั้ง”

“อะแล้วไงต่อ”

“ก็ไม่ยังไงต่อ ฉันคุยกับเขาแล้วถูกคอ เหมือนเราเคยคุยกันมาตั้งแต่ชาติที่แล้ว”

“เวอร์อีกละ” 

“รอบนี้ไม่เวอร์ค่ะ เพราะคนที่ชอบอะไรเหมือนกันก็คือคนที่มีรสนิยมเดียวกัน เทสต์เดียวกัน ดังนั้นก็แสดงว่าศีลเสมอกัน ดีไม่ดีอาจจะเป็นเนื้อคู่ที่ตามหากันมาเนิ่นนาน” มีอาเล่าเป็นตุเป็นตะ คิดเองเออเองพร้อมสรุปจบ แต่ก็โดนอีกฝ่ายเบรกตลอดเช่นกัน

“อืม ฟังดูเพ้อเจ้อดี”

“ค่าาา…” ค้อนไปหนึ่งกรุบแต่ก็ยังอยากจะเล่าต่อ

“แต่ก็นั่นแหละ สรุปว่าฉัน Happy ที่จะได้คุยกับผู้ชายคนนั้น แต่จะดีมากถ้าไม่มีเรื่องอีตาบอดี้การ์ดคนใหม่ของพ่อมาทำให้ฉันหงุดหงิดจนอยากจะไล่ออก”

“งั้นเธอก็ลองปรึกษาเขาดูสิ ว่าจะจัดการบอดี้การ์ดของเธอยังไง เขาเป็นผู้ชายไม่ใช่เหรอ บางทีเขาอาจให้คำแนะนำเรื่องอะไรพวกนี้ดีกว่าฉัน”

มีอาดีดนิ้วเปาะ “เออจริงด้วย เป็นความคิดที่ดี” เธอยิ้มกริ่มออกมาอย่างมีความหวัง

ใช่แบบนี้แหละ 

ในเมื่ออยากรู้เรื่องการกำจัดบอดี้การ์ดที่เป็นผู้ชาย ก็ต้องหาวิธีแบบผู้ชาย ๆ ไปจัดการ

...

หลังเลิกเรียน

มาหยาหายหัวทั้งวันจนทำให้หงุดหงิด แชตไม่อ่าน ไลน์ไม่ตอบ DM ทุกช่องทางก็ดูว่างเปล่าเหมือนจะปล่อยให้แชตของมีอาหนักขวาอยู่ฝ่ายเดียว นี่ถ้าเพื่อนสาวยังหายหัวครบ 24 ชม. มีอาว่าจะตามบุกไปถึงบ้านให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

ส่วนหนุ่มที่เพิ่งจะคุยด้วยทางไอจีก็ดันพร้อมใจกันหายไปอีก ไม่มีอะไรได้ดังใจสักอย่าง 

และความหวังสุดท้ายก็คือโมนา 

“เลิกเรียนแล้ว เราไปช็อปปิงกันเถอะ” เสียงหวานหันไปอ้อนเพื่อนสาวดวงตาเป็นประกาย

“ไม่อะ จะกลับไปอ่านนิยายต่อ” แต่กลับถูกดับฝันด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่เอ่ยปฏิเสธ ดูเหมือนว่าหนังสือนิยายสืบสวนฆาตกรรมในมือของโมนาจะมีค่ามากกว่ากระเป๋าแบรนด์เนมที่มีอาอยากจะได้เสียอีก

“โหย อะไรอะ เพื่อนอีกคนก็หายหัว ส่วนเพื่อนอีกคนก็ทำตัวเหินห่าง นี่ฉันกำลังจะโดนทิ้งให้เป็นแมวป่าเดียวดายเหรอเนี่ย”

“เคยได้ยินแต่หมาป่าเดียวดาย มาแมวปงแมวป่าอะไร?”

“ก็ฉันไงนางแมวป่าเดียวดาย ผู้น่ารัก” มีอายิ้มพลางเอามือจิ้มแก้มป่องแล้วทำตาแบ๊วเหมือนลูกแมว ส่วนโมนาได้แต่มองหน้าเพื่อนพร้อมกับถอนหายใจแล้วมองบน

“จ้ะ นังแมวป่า แต่ฉันว่าเธอควรหาทำอะไรให้มีประโยชน์บ้างก็ดีนะ ช็อปปิงทุกวันจนสมองจะกลวงหมดแล้ว ไร้สาระจริง ๆ”

“ช็อปปิงไม่ใช่เรื่องไร้สาระค่ะ ต้องใช้สมองเพื่อประมวลผลทางความคิดด้วย ว่ากระเป๋าใบนี้จะแมตช์กับชุดสีอะไร รองเท้าอะไร และใส่วันไหน”

“ค่า เอาที่หล่อนสบายใจ”

“ว่าแต่ เธอจะไม่ไปกับฉันจริงดิ งั้นถ้าฉันไปคนเดียวแล้วเจอผู้ชายหล่อ ๆ ฉันจะไม่จีบเผื่อด้วยนะเออ” 

“จ้ะ เชิญเถอะจ้ะ ยังไงฉันก็ไม่ไป ขี้เกียจ” ปฏิเสธอีกรอบอย่างไร้เยื่อใย พลางเดินแยกไปขึ้นรถหรูอีกคันที่มีคนขับรถจอดรออยู่ ทิ้งมีอาให้ยืนหน้าง้ำ รู้สึกเหมือนใคร ๆ ก็ไม่รัก ก่อนที่หญิงสาวจะเดินไปขึ้นรถของตัวเองที่มีพนักงานรับรถของมหาวิทยาลัยเตรียมเปิดประตูรถให้

คล้อยหลังที่ลัมโบร์กีนีสีแดงสดของมีอาเคลื่อนตัวออกรถไปยังท้องถนน ด้านหลังมีรถ BMW สีดำ ซึ่งเป็นของบอดี้การ์ดของเธอขับตามหลังมาอีกสี่คัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับมีอาเพราะปกติไม่ว่าเธอจะไปไหนมาไหนจะมีบอดี้การ์ดคอยติดตามอยู่เสมอ

ส่วนที่มหาวิทยาลัย เธอเองก็ไม่รู้ว่าระหว่างวันบอดี้การ์ดของเธอพากันไปจอดรถแอบอยู่ตรงไหน เธอไม่ได้ใส่ใจอะไรขนาดนั้น รู้แต่ระยะหลัง ๆ พ่อของเธอมักจะให้บอดี้การ์ดคอยติดตาม และเหมือนว่าจะเพิ่มคนคุ้มกันเธอมากขึ้น

ไม่รู้เหตุผลว่าทำไม

รู้แต่เธอไม่ชอบ เพราะมันทั้งอึดอัดและไม่เป็นอิสระ ถ้าพ่อของเธอจะให้พวกเขาติดตามก็ช่วยอยู่ห่าง ๆ ไม่ต้องเสนอหน้ามาให้เห็นถ้าไม่จำเป็น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป